The Fool เจ้าคนซื่อบื้อ

The Fool เจ้าคนซื่อบื้อ

AU Drabble Fan Fiction

Harrison Osterfield

Tom Holland

Ryan Reynolds

หมายเหตุ: ใสใสไร้แก่นสารค่ะ

 

 

แฮร์ริสัน ออสเตอร์ฟิลด์เหลือบตามองนาฬิกาสไปเดอร์แมนบนผนังเป็นครั้งที่… เขาเองก็นับจนเลิกนับไปแล้ว เข็มที่ออกแบบให้คล้ายเส้นใยแมงมุมบนหน้าปัดบอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบ อีกยี่สิบนาทีก็จะเริ่มวันใหม่แล้ว แต่รูมเมทของเขายังไม่กลับห้อง

 

เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ขณะทิ้งตัวนอนบนเตียงของตัวเองเพื่อสงบใจ ที่จริงเขาไม่ควรหงุดหงิดงุ่นง่านขนาดนี้ ทอมทิ้งโน้ตไว้ที่โต๊ะหนังสือแล้วว่าคืนนี้จะกลับดึก แต่ที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจก็คือ ทอมยังเขียนเหตุผลไว้ด้วยว่า

 

ไปเดทกับพี่ไรอัน  : ) ’

 

วาดรูปยิ้มต่อท้ายชื่อของรุ่นพี่อีกต่างหาก

 

เมื่อนึกถึงโน้ตข้อความของทอม แฮร์ริสันก็ยกมือขึ้นมากุมหน้าผากอย่างกลัดกลุ้ม ความจริงก็คือ เขาแอบชอบรูมเมทคนนี้มาตั้งแต่ตอนเจอกันใหม่ ๆ แล้ว แต่ขี้ขลาดเกินกว่าจะพูดออกไป ตอนแรกเขาก็คิดว่า แค่ได้อยู่ข้าง ๆ ได้เห็นหน้า ได้ฟังเสียง ได้คุยกันทุกวันก็คงเพียงพอแล้ว เขาจะไม่ขออะไรไปมากกว่านี้ แต่เมื่อทอมเริ่มเดทกับรุ่นพี่ไรอัน แฮร์ริสันก็เริ่มรู้สึกเหมือนโดนขโมยเวลาไป เวลาที่เคยเป็นของทอมกับเขา บัดนี้ได้กลายเป็นเวลาของทอมกับรุ่นพี่ไรอันไปเสียแล้ว

 

ความรู้สึกกระวนกระวาย  ไม่มีสมาธิทำสิ่งใด กินอะไรก็ไม่อร่อย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกหมาถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านตามลำพังแบบนี้ คงเป็นความน้อยใจ… ใช่ น้อยใจเฉย ๆ ที่ถูกช่วงชิงเวลาอันมีค่าไป เขาไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปหึงหวงทอม แต่ถ้าน้อยใจตามประสาเพื่อนสนิท คงมีสิทธิ์รู้สึกได้ใช่ไหม

 

ขณะที่แฮร์ริสันกำลังนอนพลิกตัวไปมาอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงไขกุญแจที่ประตู เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งโดยไม่รู้ตัว แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงทอมพูดขึ้นกับคนที่มาส่ง เขาก็รีบเอนตัวกลับลงไปอีกครั้ง พร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงปลายจมูก ปิดเปลือกตาทั้งสองข้างแกล้งทำเป็นหลับ แต่เงี่ยหูฟังเสียงทั้งสองคุยกันอย่างตั้งใจ

 

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ ผับที่คุณแนะนำเจ๋งมาก วันนี้สนุกสุด ๆ ไปเลย!”

 

เสียงร่าเริงที่เขาหลงรักเอ่ยขึ้นมาจากบริเวณหน้าห้อง คงจะดีกว่านี้ถ้าทอมพูดประโยคนั้นกับเขา

 

“งั้นเหรอ ฉันรู้จักที่ที่ดียิ่งกว่าผับนั้นอีกนะ อยากไปไหม”

 

เสียงมีเสน่ห์ของรุ่นพี่ไรอันเอ่ยตอบ ขนาดแค่เสียงยังฟังดูหล่อเหลา ไม่แปลกที่สาว ๆ ทั่วมหาวิทยาลัยจะปลื้มรุ่นพี่คนนี้มาก แต่สำหรับเขา เสียงของรุ่นพี่ไรอันฟังดูเจ้าเล่ห์และยียวนมาก ๆ

 

“อยากสิครับ ที่ไหนเหรอ”

 

“ห้องฉัน”

 

เห็นไหมว่ารุ่นพี่ไรอันเจ้าเล่ห์ขนาดไหน

 

แฮร์ริสันอยากจะลุกจากเตียงขึ้นไปกระชากแขนทอมเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูใส่หน้ารุ่นพี่จอมเจ้าเล่ห์ แต่เขาก็ได้แค่คิด เขาเป็นเพื่อนของทอม ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้นกับคนที่เพื่อนของเขากำลังคบหาดูใจอยู่

 

เสียงหัวเราะร่วนของทอมดังแว่วมา ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบว่า

 

“ไว้โอกาสหน้าแล้วกันครับ”

 

ทั้งคู่บอกราตรีสวัสดิ์ แล้วทอมก็ปิดประตูลงเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบเฉียบ แฮร์ริสันยังคงแกล้งทำเป็นหลับต่อไปจนกระทั่งได้ยินเสียงทอมบ่นกับตัวเองเบา  ๆ

 

“แฮซนี่นะ ทำไมนอนแล้วไม่ปิดไฟ”

 

เขาจึงค่อย ๆ ปรือตาขึ้น แกล้งทำเสียงงัวเงียทักทายเพื่อน

 

“…ทอมเหรอ กลับมาแล้วเหรอ”

 

“อื้อ โทษที ฉันทำนายตื่นเหรอ”

 

คืนนี้ทอมสวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสีดำเข้ารูป กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดไว้สองเม็ด เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและกล้ามเนื้อช่วงเนินอก ดูยั่วยวนเสียจนแฮร์ริสันรู้สึกปวดใจและโกรธ… ทอมแต่งตัวแบบนี้เพื่อรุ่นพี่ไรอันสินะ ต้องเผยเนื้อหนังถึงขนาดนี้เชียว

 

แฮร์ริสันพยายามระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านไว้ขณะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังหลุดพูดออกไป

 

“ไปเที่ยวกับรุ่นพี่ไรอันมาเหรอ”

 

“อื้อ ไปผับxxxที่รุ่นพี่เป็นขาประจำน่ะ สนุกมากเลย อยากให้นายไป…”

 

“จำเป็นต้องปลดกระดุมเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

ทอมยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ ของแฮร์ริสัน เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนอย่างงุนงง ก่อนจะก้มลงมองเสื้อเชิ้ตของตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่ถึงจะตีหน้านิ่ง แต่สายตานั้นมีแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

ทอมคลี่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะอธิบาย

 

“ก็… พอเต้นแล้วมันร้อน ก็เลยปลดออกน่ะ…”

 

คำตอบซื่อ ๆ ของทอมทำเอาแฮร์ริสันลดความโกรธลงไปเกินครึ่ง แต่ก็อยากจะยกขาขึ้นมาก่ายหน้าผากแทน ทำไมคนที่เขาแอบชอบถึงได้… ซื่อบื้อขนาดนี้…

 

“…คราวหน้าปลดแค่เม็ดเดียวพอนะ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

ทอมเอียงคอเลิกคิ้วมองหน้าเขาอย่างน่าเอ็นดู ราวกับเด็กที่กำลังถามว่าทำไมดวงจันทร์ถึงตามเรามาล่ะ แฮร์ริสันสบดวงตาสีน้ำตาบเข้มที่รอคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงตัดสินใจพูดไปตามตรง

 

“ฉันเป็นห่วง”

 

…และหวง

 

เด็กหนุ่มกลืนคำที่ไม่ควรพูดลงคอไป

 

ทอมมองหน้าเขานิ่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แฮร์ริสันขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเพื่อนหัวเราะเรื่องอะไร มีอะไรน่าขำงั้นหรือ

 

แต่ก่อนที่จะได้ถาม ทอมก็พูดขึ้นมาก่อน

 

“อื้อ คราวหน้าจะปลดแค่เม็ดเดียว”

 

เด็กหนุ่มรับคำอย่างว่าง่ายผิดคาด แฮร์ริสันประหลาดใจจนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ออกอยู่พักใหญ่ ทอมจึงฉวยจังหวะนี้คว้าผ้าเช็ดตัวแล้วหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากปิดประตูล็อกกลอนเรียบร้อยแล้ว ทอมก็ล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วรีบพิมพ์ข้อความถึงรุ่นพี่ไรอัน

 

รุ่นพี่ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ

 

รออยู่ไม่ถึงครึ่งนาที รุ่นพี่ผู้ใจดีของเขาก็พิมพ์ตอบกลับมา

 

ด้วยความยินดี ว่าแต่ ได้ผลไหม

 

ทอมอ่านข้อความนั้นแล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบว่า

 

