Uncategorized

[Dunkirk] Aftermath

Aftermath

Fan Fiction of Dunkirk

Tommy and Gibson

Genre: One Shot, Slice of Life

**สปอยล์ Dunkirk นะคะ

 

ชายหนุ่มคู้ตัวหลบห่ากระสุนที่สาดมาทางเรือของพวกเขา ขณะที่น้ำทะเลทะลักผ่านรูกระสุนเหล่านั้นเข้ามาในเรืออย่างรวดเร็ว ราวกับร้องบอกให้พวกเขายอมจำนนต่อโชคชะตาและจมหายไปพร้อม ๆ กับเรือลำนี้เสีย

 

“ช่วยกันอุดเรือ เร็วเข้า!”
เขาได้ยินเสียงใครคนหนึ่งตะโกนบอก เขาพยายามใช้มืออุดรูรั่วนั้น แต่ก็รู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ น้ำเข้ามาในท้องเรือเกินครึ่งแล้ว เขาต้องหนี ตอนนี้เลย เขาจะไม่ยอมจมไปพร้อม ๆ กับเรือแน่นอน เขาจะกลับบ้าน

 

แต่ขณะที่กำลังปีนบันไดเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือ ตอนนั้นเองมือหนึ่งฉุดขากางเกงของเขาไว้ เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นใบหน้าของชายคนหนึ่งซึ่งปกติจะเรียบเฉยอยู่เสมอ กลับมีแววหวาดกลัวและลนลานฉายในดวงตาสีเข้มคู่นั้น

 

กิ๊บสัน…

 

เขาผละจากบันไดเพื่อออกแรงช่วยดึงทหารชาวฝรั่งเศสขึ้นมาจากเรือ แต่ไม่ว่าเขาจะดึงสุดกำลังเพียงใด ก็ไม่อาจนำตัวชายหนุ่มขึ้นมาจากน้ำได้ ใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ใต้น้ำดูทรมานราวกับจะขาดใจ เขากำลังจะตาย…

 

ไม่… มันต้องไม่เป็นแบบนี้… ขึ้นมา! ขึ้นมาสิ!

 

มือของชายหนุ่มที่เกาะกุมเขาไว้อ่อนแรงลง ดวงตาสีเข้มเบิกค้าง ร่างไร้วิญญาณของทหารหนุ่มจมหายลงไปยังก้นเรือ ดำดิ่งสู่ความมืดมิดนิรันดร์

 

“ไม่!”

 

ต้องใช้เวลาอยู่หลายวินาที กว่าชายหนุ่มจะจำได้ว่า ตอนนี้เขากำลังนอนมองเพดานอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขาเอง ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิรบ หรือในเรือประมงลำนั้นอีกต่อไป ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าซูบตอบชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างจ้องมองผนังที่ปลายเตียงอย่างเลื่อนลอย

 

ความฝัน…

 

ฝันที่สมจริง เขายังรู้สึกเหมือนมือของอีกคนเพิ่งปล่อยจากแขนของเขาเมื่อครู่นี้เอง…

 

ชายหนุ่มมองแขนทั้งสองข้างของตัวเอง ราวกับหวังว่าจะพบร่องรอยนิ้วมือ แต่แขนทั้งสองข้างของเขาไม่มีริ้วรอยใด แผลจากสงครามจางหายไปแล้ว ไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้บนตัวเขา เขาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงและรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์

 

แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่า ที่เขารอดมาได้ ไม่ใช่แค่ปาฏิหาริย์ เขาได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นมากมาย บรรดาเพื่อนพ้องทหารที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา เหล่าทหารฝรั่งเศสที่คอยสกัดกั้นทหารเยอรมันไว้ ให้เขาหลบหนีไปยังชายหาดได้สำเร็จ เจ้าของเรือมูนสโตนที่เสี่ยงชีวิตออกเรือมารับพวกเขากลับไปยังอังกฤษ และทหารฝรั่งเศสคนนั้นที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอดตั้งแต่อยู่บนชายหาดจนกระทั่งขึ้นเรือ กิ๊บสันช่วยชีวิตเขา อเล็กซ์ และทหารอีกหลายคนไว้ ทหารฝรั่งเศสผู้ชาญฉลาดและมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดดีเยี่ยม คนคนนั้นควรจะรอดชีวิต

 

ลึก ๆ แล้ว ทอมมี่ก็ยังหวังว่า คนคนนั้นอาจจะรอดชีวิต อาจจะมีเรือลำอื่นมารับตัวเขาไป ส่งเขากลับไปฝรั่งเศส และไม่แน่ว่าคนคนนั้นอาจจะแวะมาที่ลอนดอนบ้าง พวกเขาอาจจะเดินสวนกันโดยบังเอิญก็ได้

 

ทอมมี่คิดจะตามหาคนคนนั้น แต่เขาไม่รู้ชื่อจริงของชายชาวฝรั่งเศสคนนั้น ‘กิ๊บสัน’ เป็นเพียงชื่อของนายทหารอังกฤษซึ่งเสียชีวิตแล้วคนหนึ่ง ซึ่งผู้ช่วยชีวิตเขาถอดเครื่องแบบมาจากร่างไร้วิญญาณ เพื่อปลอมตัวเป็นทหารอังกฤษ