ผมคิดว่าได้ผลนะ… ได้ผลละมั้ง แฮซบอกว่า “เป็นห่วง” ผมล่ะ

 

แล้วทอมก็บรรยายคำพูดและสีหน้าของแฮร์ริสันให้รุ่นพี่อ่าน

 

คงกลัวนายโดนฉันหลอกแอ้มแล้วเขี่ยทิ้งสินะ แต่ว่า เพื่อนนายนี่ซื่อบื้อจริง ๆ เลย ถ้าเป็นฉันคงไม่ปล่อยให้นายหลุดมือมาถึงคนอันตรายอย่างฉันหรอก

 

ทอมหัวเราะไม่มีเสียงเมื่อเห็นข้อความนั้น

 

ใช่ แฮซซื้อบื้อสุด ๆ เลย ผมควรจะเลิกรอแล้วรุกเขาเองเลยดีไหมครับ

 

โอ้… อยากโดนทอม ฮอลแลนด์รุกใส่บ้างจัง เจ้าซื่อบื้อนั่นน่าอิจฉาเกินไปแล้ว

 

เขาพิมพ์โต้ตอบกับรุ่นพี่ไรอันที่มาช่วยเขาพิสูจน์ความรู้สึกของแฮร์ริสันอยู่พักหนึ่ง บอกขอบคุณอีกครั้ง ก่อนที่รุ่นพี่จะขอตัวไปทำรายงานที่มีเส้นตายเช้าวันพรุ่งนี้ ทอมวางโทรศัพท์ลงบนเคาท์เตอร์อ่างล้างมือ เขามองตัวเองในกระจก คิดในใจอย่างหมายมั่นว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้ เขาจะไม่รออีกต่อไป

 

ในแฮร์ริสันไม่กล้าเริ่ม เขาก็จะเป็นคนเริ่มเอง

 

 

-*-*-*-*-*-

เรื่่องนี้มันไม่ใช่ #HarrisonTom แล้วล่ะค่ะ มันคือ #TomHarrison …รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ให้น้องทอมรุก

โปรดติดตาม…. ไม่ล่ะ จบดีกว่าค่ะ 555555

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

Advertisements

Hold You Dear

Hold You Dear

Romantic One Shot Fan Fiction

Harrison Osterfield and Tom Holland

 
แฮร์ริสันมองชุดสไปเดอร์แมนที่ถูกถอดกองไว้หน้าห้องน้ำ เด็กหนุ่มส่ายหัวแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มบางขณะที่เก็บชุดชุ่มเหงื่อนั้นขึ้นมา จัดแจงดึงส่วนแขนขาที่ยันย่นให้เข้าที่ ก่อนจะนำไปใส่ตะกร้าผ้าเตรียมส่งซักในวันพรุ่งนี้เช้า

 

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวน อีกสิบนาทีจะเที่ยงคืน วันนี้พวกเขาก็ถ่ายทำจนดึกดื่นอีกตามเคย เป็นแบบนี้มาสองสามวันแล้ว แฮร์ริสันรู้สึกได้ว่านักแสดงรวมถึงทีมงานในกองถ่ายทุกคนเริ่มล้าแล้ว รวมถึงทอมของเขาด้วย แม้ทอมของเขาจะมีพลังงานล้นเหลือแค่ไหน แต่การถ่ายทำตั้งแต่เช้าตรู่จรดกลางดึกแบบนี้ ต่อให้เป็นทอมก็ต้องเหนื่อยแน่นอน เขาแทบจะโห่ร้องด้วยความดีใจเมื่อได้ยินผู้กำกับบอกว่า วันพรุ่งนี้ทุกคนจะได้หยุดพัก

 

ทอมจะได้นอนพักอย่างเต็มที่เสียที

 

ผู้ช่วยหนุ่มที่ควบตำแหน่งคนรักคิดอย่างนั้น ขณะที่มองไปรอบ ๆ ห้องนอนของพวกเขาสองคน แล้วก็เห็นผ้าเช็ดตัวของทอมยังแขวนอยู่ที่ราวตาก… สงสัยทอมจะอยากอาบน้ำมากจนลืมหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย แฮร์ริสันจึงคว้าผ้าเช็ดตัวของคนรักขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ

 

“ทอม ลืมผ้าเช็ดตัวน่ะ”

 

“เอาเข้ามาให้หน่อย”

 

เมื่อได้ยินคนในห้องน้ำสั่งดังนั้น แฮร์ริสันจึงเปิดประตูที่ไม่ได้ล็อกเข้าไป ห้องน้ำของพวกเขาแคบมากก็จริง แต่ก็มีอ่างอาบน้ำกับฝักบัวเหนืออ่าง มีม่านพลาสติกสีขาวขุ่นกั้นระหว่างอ่างอาบน้ำกับเคาท์เตอร์อ่างล้างมือ ชักโครก และกระจกติดผนังบานใหญ่ แฮร์ริสันกำลังจะวางผ้าเช็ดตัวไว้ตรงเคาท์เตอร์แล้ว ถ้าทอมไม่ปิดฟักบัวแล้วแหวกม่านออกเล็กน้อยเพียงพอแค่ยื่นแขนขาวที่มีหยดน้ำเกาะพราวออกมารับผ้าเช็ดตัว

 

แฮร์ริสันมองแขนของคนรักที่ยื่นออกมาอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจส่งผ้าเช็ดตัวให้แต่โดยดี

 

ความจริงคือ เขาอยากแกล้งดึงทอมที่เปลือยล่อนจ้อนแถมยังอาบน้ำเสียตัวหอมฟุ้งออกมาจากหลังม่านนั้น แต่เมื่อคิดว่า ทอมคงเหนื่อยจากการถ่ายทำฉากแอคชั่นในหนังมากพอแล้ว เขาก็ไม่อยากให้ทอมต้องมาเหนื่อยเพราะแอคชั่นกับเขาอีก

 

ดังนั้นหลังจากทอมรับผ้าเช็ดตัวไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงรีบเดินออกจากห้องน้ำแคบ ๆ ที่อวลไปด้วยไอจากน้ำอุ่นและกลิ่นหอมของสบู่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะสงบอารมณ์ด้วยการเปิดแลปท็อปที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา ใส่แผ่นดีวีดีภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามเรื่องโปรดที่เขาพกมาด้วยลงไป

 

ขณะนั้นเอง ทอมที่เช็ดตัวจนแห้งก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยพันผ้าเช็ดตัวไว้รอบเอว แฮร์ริสันแกล้งทำเป็นจดจ่ออยู่กับหนัง ไม่หันไปมองจนกระทั่งทอมสวมเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเรียบร้อย และเดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงข้างเขาพร้อมโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อจะดูหนังด้วย

 

หยดน้ำจากเส้นผมของทอมตกลงบนตักของแฮร์ริสัน เด็กหนุ่มมองรอยน้ำเป็นดวงบนกางเกงนอนของเขาก่อนจะแกล้งบ่นว่าทอมไม่ยอมเช็ดผมให้แห้ง แล้วแย่งผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนบ่าของคนผมเปียก ก่อนจะขยับไปด้านหลังเพื่อเช็ดผมให้คนรักของเขา ตอนแรกแฮร์ริสันก็ขยี้ผมของทอมให้ยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นเขี้ยวจนทอมส่งเสียงโวยวาย เขาหัวเราะที่ตัวเองแกล้งคนตรงหน้าได้สมใจ ก่อนจะค่อย ๆ เช็ดผมให้ดี ๆ ส่วนทอมก็นั่งนิ่งให้เขาเช็ดผมพลางดูหนังไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน

 

กลิ่นแชมพูผสมกลิ่นผมเปียกของทอมทำให้แฮร์ริสันรู้สึกดี เขาจึงเอนตัวเข้าไปใกล้เพื่อจะได้สูดกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด

 

แฮร์ริสันไม่รู้เลยว่า คนที่เขาแอบขโมยดมกลิ่นนั้นรู้ตัว และต้องการจะแกล้งเขาคืน จึงไม่ทันตั้งตัวเมื่อจู่ ๆ ทอมก็ขยับตัวขึ้นมานั่งบนตักของเขา ทั้ง ๆ ที่ยังหันหน้าไปทางแลปท็อป แถมยังเอนตัวพิงเขาเสียเต็มที่ราวกับใช้เขาต่างเก้าอี้อย่างไรอย่างนั้น

 

ไอ้นั่งตักเฉย ๆ เขาก็พอจะทนได้ แต่การขยับยุกยิกอยู่บนตัวเขานี่ ตั้งใจดทดสอบความอดทนของเขาใช่ไหม

 

แฮร์ริสันจึงใช้แขนทั้งสองข้างทาบทับลงรอบเอวรวบตัวคนบนตักไว้ให้อยู่นิ่ง ๆ ก่อนจะเกยคางของตัวเองลงบนบ่าซ้ายของทอม หลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนในอ้อมกอดเหลือบตามองเขา แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ แกล้งดูหนังต่อไป พลางบอกตัวเองว่าต้องอดทนไว้ สองสามวันมานี้ทอมเหนื่อยมาก เขาไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้คนรักต้องเหนื่อยมากขึ้น

 

ทั้งสองนั่งอิงแอบอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ แฮร์ริสันตั้งใจดูหนังมากจนไม่ทันสังเกตว่าทอมหลับไปตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีตอนที่ศีรษะของคนบนตักเอนพิงศีรษะของเขา เมื่อเหลือบตามองดูก็เห็นว่าเปลือกตั้งสองข้างของคนรักปิดสนิท จมูกเล็กหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเนิบช้าแผ่วเบา ทอมในยามนี้ดูราวกับเด็กน้อยที่หลับใหลอย่างเป็นสุขด้วยความเหนื่อยอ่อนหลังจากเล่นซนมาทั้งวัน

 

เด็กหนุ่มที่ยังตื่นอยู่จึงค่อย ๆ เอื้อมมือไปปิดแลปท็อปอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ อุ้มร่างของคนที่หลับอยู่บนตักขึ้นมาแล้วค่อย ๆ วางลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะจัดให้เอนกายหนุนหมอน เหมือนทอมจะรู้สึกตัวตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มขยับหามุมสบายให้ตัวเอง ก่อนจะนอนหลับต่อไป

 

แฮร์ริสันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างนั้นไว้ครึ่งตัว ถึงที่นี่จะอากาศร้อน แต่ตอนกลางคืนก็ค่อยข้างเย็น ห่มผ้าคลุมหน้าท้องไว้จะได้ตัวอุ่น ๆ ไม่เป็นหวัดง่าย

 

เด็กหนุ่มหันไปเก็บแลปท็อปขึ้นมาจากปลายเตียง นำไปวางไว้บนโต๊ะทำงานตัวเล็ก ระวังไม่ให้ทับบทภาพยนตร์สไปเดอร์แมน ก่อนจะเดินไปปิดไฟ แล้วกลับมาล้มตัวนอนข้างทอม ใช้แขนข้างหนึ่งกอดเอวคนรักเอาไว้หลวม ๆ เพราะทอมบอกให้เขานอนกอดทุกคืน

 

“ถ้านายไม่กอด ฉันจะนอนไม่หลับ”

 

ทอมอ้อนไว้อย่างนั้น ถึงแม้คืนนี้เจ้าตัวจะเหนื่อยมากจนหลับไปแล้ว ถึงเขาไม่กอดก็คงไม่เป็นไร แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เขาเสพติดการนอนกอดทอมทุกคืนไปแล้ว ถ้าคืนไหนไม่ได้กอดคนคนนี้ไว้ เขาจะนอนไม่หลับเสียเอง

 

คนที่เขากอดไว้นั้นขยับตัวเข้ามาใกล้ และพลิกตัวนอนตะแคงซุกหน้าลงใกล้ ๆ คอของเขา แฮร์ริสันยิ้มขณะกระชับอ้อมแขน ฝังจมูกลงในกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มหอมละมุน ก่อนจะหลับตาลง

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่ทอมยังต้องการเขา เขาก็จะกอดคนที่เขารักคนนี้ไว้แบบนี้เรื่อยไป

 

เด็กหนุ่มปฏิญาณกับตัวเองในใจ

 

.^^.^^.^^.

 

ฟิตสั้นชั่ววูบอีกแล้วค่ะ อยากสิงน้องแฮซ ฮือออออออ

Luckiest Happiest

Luckiest Happiest

One Shot Fan Fiction

Harrison Osterfield and Tom Holland

BGM: A Good Boy – Beak Ah Yeon

 
สิ่งแรกที่รู้สึกหลังตื่นจากห้วงนิทราคือ สัมผัสอบอุ่นที่โอบกอดเขาไว้

 

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือ เครื่องหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านม่านเข้ามา เปลือกตาหนาที่ปิดสนิท ขนตาที่ไม่ยาวนักแต่งอนสวย จมูกงุ้มที่อยู่ห่างเพียงไม่ถึงฝ่ามือกำลังหายใจเป็นจังหวะนุ่มนวล ริมฝีปากบางที่เผยอน้อย ๆ นั้นดูเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัส

 

เด็กหนุ่มอยากจะยกมือขึ้นมาแล้วใช้นิ้วไล้ริมฝีปากที่ดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัสนั้นเหลือเกิน แต่ติดที่ว่าแขนของเขา… ที่จริงก็ทั้งตัวเขาถูกรวบอยู่ในอ้อมแขนของคนตรงหน้า แถมยังกอดเสียแน่นหนาราวกับกลัวว่าเขาจะหลบหนีไป

 

เขาจึงค่อย ๆ เคลื่อนส่วนที่ยังเคลื่อนไหวได้ซึ่งก็คือ ใบหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้ สัมผัสริมฝีปากนั้นด้วยปากของเขาเอง เริ่มแรกก็แตะเบา ๆ เพียงครั้งแล้วผละออก ก่อนจะแตะซ้ำอีกหลายครั้งด้วยติดใจสัมผัสนุ่มนวลที่ทำให้ลมหายใจติดขัด

 

แล้วเขาก็รู้สึกถึงแรงกดที่ริมฝีปาก ขณะที่จะผละออกก็พบว่าแขนที่เคยโอบกอดเขาไว้ ตอนนี้เลื่อนขึ้นมาเพื่อให้มือใหญ่เอื้อมถึงศีรษะของเขา รู้สึกได้ถึงแรงกดเบา ๆ และนิ้วเรียวที่สางไปตามเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่ม เด็กหนุ่มที่กำลังขโมยจูบ บัดนี้กลับเป็นฝ่ายโดนขโมยจูบเสียเอง

 

แต่กระนั้นเขาก็ยังคงหลับตารับสัมผัสนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม จนกระทั่งรู้สึกถึงลิ้นที่พยายามแทรกผ่านริมฝีปากของเขา เด็กหนุ่มจึงค่อยยกมือขึ้นออกแรงดันหน้าอกเปลือยเปล่าของอีกคน ซึ่งค่อย ๆ คลายมือและผละริมฝีปากออกช้า ๆ ด้วยความสียดาย

 

เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นดวงตาสีเขียวอ่อนซึ่งเขาหลงใหลกำลังจ้องมองกลับมา ริมฝีปากบางที่ขึ้นสีเข้มจากการสัมผัสเมื่อครู่คลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วว่า

 

“อรุณสวัสดิ์ ทอม”

 

“อรุณสวัสดิ์ แฮซ”

 

เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มตอบกลับเมื่อเห็นสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความรักของแฮร์ริสัน ออสเตอร์ฟิลด์ เพื่อนสนิทของเขาที่เปลี่ยนสถานะเป็นคนรักเมื่อห้าเดือนก่อน

 

เขายังจำวันนั้นที่แฮร์ริสันสารภาพรักกับเขาได้ชัดเจน เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง พวกเขาตื่นแต่เช้าเพื่อพาเทซซากับมอนตี้สุนัขแสนรักไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ขณะที่ปล่อยให้ทั้งสองตัววิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยมีพวกเขาคอยตามดูอยู่ไม่ห่าง จู่ ๆ แฮร์ริสันก็เรียกชื่อเขา และเมื่อเขาหันไปสบตาคนข้างกาย แฮร์ริสันก็บอกออกมาดื้อ ๆ ว่า รักเขา เป็นความรู้สึกรักซึ่งมากกว่าความรู้สึกที่เพื่อนควรจะมีต่อเพื่อน

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองนิ่งอึ้งยืนจ้องหน้าคนที่สารภาพรักหน้าตาเฉยโดยไม่เขินอายอยู่นานเท่าไร รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แฮร์ริสันบอกว่า เขาไม่ต้องตอบก็ได้

 

“แค่อยากบอกให้รู้ไว้เฉย ๆ”

 

แฮร์ริสันบอกอย่างนั้นขณะที่มีรอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า ทอมรู้จักรอยยิ้มนั้นดี เป็นรอยยิ้มที่เพื่อนชอบใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกเสียใจหรือผิดหวังของตัวเอง พอเห็นแบบนั้นแล้ว เขาก็ได้สติขึ้นมา

 

“แฮซ… ขอบคุณนะ”

 

ทอมแทบจะกัดลิ้นตัวเอง เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดคำนี้เป็นคำแรก แต่ปากดันโพล่งออกไปก่อน

 

“ไม่ ไม่ต้องขอบคุณฉัน…”

 

แฮร์ริสันพูดขัดขึ้น พลางโบกไม้โบกมือ เขาจึงเอื้อมมือไปจับมือทั้งสองข้างของเพื่อนไว้ บังคับให้หันมามองหน้าเขาตรง ๆ ทอมสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

“ฉันก็รักนาย แฮซ”

 

คราวนี้เป็นแฮร์ริสันที่ยืนอึ้งไปนานเกือบนาที ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อว่า เขาไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม เขาจึงยืนยันด้วยการจูบเพื่อนที่ริมฝีปากแผ่วเบา แล้วรีบผละออกอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากนั้นแฮร์ริสันก็คว้าตัวเขาเข้าไปกอดแน่น ก่อนจะจูบเขาซ้ำเบา ๆ หนึ่งครั้ง ราวกับจะยืนยันคำตอบของตัวเอง