 

ทอมมี่ไม่เคยนึกกล่าวโทษที่คนคนนั้นขโมยเครื่องแบบของคนตาย เขารู้ดีว่าความรู้สึกหวาดกลัวและอยากมีชีวิตรอดกลับไปนั้นเป็นอย่างไร ถ้าเป็นเขา เขาก็จะทำเหมือนกัน

 

หลายครั้งที่เขาเดินสวนกับชายหนุ่มที่หน้าตาคล้ายคลึงกับทหารฝรั่งเศสคนนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกรอบ บางครั้งก็ถึงขั้นยอมเดินกลับไปทางเดิม เพื่อจะดูหน้าคนที่เดินสวนกันนั้นให้ชัดเจน ให้แน่ใจว่า ไม่ใช่ทหารฝรั่งเศสคนนั้น

 

วันที่ชายหนุ่มมีความหวังมากที่สุด คือ เมื่อสัปดาห์ก่อน วันฉลองชัยชนะ ชาวต่างชาติแห่กันมาที่ลอนดอนเพื่อร่วมงานฉลองชัยชนะครั้งนี้ มีการเดินพาเหรด จุดพลุฉลอง ผู้คนส่งยิ้มและอวยพรให้กันและกัน ฉลองกันยันเช้าตรู่ของอีกวัน

 

ที่จริงทอมมี่ก็ไม่ได้รังเกียจงานฉลองนี้ แต่หากเลือกได้เขาจะไม่เข้าร่วม เขาดีใจที่สงครามจบแล้ว… โล่งใจที่มันจบลงแล้ว… แต่เขาไม่อาจฉลองร่วมกับทุกคนได้อย่างปลอดโปร่ง เขาไปร่วมงานฉลองเพียงเพื่อจะมองหาคนคนนั้นในฝูงชน เผื่อว่าทหารฝรั่งเศสคนนั้นจะมาร่วมงานฉลองชัยชนะ

 

แต่ไม่ว่าเขาจะมองจนตาพร่ามัว ก็ยังไม่พบคนคนนั้น

 

ชายหนุ่มบอกตัวเองว่า คนเยอะขนาดนี้ เขาคงหาไม่เจอหรอก อีกอย่าง คนคนนั้นก็ดูจะไม่ได้ชอบงานฉลองคึกครื้นแบบนี้ด้วย

 

เช้าวันถัดมา เขาไปเดินหาในเมือง ตามสวนสาธารณะ ที่มีชาวต่างชาตินอนกันเกลื่อนเพราะพลังหมดจากงานฉลองเมื่อคืน

 

แต่เขาก็ไม่เจอ

 

ชายหนุ่มเริ่มคิดว่าคงไม่มีทางที่เขาจะพบกับคนคนนั้นอีกแล้ว แต่เขายังแอบหวังอยู่ในใจ หากหลังจากนี้ไป เขาเริ่มทำงาน สะสมเงินไว้ แล้วให้รางวัลตัวเองไปพักร้อนที่ฝรั่งเศสสักเดือนหนึ่ง เขาจะออกเดินทางไปทุกที่ เท่าที่เขาจะสามารถไปได้ หากโชคดี เขาอาจจะเจอคนคนนั้นก็เป็นได้

 

หลายปีที่ผ่านมานี้ ทอมมี่ไม่เคยทิ้งความหวังว่าจะได้เจอผู้ช่วยชีวิตเขาอีกครั้ง

 

จนกระทั่งได้เห็นความฝันเมื่อครู่

 

เขารู้แล้วว่า ผู้ช่วยชีวิตของเขาไม่ได้รอดชีวิตกลับมา

 

ชายหนุ่มคาดว่าตัวเองจะร้องไห้ จะร้องตะโกน หรือทำลายข้าวของ แต่แล้วก็พบว่า ร่างของเขายังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงอย่างนั้น ดวงตาจ้องมองไปยังผนังว่างเปล่าเบื้องหน้า สำรวจความว่างเปล่าในใจของตัวเอง จนกระทั่งได้ยินเสียงนกร้อง จนกระทั่งแสงอ่อน ๆ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา จนกระทั่งได้ยินเสียงแม่ของเขาลุกจากเตียงไปยังชั้นล่าง เริ่มตั้งเตาทำอาหารเช้าเพื่อเริ่มเช้าวันใหม่

 

ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ รับรู้ เช้าวันใหม่มาเยือนเขาแล้ว

 

แม้ผู้ช่วยชีวิตของเขาจะไม่อยู่แล้ว แต่เขาก็ยังต้องใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป ไม่ใช่เพื่อคนคนนั้นหรอก เขาไม่อาจใช้ชีวิตแทนใครได้ เขาจะใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อตัวเอง

 

และถึงอย่างไร เขาก็จะไปเยือนฝรั่งเศสให้ได้

 

ชายหนุ่มค่อย ๆ ยันตัวลุกจากเตียง ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่าง เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ของตัวเอง

 

-*-*-*-*-*-

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