 

และแล้วพวกเขาก็กลายเป็นคนรักกัน นับจากวันนั้นก็ผ่าน มาได้ห้าเดือนแล้ว

 

ทอมไม่เคยพูดให้ใครฟัง แต่เขารู้สึกรักแฮร์ริสันมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นผมสีน้ำตาลหยักศกสีอ่อนกว่าผมของเขา ผิวขาวที่มีกระเล็กน้อย จมูกง้องุ้มนิด ๆ ที่ชอบเป่าลมร้อนรดไปทั่วร่างของเขา ริมฝีปากบางนุ่มนิ่มที่ให้ความรู้สึกดีเมื่อสัมผัส มือใหญ่ที่สากนิด ๆ และนิ้วเรียวยาวที่ชอบซุกซนเฉพาะกับเขา อ้อมกอดอันอบอุ่น เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและชื่นชมทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงเขา ดวงตาสีเขียวที่เปี่ยมไปด้วยความรักยามเมื่อมองดูเขา แฮร์ริสันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักจริง ๆ ทำให้เขารู้สึกว่า สามารถทำได้ทุกอย่าง ขอแค่มีแฮร์ริสันอยู่เคียงข้าง ทำให้เขารู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนที่โชคดีและมีความสุขที่สุดในโลก

 

บางที เขาอาจจะเป็นคนที่โชคดีและมีความสุขที่สุดในโลกจริง ๆ ก็ได้

 

แฮร์ริสันยังคงกอดเขาไว้หลวม ๆ ดวงตาสีเขียวคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยแววตาแสนรัก ทอมอยากจะอยู่อย่างนี้ตลอดทั้งวัน แต่ว่าพวกเขาทั้งคู่ยังมีงานที่ต้องทำ เด็กหนุ่มจึงจำใจดันร่างตัวเองลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่เคยคลุมไว้จนถึงคอเลื่อนหลุดเผยให้เห็นผิวกายเปลือยเปล่าและกล้ามเนื้อเนียนที่ดูน่าสัมผัส

 

แฮร์ริสันเองก็รู้ว่าถึงเวลาต้องตื่นแล้ว จึงค่อย ๆ ยกแขนออกจากตัวคนรัก แม้จะอยากดึงร่างที่ดูยั่วยวนนั้นมากอดไว้ แต่เขาก็ต้องหักห้ามใจตัวเอง… กระนั้นก็ยังอดไล่สายตาไปตามเรือนร่างนั้นไม่ได้ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวย… กล้ามแขน… หน้าอก… ไหล่ลาด… ลำคอ… สันกราม… ริมฝีปากหยัก… จมูกรั้น… ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่ดูราวกับสัตว์ฟันแทะตัวเล็ก ๆ ใบหูกางนิด ๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงอย่างคนเพิ่งตื่นนอนนั้นยิ่งเพิ่มความน่ารักให้คนตรงหน้า

 

เขาไม่เคยบอกให้ทอมรู้ แต่เขายิ่งรักทอมมากขึ้นทุกวัน ทอมเป็นคนพิเศษ ทอมทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อทุกสิ่งใหม่หมด ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตนี้ แม้ไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นหากมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ ทำให้ทุกเรื่องที่ดูยากกลายเป็นเรื่องสนุก ทำให้เรื่องสนุกกลายเป็นเรื่องที่สนุกยิ่งขึ้น เขารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อมีทอมอยู่เคียงข้าง ทอมทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า และจะสามารถฝ่าฟันได้ทุกสิ่ง ขอแค่มีทอมอยู่ด้วย

 

แฮร์ริสันคิดว่า ตัวเองเป็นคนที่โชคดีและมีความสุขที่สุดในโลก โชคดีที่ได้เจอทอม โชคดีที่ได้รักและได้รับความรักตอบ

 

“อาบน้ำด้วยกันไหม”

 

เขาแกล้งเอ่ยปากชวน พลางส่งยิ้มยั่วให้คนที่เขารักหมดใจ ทอมแกล้งคว้าหมอนขึ้นมาตีเขาเบา ๆ หลายที พลางพึมพำบ่นว่าเขาเป็นโรคจิต ก่อนจะรีบลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้บนราวใกล้เตียง แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แฮร์ริสันนอนยิ้มกว้างกับตัวเอง

 

 

“แฮซ ไม่อาบน้ำเหรอ มาเร็ว!”

 

เสียงเรียกดังแว่วมาจากในห้องน้ำ ทำเอาเด็กหนุ่มที่นอนยิ้มอยู่บนเตียงราวกับคนบ้า รีบลุกจากเตียงแล้วพุ่งเข้าไปในห้องน้ำตามบัญชาด้วยความเต็มใจ

 

เขาคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกจริง ๆ นั่นเอง

 

.^.^.^.^.^.^.

 

มาแบบมึน ๆ พอดีฟังเพลง A Good Boy ของ Beak Ah Yeon แล้วอยากเขียนขึ้นมาน่ะค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านฟิคสั้นเรื่องนี้ค่ะ (^_^)

Bad Mate -10- Ending

Bad Mate

Romantic Fan Fiction

Harrison Osterfield

Tom Holland

Ryan Reynolds

-10-

 

หลายเดือนต่อมา การถ่ายทำภาพยนตร์สไปเดอร์แมนกับเดดพูลก็จบลงด้วยดี พวกเขาจัดงานปาร์ตี้ส่งท้ายอย่างง่าย ๆ ขึ้นที่บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งผนังเป็นอิฐแดง โต๊ะ เก้าอี้ และเคาน์เตอร์ทำจากไม้ขัดเงา ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย

 

แฮร์ริสันนั่งหันหลังพิงเคาน์เตอร์ ในมือถือแก้วจินเจอร์เอลประดับด้วยเลมอน เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะที่มองไปยังทอม เพื่อนสนิทของเขาที่กำลังขยับร่างกายด้วยท่าทางประหลาดอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางเหล่าทีมงานที่ส่งเสียเชียร์บ้างก็โยกตัวตาม ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ทอมที่สุดคือไรอัน เขาเองก็เผยยิ้มกว้างและมองทอมด้วยแววตาเปล่งประกาย

 

เด็กหนุ่มมองแววตาของไรอันแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า หลายเดือนก่อน ตัวเองก็คงมองทอมด้วยสายตาแบบนี้เอง

 

หลังจากสารภาพรักและถูกปฏิเสธวันนั้น ช่วงแรก ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกหดหู่ เขาแทบไม่คุยกับทอมเลย ไม่ใช่เพราะโกรธหรอก แต่เขาต้องการเวลา และเขาต้องการระบายให้ใครสักคนฟังด้วย เขาเล่าให้แจ็คสันฟังผ่านวอทส์แอพ แต่แจ็คสันก็มีงานของตัวเองที่ต้องทำเช่นกัน เขาจึงไม่อยากรบกวนเพื่อนมากนัก โชคดีที่มีโทมัสคอยรับฟังเขา ชายหนุ่มเป็นผู้ฟังที่ดี ทั้งยังพูดให้กำลังใจเขาด้วย บางครั้งหากมีเวลา เขาก็ไปนั่งดูโทมัสทำวิทยานิพนธ์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรกัน ตอนแรกแฮร์ริสันก็กลัวว่าจะรบกวนสมาธิ แต่โทมัสบอกว่าตัวเองสมาธิดีมาก ต่อให้อยู่ท่ามกลางบีเกิ้ลเป็นสิบเขาก็ยังทำรายงานได้ ด้วยเหตุนี้ เขากับโทมัสจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

แต่ถึงอย่างไร คนที่เขาสนิทที่สุดก็ยังเป็นทอมอยู่ดี

 

ขณะที่นั่งมองทอมเต้นเพลิน ๆ คนที่เขามองอยู่ก็หันมาทางเขาพร้อมส่งยิ้มกว้าง

 

“แฮซ มาเร็ว!”

 

ทอมส่งเสียงเรียกให้เขาไปเต้นด้วยกัน แฮร์ริสันรู้สึกว่า ทอมเรียกเขาเหมือนที่เรียกเทซซา หมาพันธุ์พิทบูลสุดที่รักของครอบครัวฮอลแลนด์ เด็กหนุ่มยิ้มขำกับความคิดนั้น แต่ก็วางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ แล้วเดินไปที่ฟลอร์อย่างเชื่อฟัง

 

ถึงอย่างไร เขาก็ไม่อาจขัดใจเพื่อนคนนี้ได้จริง ๆ

 

เมื่อแฮร์ริสันวาดลวดลายบนฟลอร์คู่กับทอมไปได้สักพัก ก็มีนักแสดงและสตาฟหลายคนเริ่มเข้ามาร่วมเต้นกับพวกเชาด้วย ใบหน้าของทุกคนระบายด้วยรอยยิ้มแห่งความสนุกสนาน

 

เด็กหนุ่มสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะแอบปลีกตัวไปที่บาร์เพื่อหาเครื่องดื่มดับกระหาย หลังจากสั่งจินเจอร์เอลเพิ่มอีกแก้วแล้ว แฮร์ริสันก็พบว่าไรอันเดินมานั่งข้างเขา ชายหนุ่มสั่งเบียร์สดหนึ่งแก้ว เมื่อเห็นแฮร์ริสันมองมาด้วยท่าทางแปลกใจ เขาจึงอธิบายว่า ทั้งก่อนและระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ เขาต้องงดแอลกอฮอลทุกชนิดเพื่อรักษากล้ามท้องไว้ เพราะงั้นวันนี้เขาจะขอดื่มให้หนำใจ เด็กหนุ่มฟังดังนั้นก็ยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะเล่าว่าเขาต้องงดแป้งและกินแต่โปรตีนเป็นเดือน ๆ เพื่อทำให้ตัวเองมีกล้ามเนื้อ แล้วทั้งสองคนก็เริ่มคุยเรื่องการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร จนกระทั่งทอมเข้ามาขัดจังหวะด้วยสีหน้าราวกับเห็นดาวตกตอนกลางวัน

 

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ”

 

ทอมนั่งลงข้างไรอันพลางเอ่ยถามอย่างอยากรู้ก่อนจะหันไปสั่งคาลัวร์กับบาร์เทนเดอร์

 

“เรื่องทั่วไปน่ะ”

 

“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ”

 

ไรอันกับแฮร์ริสันตอบแทบจะพร้อมกัน ทอมหัวเราะกับคำตอบของทั้งคู่ก่อนจะแซวว่า เดี๋ยวนี้ทั้งสองคนมีความลับกับเขาแล้วเหรอ เรียกรอยยิ้มจากทั้งคนรักและเพื่อนสนิทของเขา สามหนุ่มนั่งดื่มไปพลางคุยกันไปทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องภาพยนตร์ เพลง กีฬาที่ชอบเล่น มอเตอร์ไซด์ สถานที่ที่เคยไปเที่ยว ผู้คนน่าสนใจที่ได้พบเจอมา ผลัดกันฟังผลัดกันเล่า วงสนทนาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แล้วไรอันก็เอ่ยชวนแฮร์ริสันไปเที่ยวบ้านเขาพร้อมกับทอม และยังฝากคำชวนไปถึงโทมัสด้วย

 

“จะลองชวนดูนะครับ… แล้ว…ถ้าโทมัสจะพาเพื่อนอีกคนไปด้วยจะสะดวกไหมครับ”

 

“จะมาอีกสักสิบคนก็ยังไหว”

 

เด็กหนุ่มยิ้มขำคำตอบของไรอัน ก่อนจะอธิบายให้ขายหนุ่มกับทอมที่ทำหน้าตาอยากรู้ฟังว่า โทมัสมีคนรักอยู่แล้ว ถึงเขาจะยังไม่เคยเจอตัวจริง เพราะตอนนี้เขาคนนั้นกำลังไปค่ายอาสาที่เวียดนาม แต่น่าจะกลับมาอเมริกาหันช่วงที่พวกเขาจะไปแคนาดา ทั้งสองคนฟังแล้วก็มีสีหน้าแปลกใจนิดหน่อย ทอมบอกว่านึกว่าโทมัสคบกับเขาเสียอีก แฮร์ริสันหัวเราะ ก่อนจะบอกปัดว่าไม่มีทาง เพราะโทมัสกับเขาไม่ได้ชอบกันแบบนั้น

 

แต่ถ้าโทมัสพาแฟนไปด้วย เขาก็ต้องอยู่ท่ามกลางคู่รักหวานแหววสองคู่น่ะสิ

 

แฮร์ริสันนึกในใจอย่างขัน ๆ ถึงตัวเขาเองจะไม่รุ้สึกอะไร แต่จากมุมมองของคนนอก เขาต้องดูน่าสงสารมากแน่ ๆ

 

คงต้องรีบหาแฟนให้ได้ก่อนไปแล้วสิ

 

เด็กหนุ่มตั้งเป้าหมายไว้ในใจอย่างแน่วแน่ ถึงตอนนี้เขาจะยังหาคนที่อยู่ด้วยกันแล้วเพอร์เฟ็คไม่เจอ แต่สักวันเขาต้องเจอแน่

 

เขามั่นใจอย่างนั้น

 

.^-^.^-^.^-^.

/ตัดจบดังฉับ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะที่ติดตามอ่านมาถึงตอนจบ ขอบคุณมากจริง ๆ สำหรับคอมเม้นท์ ให้กำลังใจเราได้มากจริง ๆ ค่ะ ^ ^

หวังว่าน้องแฮซจะได้พบคนคนนั้นนะ ป้าเอาใจช่วย (แฮซ: ถ้าจะช่วยจริง ๆ ทำไมไม่เขียนให้ผมลงเอยกับทอมล่ะ – -“) ตอนแรกป้าไม่ได้วางพล็อตให้หนูนกเลยนะลูก แต่เรื่องมันพาไปจริง ๆ ยกโทษให้ป้าด้วย

สัญญาว่าถ้าเขียนอีก เรื่องหน้าแฮซจะไม่นกอีกแล้วค่ะ 5555

Bad Mate – 9 –

Bad Mate

Fan Fiction

Harrison Osterfield

Tom Holland

Ryan Reynolds

– 9 –

 

สามวันแล้วที่ทอมแทบจะไม่ได้คุยกับแฮร์ริสันเลย นอกจากช่วงที่ต้องแสดงฉากแอคชั่นแล้ว เพื่อนของเขามักจะออกไปข้างนอกตามลำพังเสมอ และจะไม่กลับมาจนกว่าจะถึงเวลาเข้านอน ตอนนั้นทอมมักจะแกล้งทำเป็นหลับไปแล้ว เพราะเขาเองก็ยังไม่พร้อมจะคุยกับเพื่อนเช่นกัน

 

ส่วนไรอัน ชายหนุ่มยังคงทำตัวเหมือนปกติ ทำงานด้วยกัน ซ้อมบทด้วยกัน คุยล้อเล่นกับเขา แต่ไม่เรียกเขาว่าลูกแมวน้อยอีกแล้ว และถ้าไม่ได้ทำเพื่อการแสดง ไรอันจะไม่แตะต้องตัวเขาเลย และแน่นอนว่าไม่เอ่ยถึงเรื่องของพวกเขาอีกเลย

 

ทอมนึกขอบคุณชายหนุ่มที่ไม่เร่งรัดเขา สองสามวันมานี้เด็กหนุ่มทุ่มเทสมาธิให้กับการแสดงอย่างมาก เพียงเพื่อจะหลบหนีจากความสับสนของตัวเอง บอกตัวเองว่า ตอนนี้ยังไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น และยืดเวลาให้ตัวเองไปเรื่อย ๆ

 

สามวันต่อมา ทุกคนก็ได้หยุดพักจากการถ่ายทำ แฮร์ริสันเริ่มกลับมาคุยกับทอมเกือบจะเหมือนปกติแล้ว แต่เด็กหนุ่มก็ยังชอบออกไปในเมืองตามลำพังอยู่ดี วันนี้ เขาจึงออกจากห้องไปตอนสาย ๆ โดยไม่ได้ชวนทอมไปด้วย

 

ทอมยังไม่อยากลุกจากเตียง เขานอนลืมตามองเพดานห้องอยู่อย่างนั้น ในหัวกลับมาคิดเรื่องของแฮร์ริสันกับไรอันและเขา

 

เด็กหนุ่มถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่า เขาคิดอย่างไรกับแฮร์ริสันกันแน่

 

แฮร์ริสันเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่เขาอยากจะให้อยู่เคียงข้างเขาตลอดไป แต่ว่า… ในฐานะอะไร

 

เขาไม่เคยรู้สึกใจเต้นเวลาอยู่ใกล้ ๆ แฮร์ริสันเหมือนกับตอนที่อยู่กับไรอัน ต่อให้นอนร่วมเตียงกันก็ไม่รู้สึกอะไร ทว่า ทำไมเขาถึงรู้สึกหวงตอนที่เห็นเพื่อนอยู่กับโทมัส…

 

ทอมเริ่มคิดว่าอาจจะเป็นเพราะ… เขารู้สึกว่า แฮร์ริสันเป็นของตัวเอง เป็นคนของเขา ไม่อยากให้คนของเขาไปสนิทกับใครมากกว่าเขา ทอมรู้ว่าคิดแบบนี้มันไร้เหตุผลมาก แฮร์ริสันไม่ใช่ของเขา ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น แฮร์ริสันแป็นของตัวเอง มีสิทธิ์ไปสนิทกับใครนอกจากเขาก็ได้ หรือจะเลิกคบเขาไปเลยก็ได้

 

เมื่อคิดว่าแฮร์ริสันจะเลิกคบเขา จะหายไปจากชีวิตของเขา ก็ทำให้ทอมรู้สึกใจหาย… ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาจะทำอะไรได้ไหม เขาจะรั้งเพื่อนไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปได้ไหม

 

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สักสองสัปดาห์ เขาคงตอบอย่างมั่นใจว่า แฮร์ริสันไม่มีทางทิ้งเขาไปได้ เพราะ… แฮร์ริสันรักเขามาก

 

เขาเองก็รักแฮร์ริสันมาก แต่แค่ในฐานะเพื่อนสนิทเท่านั้น…ใช่ไหม

 

สุดท้าย เขาก็ยังไม่แน่ ใจ

 

ส่วนความรู้สึกที่เขามีต่อไรอัน กลับเพิ่มพูนขึ้นเมื่อเขาเห็นว่า ไรอันเข้าใจเขา เขาทั้งรักและนับถือชายหนุ่มมากขึ้น ไรอันก็เหมือนแฮร์ริสัน ทั้งสองไม่ใช่ของเขา ตอนนี้ไรอันไม่ใช่คนของเขาแล้ว มีสิทธิ์เลือกที่จะเลิกกับเขาอย่างถาวรและหันไปหาตัวเลือกใหม่ที่ดีกว่าเขาก็ได้ แต่ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะรอ เลือกที่จะเป็นตัวเลือกให้เขา

 

ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเริ่มห่างเหินกับเขา บ่อยครั้งที่ทอมคิดถึงอ้อมแขนอันอบอุ่นปลอดภัยของไรอัน คิดถึงน้ำเสียงเอ็นดูที่เรียกเขาว่าลูกแมวน้อย คิดถึงสัมผัสอันหนักแน่นและหอมหวานยามที่ริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกัน

 

เขารักไรอัน

 

มีแต่ความรู้สึกนี้เท่านั้นที่ทอมแน่ใจ ไม่ว่าเหตุผลอาจจะเป็นเพราะ ไรอันเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชม หรือเพราะไรอันเป็นคนมีเสน่ห์ หล่อเหลา และรักเขามาก เขาจึงอยากรักตอบ ไมว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไร ก็เป็นความจริงที่เขารักไรอัน หากในอนาคตข้างหน้าพวกเขาจะต้องแยกจากกันก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ เขาอยากอยู่กับไรอัน

 

ทอมสับสนในความรู้สึกของตัวเอง

 

กับแฮร์ริสันเขาไม่อยากให้หายไปไหน อยากให้อยู่ข้างเขาตลอดไป

 

กับไรอัน เขาอยากอยู่ด้วยกันตอนนี้ แต่จะแยกจากกันในวันข้างหน้าก็ไม่เป็นไร

 

เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาก เขารักทั้งคู่ และอยากให้ทั้งคู่อยู่กับเขา

 

ทอมรู้ว่าตัวเองไม่อยากคบกับแฮร์ริสันในฐานะคนรักแต่ก็อยากให้อยู่ข้างเขาตลอดไป ส่วนไรอันที่ได้สถานะนั้น เขากลับไม่อาจให้สัญญาได้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป… และในใจเขา แฮร์ริสันก็สำคัญกว่าไรอันอยู่ดี

 

ถ้าเขากลับไปคบกับไรอันก็ไม่ต่างอะไรกับทำร้ายชายหนุ่ม แต่ถ้าเลิกกันจริง ๆ เขาก็จะเสียใจ

 

ทอมไม่รู้จะทำอย่างไร เขาจึงตัดสินใจทำตามใจตัวเอง

 

เด็กหนุ่มยันตัวเองขึ้นจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนจะไปอาบน้ำ และแต่งตัวด้วยเสื้อยืดแขนยาวสีดำตัวโปรด กางเกงขาสั้นพอทีเข่าสีน้ำเงิน ใช้เจลเซ็ตผมแบบรีบ ๆ ก่อนจะเดินไปหาไรอันที่ห้อง

 

ประตูเปิดออกเกือบจะทันทีที่ทอมเคาะเรียก ไรอันดูประหลาดใจมากที่เห็นเด็กหนุ่มยืนอยู่หน้าห้อง และรีบหลีกทางให้เขาเข้าไปในห้อง เมื่อทอมบอกว่าอยากคุยด้วย

 

ไรอันปิดประตูห้อง และเมื่อหันกลับมาก็พบว่าเด็กหนุ่มยืนอยู่ใกล้มาก ห่างจากเขาเพียงเอื้อมมือเท่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นจ้องมองเขาตอบอย่างแน่วแน่ ก่อนจะเรียกชื่อของเขา

 

“ไรอัน ผมรักคุณ”

 

ชายหนุ่มผู้โดนบอกรักอย่างกะทันหันได้แต่ยืนมองหน้าทอมนิ่ง จนเด็กหนุ่มทนไม่ไหว ต้องเอ่ยยืนยันความรู้สึกของตัวเอง

 

“ผมรักคุณ กลับมาคบกับผมนะ”

 

เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของชายหนุ่มไว้อย่างไม่ค่อยแน่ใจ แต่เมื่อไรอันไม่ว่าอะไร ไม่ได้สะบัดมือออก เขาก็กุมมือนั้นไว้แน่น ก่อนจะพูดต่อไป

 

“ผม่ไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับแฮร์ริสันกันแน่ แต่ความรู้สึกที่มีต่อคุณ ผมแน่ใจมาก ผมอยากให้คุณอยู่กับผม อยากให้คุณจับมือของผม กอดผม จูบผม อยากให้คุณรักผม”

 

“ไรอัน กลับมารักผมได้ไหม”

 

มือที่กุมมือของไรอันไว้บีบแน่นขึ้นด้วยความประหม่า ชายหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นมาจับมือข้างนั้นของทอมไว้

 

“พูดอะไรอย่างนั้น”

 

เขาดึงมือข้างนั้นของเด็กหนุ่มออกจากมือของตัวเอง และกุมมันไว้แน่น

 

“ฉันไม่เคยหยุดรักนายเลย”

 

.-*-.-*-.-*-.

แฮซ ป้าขอโทษ

Bad Mate – 8 –

Bad Mate

Romantic Drama Fan Fiction

Harrison Osterfield

Tom Holland

Ryan Reynolds

– 8 –

 

 

ไรอันตัดสินใจเดินตามโทมัสไปทางลานจอดรถ ทิ้งทอมไว้กับแฮร์ริสัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเด็กคนนั้นตั้งใจจะสารภาพรักกับทอมของเขา

 

 

ที่เขาปล่อยให้มันเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเป็นพ่อพระ เพียงแต่เขาอยากให้ทอมได้มีโอกาสตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าตามตรง เขาตั้งใจยืมมือแฮร์ริสันเพื่อบีบให้ทอมเลือก

 

 

และทอมก็ตัดสินใจเลือกแล้ว

 

 

ไรอันรู้ได้ทันทีที่เด็กหนุ่มทั้งสองเดินมาถึงรถ ดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของทอม สีหน้าเรียบเฉยที่แฮร์ริสันปั้นขึ้นเพื่อปิดบังความเจ็บปวดของตัวเอง

 

 

ทอมได้เลือกแล้ว แต่ทอมไม่ได้เลือกเขาหรอก

 

 

ทอมเลือกที่จะรักษามิตรภาพกับแฮร์ริสันเอาไว้แทนที่จะยอมเสี่ยงสูญเสียเด็กคนนั้นไป เลือกรักษาแฮร์ริสันเอาไว้ในฐานะเพื่อนคนสำคัญตลอดไป

 

 

สุดท้ายแล้ว ในใจของทอม แฮร์ริสันก็เป็นคนพิเศษเกินกว่าใคร เขาไม่อาจเทียบเด็กคนนั้นได้เลย

 

 

แต่ช่างปะไร ถึงอย่างไรเขาก็ได้เป็นคนรักของทอม และตราบใดที่พวกเขายังมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ให้ได้

 

 

คืนนั้นทอมไปส่งเขาที่ห้อง และอ้อยอิ่งอยู่พักใหญ่ราวกับไม่อยากจากเขาไป… เขาก็อยากจะกล่อมตัวเองให้เชื่อแบบนั้นอยู่หรอก แต่ความจริงคือ ทอมไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับเด็กคนนั้น

 

 

“นอนนี่เลยดีไหม แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะ”

 

ไรอันแกล้งเอ่ยปากชวนพร้อมส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เด็กหนุ่มที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเตียงของเขา ในอ้อมแขนก็กอดหมอนของเขาแน่น เขาคาดไว้ว่าหมอนใบนั้นจะลอยมาปะทะร่างของเขาพร้อมกับเสียงโวยวายขัดเขินของทอม แต่กลายเป็นว่าเด็กหนุ่มช้อนตาขึ้นมองเขา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาราวกับกลัวจะรบกวนว่า

 

 

“นอนได้เหรอ”

 

 

“ได้อยู่แล้ว สำหรับลูกแมวน้อย ฉันอ้าแขนต้อนรับเสมอ”

 

 

เขาตอบรับพร้อมกับอ้าแขนกว้างประกอบ นึกไม่ถึงว่าทอมจะทิ้งหมอนแล้วกระโจนเข้ามาสู่อ้อมอกเขาจริง ๆ กระนั้นเขาก็เต็มใจโอบกอดเด็กหนุ่มที่จิตใจว้าวุ่นคนนี้ไว้ เขาเข้าใจดีว่า แฮร์ริสันสำคัญกับทอมมาก ไม่ว่าทอมจะตอบปฏิเสธไปแล้วหรือขอเวลากลับมาคิดดูก่อน ตอนนี้ทอมต้องกำลังไม่สบายใจอย่างมากแน่ ๆ ที่ตัวเองเป็นเหตุให้เด็กคนนั้นต้องเสียใจ

 

 

สำหรับไรอันแล้ว ทอมของเขาไม่ผิด เด็กคนนั้นก็ไม่ผิดเช่นกัน มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ

 

 

แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ผิด ไรอันไม่เคยนึกโทษตัวเองที่ชอบทอม ไม่เคยเสียใจที่สารภาพรักออกไปด้วย ก็เขาชอบทอมจริง ๆ สมมติว่าเขากับแฮร์ริสันสลับตำแหน่งกัน สมมติว่าทอมคบกับคนอื่นอยู่ เขาก็จะยังชอบทอมอยู่ดี และเขาจะสู้เต็มที่เพื่อให้ทอมกลายมาเป็นลูกแมวน้อยของเขา

 

 

พวกเขาอยู่อย่างนั้นหลายนาที เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรเลยสักคำ แต่ก็ไม่ปล่อยมือจากไรอัน ชายหนุ่มก็ไม่เอ่ยคำเช่นกัน เขายกมือขวาขึ้นลูบศีรษะของทอมเบา ๆ

 

 

“ไรอัน”

 

 

เด็กหนุ่มเอ่ยชื่อคนรัก ขณะที่ค่อย ๆ คลายอ้อมกอด ทอมถอยออกไปเล็กน้อยเพื่อเงยหน้ามองสบตาชายหนุ่ม ไรอันมีรอยยิ้มบางอยู่บนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดุจแสงแดดยามเช้า… เขารักรอยยิ้มแบบนั้นเหลือเกิน…

 

 

ทอมสูดหายใจเข้าเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป

 

 

“วันนี้… แฮซ…บอกว่ารักผม”

 

 

เด็กหนุ่มสังเกตว่ารอยยิ้มของไรอันเจื่อนลง แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่พูดอะไร เขายังคงรอให้ทอมพูดต่อไป

 

 

“…ผมปฏิเสธเขาไปแล้ว”

 

 

แล้วเด็กหนุ่มก็ระบายความรู้สึกของเขาให้ไรอันฟังตามตรง ทอมเล่าตั้งแต่เรื่องที่เขารู้มานานแล้วเรื่องที่แฮร์ริสันชอบเขา แต่เขาไม่อยากสูญเสียเพื่อนไป เขาคิดว่าความสัมพันธ์แบบคนรักนั้นไม่ยั่งยืนเท่ามิตรภาพของเพื่อนหรือครอบครัว จึงตอบปฏิเสธไป แต่กลับรู้สึกเสียใจมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทว่า เขาไม่แน่ใจว่าความเสียใจนั้นเกิดจากอะไร เสียใจที่ทำให้แฮร์ริสันต้องเสียใจ เสียใจเพราะกลัวเสียเพื่อนไป หรือเสียใจเพราะ… เชาไม่รู้ใจตัวเอง

 

 

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า เขารักแฮร์ริสันแบบไหนกันแน่

 

 

เขาขอโทษไรอันที่มาระบายเรื่องแบบนี้ให้ฟัง เขารู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวขนาดไหนที่มาพูดกับไรอันแบบนี้ ไรอันจะโกรธเขาก็ได้

 

 

แต่ชายหนุ่มไม่โกรธ เขารั้งตัวเด็กน้อยของเขามากอดหลวม ๆ กระซิบกับเส้นผมนุ่มของทอมว่า เขารักทอมนะ ถึงทอมจะยังไม่รักเขาก็ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริง ๆ

 

 

“ยังจำที่เราพนันกันไว้ได้ไหม”

 

 

ไรอันพูดถึงตอนที่เขากับทอมปลอมตัวออกไปหาอะไรกินกันสองคนที่ย่านดาวน์ทาวน์ ซึ่งผลปรากฏว่าไรอันชนะ ไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขา

 

 

เมื่อเด็กหนุ่มในอ้อมกอดพยักหน้าเบา ๆ ชายหนุ่มก็พูดต่อ

 

 

“ฉันขอใช้สิทธิ์นั้น ขอให้นายคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองให้ดี”

 

 

ชายหนุ่มแอบสูดหายใจเข้า ก่อนจะเอ่ยคำที่แม้ไม่อยากพูดออกไป แต่เพื่อตัวเขาทั้งคู่ เขาจะต้องพูด

 

 

“ระหว่างนี้ พวกเราห่างกันสักพักนะ”

 

 

“ไรอัน…”

 

 

ไรอันคลายอ้อมแขน ก่อนจะหันหลังให้เด็กหนุ่ม เขาไม่อยากให้ทอมเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้ และไม่อยากเห็นสีหน้าของทอมตอนนี้ด้วย

 

 

“ดึกแล้ว กลับห้องเถอะ ราตรีสวัสดิ์”

 

 

ชายหนุ่มหันหลังอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูห้อง เมื่อเขาค่อย ๆ หันกลับไป ก็พบเพียงความว่างเปล่า

 

 

ทอมจากไปแล้ว

 

 

ไรอันล้มตัวนอนลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า หลับตาลง แต่กลับหลับไม่ลงจนกระทั่งรุ่งเช้ามาเยือน

 

 

.-*-.-*-.-*-.

 

ทุกคน… เราขอโทษ T T

Bad Mate – 7 –

Bad Mate

Romantic Drama Fan Fiction

Harrison Osterfield

Tom Holland

Ryan Reynolds

– 7 –

เมื่อใกล้สามทุ่มครึ่ง นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนที่บนชายหาดโคนี่ย์อายแลนด์ก็พากันหันไปทางลูนาพาร์ค สวนสนุกเก่าแก่ที่จะจัดแสดงดอกไม้ไฟทุกวันศุกร์ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน พวกเขานับว่ามาได้จังหวะพอดี เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีที่มีการแสดงดอกไม้ไฟบนเกาะนี้

 

ในที่สุด ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อดอกไม้ไฟลูกแรกถูกจุดขึ้น ลูกไฟสีแดงพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบนอย่างมุ่งมั่น และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ระเบิดตัวเองกระจายเต็มท้องฟ้า ราวกับกุหลาบสีแดงที่เบ่งบานบนผืนผ้ากำมะหยีสีน้ำเงินเข้ม ดอกไม้ไฟลูกต่อ ๆ มาถูกจุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกเสียงฮือฮาด้วยความชื่นชมจากผู้คนที่เฝ้ามอง แม้แต่แฮร์ริสันที่ใจจดจ่ออยู่กับการสารภาพรักในตอนแรก ก็ยังถูกสะกดด้วยความงดงามของดอกไม้ไฟจนเผลอยืนนิ่งเฝ้ามองอยู่ชั่วขณะ ลืมเรื่องสารภาพรักไปหมดสิ้น แต่ก็ได้สติกลับมาตอนที่โทมัสใช้ข้อศอกถ่องเขาแรง ๆ ที่เอว พลางบุ้ยหน้าไปทางทอมที่เงยหน้ามองดอกไม้ไฟอยู่ข้าง ๆ เขาด้วยสีหน้าตื่นตาตื่นใจ ถัดจากทอมไปเป็นไรอันที่เงยหน้ามองดอกไม้ไฟเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดใดออกมา

 

ถ้าเขาลากทอมออกไปตอนนี้ ไรอันจะต้องสังเกตเห็นแน่ ๆ เด็กหนุ่มหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากโทมัส ชายหนุ่มจ้องหน้าเขาด้วยสายตาทีอ่านได้ว่า ‘นายนี่ต้องให้ฉันช่วยทุกเรื่องเลยใช่ไหม’ กระนั้นทายาทร้านขนมปังก็ยังยอมเดินไปยืนข้าง ๆ ไรอัน สะกิดนักแสดงหนุ่มเบา ๆ ที่แขน ก่อนจะเขย่งตัวขึ้นพูดอะไรบางอย่างที่ข้างหู เพราะว่าเสียงดอกไม้ไฟนั้นดังมากจน หากไม่พูดใกล้ ๆ คงไม่ได้ยิน จากนั้นโทมัสก็ค่อย ๆ เดินออกไปจากตรงนั้น ไรอันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงพูดกับทอม แฮร์ริสันเห็นเพื่อนพยักหน้าให้ไรอัน แล้วชายแก่คนนั้นก็เดินตามโทมัสออกไป

 

เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าโทมัสพูดอะไรถึงดึงตัวไรอันออกไปได้ เขาจึงยื่นหน้าไปใกล้ ๆ หูของเพื่อนแล้วเอ่ยถามว่า ทั้งสองคนไหนกัน

 

“ไปเอาของที่รถน่ะ โทมัสจำเป็นต้องเอาอะไรบางอย่าง แต่ที่จอดรถเปลี่ยวมาก เลยขอให้ไรอันไปเป็นเพื่อน”

 

ทอมอธิบายเท่าที่ได้ยินมาจากไรอันอีกที

 

เมื่อแฮร์ริสันพยักหน้ารับรู้ ทอมจึงกลับไปสนใจการแสดงอกไม้ไฟระลอกใหม่ เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเขียวลอบมองใบหน้าด้านข้างของเพื่อน มองดวงตาที่สะท้อนกับแสงสีต่าง ๆ ของดอกไม้ไฟจนเปล่งประกายงดงาม มองรอยยิ้มบางทีมุมปาก สีหน้าที่ดูราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งเคยเห็นดอกไม้ไฟเป็นครั้งแรก เขารักสีหน้าแบบนั้นของทอม เขารักที่ทอมกระตือรือร้นกับทุกสิ่ง เขารักที่ทอมมักจะมองโลกในมุมที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวัง เขารักที่ทอมมักจะทำทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถ เขารักที่ทอมใส่ใจคนรอบข้างทุกคน และมักจะทำสิ่งที่คิดว่าทำให้คนรอบข้างมีความสุข ไม่ว่าจะต้องฝืนยิ้มหรือกลั้นน้ำตาไว้ ทอมก็จะทำ

 

แล้วเขาละ จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทอมมีความสุขได้ไหม

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงตอบตัวเองทันทีว่า ได้แน่นอน แต่ว่าตอนนี้เด็กหนุ่มก็เริ่มไม่มั่นใจ เพราะเขากำลังจะทำสิ่งที่รู้ดีว่าจะต้องทำให้เพื่อนเป็นทุกข์ และทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะทำให้ทอมไม่สบายใจ แต่แฮร์ริสันก็ยังอยากจะบอกออกไปอยู่ดี

 

เขามันเห็นแก่ตัวจริง ๆ

 

“ทอม”

 

เขาเอ่ยเรียกเพื่อนรัก ทอมหันมาตามเสียงเรียก ดอกไม้ไฟยังคงถูกจุดอย่างต่อเนื่องส่งเสียงระเบิดลั่นทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มจึงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เพื่อฟังว่าแฮร์ริสันจะพูดอะไร

 

“ฉันรักนาย”

 

ถ้อยคำที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นนั้นทำให้เด็กหนุ่มที่ฟังอยู่ตกตะลึงจนยืนนิ่งไปชั่วขณะ แม้เสียงดอกไม้ไฟจะดังมาก แต่ทอมก็ได้ยินคำสารภาพของเพื่อนชัดเจน เขาค่อย ๆ หันไปมองหน้าแฮร์ริสัน สบดวงตาสีเขียวที่จ้องกลับมาอย่างแน่วแน่ราวกับจะขอคำตอบ

 

“แฮซ… ฉัน…”

 

ทอมรู้สึกว่าริมฝีปากแห้งผาก เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นเพื่อระบายความอึดอัด ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

 

“…ขอโทษ”

 

“…อืม รู้แล้ว รู้อยู่แล้วล่ะ”

 

แฮร์ริสันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ น่าแปลกที่แม้คำปฏิเสธนั้นจะเจ็บปวด แต่ก็ทำให้เขาโล่งอกอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกที่เก็บไว้ตลอดสามปี ตอนนี้ส่งออกไปถึงผู้รับเรียบร้อย แม้ว่าทอมจะไม่ตอบรับความรู้สึกของเขาก็ตาม แต่เขาก็ดีใจที่ได้พูดออกไป

 

“ขอบใจที่ฟังนะ”

 

ขอบใจที่ฟังคำพูดเห็นแก่ตัวของฉันนะ

 

“แฮซ…”

 

ทอมได้แต่เรียกชื่อเพื่อนเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีน้ำตาลยามนี้เป็นประกายด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เอ่อคลอขึ้นมาท่วมท้นในตา เหมือนหัวใจถูกบีบแน่นจนเริ่มจะหายใจไม่ออก เด็กหนุ่มบอกให้ตัวเองกลั้นไว้ ห้ามร้องไห้ออกมาเด็ดขาด

 

ถึงจะกลั้นไว้ แต่แฮร์ริสันก็มองเห็นความพยายามของทอม และตำหนิตัวเองที่ทำให้คนที่เขาเพิ่งบอกว่ารักต้องเจ็บปวดเพราะเขา

 

“ไม่เป็นไร ทอม ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ แค่อยากบอกให้นายฟัง ไม่ได้หวังอะไร”

 

คำโกหกถูกปั้นขึ้นมาปลอบใจ แต่นั่นทำให้ความอดทนของทอมสิ้นสุดลง ความรู้สึกที่กลั้นไว้เอ่อล้นออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง เขารีบก้มลงซ่อนใบหน้าเปื้อนน้ำตาไว้จากสายตาของทุกคน จึงมีเพียงคนเดียวที่เห็นน้ำตาของเขา และเป็นคนที่เขาไม่อยากให้เห็นมากที่สุด แต่กระนั้นก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เขาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ

 

แฮร์ริสันทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เขาไม่อยู่ในฐานะที่จะเข้าไปกอดปลอบเพื่อนได้ แต่ถ้าทอมไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา เขาก็จะช่วยซ่อนมันไว้ให้เอง

 

เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินไปยืนอยู่ด้านหน้าทอมที่กำลังก้มหน้าอยู่ หวังว่าตัวเองจะช่วยบังไม่ให้คนอื่นเห็นว่าเพื่อนรักของเขากำลังเจ็บปวด แฮร์ริสันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟสีขาว สีอันบริสุทธิ์นั้นช่างเจิดจ้า เปล่งประกาย งดงาม สวยจนชวนให้เจ็บปวดเมื่อประกายไฟนั้นค่อย ๆ โปรยปรายลงมา ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งผืนฟ้ามัวหม่นไว้เพียงลำพัง

 

งานแสดงดอกไม้ไฟปิดฉากลงแล้ว เช่นเดียวกันกับความรักของเขา

 

โคมไฟริมหาดค่อย ๆ สว่างขึ้นหลังจากการแสดงจบลง ชายเสื้อของแฮร์ริสันถูกกระตุก เมื่อเด็กหนุ่มค่อย ๆ หันกลับไปก็พบว่า ทอม ฮอลแลนด์ เพื่อนรักของเขาเช็ดน้ำตาด้วยชายเสื้อของเขาอยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมา สีหน้าของทอมดูปกติดีมาก ยกเว้นแต่ว่ามีรอยแดง ๆ ที่นัยน์ตา ที่ถึงจะไปล้างหน้าก็คงไม่หาย กระนั้นทอมก็ยังลากเขาไปที่ห้องน้ำสาธารณะริมหาดเพื่อล้างคราบน้ำตาออกให้เกลี้ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะพากันเดินกลับไปที่ลานจอดรถ เพราะไม่เห็นโทมัสกับไรอันที่ชายหาด

 

เมื่อมาถึงรถ ปรากฏว่าโทมัสนอนหลับอยู่ที่เบาหลัง โดยมีไรอันนั่งเฝ้าอยู่ตรงที่นั่งคนขับ ไรอันอธิบายว่าโทมัสรู้สึกไม่สบายจึงขอให้เขามาเป็นเพื่อนเพื่อกินยาซึ่งเก็บไว้บนรถ หลังจากกินยาแก้ปวดหัวกับยาแก้แพ้เข้าไป ก็นอนหลับเป็นตายอยู่ที่เบาะหลัง เพราะงั้นเขาจะเป็นคนขับรถขากลับเอง

 

แฮร์ริสันให้ทอมนั่งเบาะหน้าคู่กับไรอัน ส่วนตัวเองไปนั่งที่เบาหลังกับโทมัสที่งัวเงียตื่นขึ้นมาตอนพวกเขามาถึงรถ ก่อนจะหลับไปอีกครั้งเมื่อไรอันออกรถ และไม่ตื่นขึ้นมาเลยตลอดการเดินทาง จนกระทั่งพวกเขามาถึงหน้าร้านขนมปังของครอบครัวแซงส์เตอร์

 

ทั้งสามบอกลาโทมัสก่อนจะพากันเดินกลับที่พักท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด แฮร์ริสันลอบถอนหายใจเมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง ทอมขอตัวไปส่งไรอันที่ห้อง บอกให้เขาอาบน้ำนอนก่อนได้เลย เด็กหนุ่มนึกเอาว่าทอมให้โอกาสเขาได้ระบายความอัดอั้นออกมาโดยไม่มีใครเห็น แต่กระนั้นเขาก็ไม่อาจคั้นน้ำตาออกมาได้แม้แต่หยดเดียว แฮร์ริสันอาบน้ำแล้วก็เข้านอนเหมือนปกติ มีเพียงความว่างเปล่าในใจเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกโหวงเหวง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องร้องไห้ออกมา

 

เด็กหนุ่มนอนหลับตา สัมผัสความว่างเปล่าในหัวใจตัวเองซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งความเหนื่อยล้าทำให้เขาจมสู่ห้วงนิทรา

 

.-*-.-*-.-*-.

ขออภัยที่สั้น แต่เราไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือออออ