[StrangeGraves] This is Too Weird [2]

This is Too Weird [2] 

คู่: หมอแปลกกับคุณเกรฟส์ 

แนว: สบาย ๆ ไร้พล็อต ไร้แก่นสาร ไร้โพซิชั่น 

**แฟนฟิคครอสโอเวอร์เรื่อง Doctor Strange กับ Fantastic Beasts and Where to Find Them 

 

 

หว่องกำลังทอดไข่ดาวเพิ่มอีกฟอง เสียงน้ำมันในกระทะดังสะท้อนไปทั่วห้องครัวที่เงียบงัน ชายหนุ่มลอบชำเลืองมองผ่านประตูครัวที่เปิดกว้างไปยังห้องอาหารที่อยู่ติดกัน สตีเฟ่นนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ผมที่เคยยุ่งเหยิงจัดทรงจนเรียบแปล้ ร่างสูงเปลี่ยนมาสวมชุดสีน้ำเงินตัวเก่งซึ่งคล้ายชุดชาวฮั่นของจีนหรือกิโมโนของญี่ปุ่น แต่เคลื่อนไหวคล่องตัวกว่า คาดเอวด้วยสายหนังเส้นหนา สวมถุงมือและรองเท้าบูททั้งที่อยู่ในบ้านตัวเอง และหว่องเห็นว่าที่นิ้วชี้กับนิ้วกลางข้างซ้ายสวมแหวนเวทย์ไว้ด้วย เรียกได้ว่าแต่งตัวเต็มยศเพื่อข่มขวัญแขกผู้มาเยือนเต็มที่ และยังมีผ้าคลุมสีแดงโอบไหล่ราวกับสมุนที่พร้อมปกป้องผู้เป็นนายทุกเมื่อ หากแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะคิดจะเล่นตุกติกขึ้นมา 

 

 

เพอร์ซิวาลซึ่งยังคงอยู่ในชุดนอนตัวเดิมมองสำรวจห้องอาหาร โต๊ะกับเก้าอี้ไม้สีเข้มขัดมันเข้าชุดกันเรียบง่ายแต่แข็งแรงและมันวาวราวกับมีคนขัดถูทุกวัน เช่นเดียวกันกับพื้นหินลวดลายแปลกตาที่สะท้อนเงาชัดเจนเกือบจะเทียบเท่ากระจกเงา เชิงเทียนทองเหลืองดัดอย่างประณีตแขวนอยู่บนเพดานเหนือโต๊ะ เล่มเทียนสีขาวติดเปลวไฟช่วยให้ห้องซึ่งมืดทึบเพราะผ้าม่านสีน้ำตาลเข้มสว่างขึ้น มือปราบมารหนุ่มนึกอยากจะเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูว่านิวยอร์กของโลกนี้เหมือนกับนิวยอร์กที่เขาจากมาหรือไม่ ความจริงเขาอยากออกไปสำรวจรอบ ๆ ด้วยซ้ำ แต่เห็นได้ชัดว่าพ่อมดตรงหน้าผู้อ้างตัวว่าเป็นด็อกเตอร์จอมขมังเวทย์ผู้ปกป้องโลกจากสิ่งมีชีวิตอันตรายจากมิติอื่น คงไม่ยอมให้เขา—ซึ่งยังจัดประเภทไม่ได้ว่าเป็นอันตรายหรือไม่ แต่มาจากมิติอื่นแน่นอน—ออกไปเดินท่อม ๆ สำรวจโลกได้ตามใจชอบ 

 

 

ใช่ เพอร์ซิวาลรู้แล้วว่าตัวเองหลุดมาอยู่ในอีกโลกอีกมิติหนึ่งที่คล้ายโลกเดิมของเขามาก แถมยังมีพ่อมด—หรือที่พวกเขาเรียกตัวเองว่าจอมเวทย์—เหมือนกันด้วย มือปราบมารหนุ่มยังไม่รู้ว่าเวทมนตร์ของพวกเขาแตกต่างกันอย่างไร เพราะด็อกเตอร์อะไรนี่ยังไม่เคยใช้เวทมนตร์ให้เขาเห็น ยกเว้นแต่ตอนลอยจากชั้นสองลงมาชั้นหนึ่งเพื่ออวดพลังของผ้าคลุมวิเศษ 

 

 

ที่จริงเพอร์ซิวาลก็สนใจผ้าคลุมที่ดูเหมือนจะมีชีวิตผืนนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นสิ่งของที่ดูมีชีวิต ไม้กวาดที่เขาเคยใช้ตอนยังเรียนอยู่ก็เหมือนมีชีวิตเช่นกัน พวกมันรับรู้ได้ว่าผู้ขี่กลัวการบินหรือไม่ แต่เขาไม่เคยเห็นสิ่งของที่พยายามปกป้องผู้ใช้ด้วยเจตจำนงของมันเองมาก่อนโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องร่ายคาถาหรือออกคำสั่ง 

 

 

เมื่อสตีเฟ่นเห็นเพอร์ซิวาลจ้องเขม็งไปยังผ้าคลุมของเขา หมอจอมเวทย์ก็กระแอ่มไอ ก่อนจะเอ่ยถามว่า 

 

 

“คุณจะดื่มอะไร ชาไหม” 

 

 

ทันใดนั้น บริเวณโต๊ะที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าทั้งสองก็ปรากฏกาน้ำชาทรงสูงและถ้วยชาทองเหลืองไร้หูจับสองใบ มีควันและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาจากถ้วยตรงหน้าเพอร์ซิวาล มือปราบมารหนุ่มมองถ้วยชานั้นด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่นึกประเมินคุณหมอจอมเวทย์ว่า ‘ไม่ธรรมดา’ ในโลกของเขา คาถาเสกสิ่งของให้ปรากฎขึ้นในพริบตา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายดาย แถมจอมเวทย์ตรงหน้ายังไม่ต้องพึ่งพาไม้กายสิทธิ์ หรือขยับมือแม้แต่นิดเดียว ไม่แน่ว่าพ่อมดที่นี่อาจใช้อุปกรณ์อื่นในการรวบรวมสมาธิแทนไม้กายสิทธิ์ แต่กระนั้นก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี 

 

 

เพอร์ซิวาลยกถ้วยชาอุ่น ๆ ใบนั้นจรดริมฝีปาก แต่ไม่ได้ปล่อยให้น้ำชาแตะริมฝีปากแม้แต่หยดเดียว 

 

 

สตีเฟ่นสังเกตเห็นการกระทำนั้น จึงอดพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า “ผมไม่วางยาคุณหรอก ถ้าจะฆ่าคุณ ผมมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้” เขายกถ้วยชาของตัวเองขึ้นดื่มเป็นตัวอย่าง ก่อนจะถามต่อ “หรือคุณอยากได้อะไรเพิ่ม น้ำตาล? น้ำผึ้ง? นม? หรืออยากดื่มอย่างอื่น” 

 

 

ดวงตาสีดำของมือปราบมารจ้องเขม็งเข้าไปในตาของหมอจอมเวทย์ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างไม่ลังเลอีก เพอร์ซิวาลรู้ว่าสตีเฟ่นไม่ได้โกหก เขาจึงกล้าดื่ม และเมื่อหว่องยกจานไข่ดาว ขนมปังปิ้ง และไส้กรอกมาให้ เขาก็กินอย่างมีมารยาท 

 

 

ท่าทางการจับมีดส้อมของเพอร์ซิวาลน่าดูมาก แม้จะอยู่ในชุดนอนก็ตาม สตีเฟ่นจึงเผลอมองเขากินอยู่ครู่หนึ่ง เขาเคยไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของชนชั้นสูงมาหลายงาน แต่หายากที่จะมีคนที่ดูสง่างามและน่ามองทุกการเคลื่อนไหวอย่างชายหนุ่มจากต่างโลกคนนี้ 

 

 

จนกระทั่งสบตาสีเข้มที่มองมาราวกับจะอ่านใจเขาได้ นานแพทย์จอมเวทย์จึงลงมือกินอาหารเช้าของตนบ้าง 

 

 

หว่องที่นั่งกินอาหารอยู่ข้างสตีเฟ่น เห็นสายตาของจอมขมังเวทย์ซึ่งมองไปยังชายแปลกหน้าแล้ว ก็นิ่งงันไปครู่ เขาไม่เคยเห็นสตีเฟ่นใช้สายตาแบบนั้นมองใครมาก่อนเลย แต่หว่องก็ตีความสายตานั้นไม่ออก ชายหนุ่มจึงหันไปมองเพอร์ซิวาลอย่างพิจารณามากขึ้น แต่เขาไม่เห็นสิ่งผิดแปลกตรงไหน จึงกลับมาสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อ 

 

 

หลังจากจานทั้งสามใบสะอาดเกลี้ยงเกลาแล้ว หว่องก็ขอตัวไปทำงานบรรรณารักษ์ของเขา ปล่อยให้อีกสองคนนั่งเผชิญหน้ากันตามลำพัง 

 

 

“คุณอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไหม” 

 

 

สตีเฟ่นเอ่ยถามเพอร์ซิวาลซึ่งยังอยู่ในชุดนอนราวกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้ แน่นอนว่ามือปราบมารหนุ่มอยากชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่รัดกุมกว่านี้ แต่ช่วงเวลาที่เขาอาบน้ำจะเป็นการเปิดช่องว่างให้หมอจอมเวทย์โจมตีได้ เขาจึงบอกปัดว่าไม่เป็นไร 

 

 

“ถ้างั้น เราย้ายไปห้องนั่งเล่นกันดีกว่า” 

 

 

ยังไม่ทันที่เขาจะตอบรับ ร่างของเขาก็เหมือนถูกดึงไป เพียงพริบตาเขาก็ถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้นวมหุ้มหนังสีน้ำตาลหรูหรา ซึ่งตั้งอยู่ริมเตาผิง โดยมีจอมเวทย์นั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว ห่างกันเพียงช่วงแขนเดียวเท่านั้น 

 

 

ดวงตาสีดำปรากฏแววตื่นตระหนก ก่อนจะบังคับตัวเองให้นิ่งไว้ จ้องมองไปในดวงตาสีเทาของสตีเฟ่นอย่างไม่อยากเชื่อ พ่อมดคนนี้ ไม่ได้ดีแต่ปาก เขาเป็นจอมขมังเวทย์จริง ๆ ยังไม่ทันแตะตัว เขาซึ่งเป็นถึงหัวหน้ามือปราบมารก็ถูกลากไปมาได้อย่างง่ายดาย หากคนตรงหน้าจะเอาชีวิตเขา ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาพิษเลย เพียงพริบตาเขาก็คงตายไปแล้ว อาจจะยังไม่ทันรู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ 

 

 

หน้าผากของเพอร์ซิวาลเริ่มมีเหงื่อซึม แต่คำพูดต่อมาของสตีเฟ่นทำให้เขาประหลาดใจ 

 

 

“ผมไม่ฆ่าคุณหรอก ผมแค่จะถามรายละเอียดของโลกที่คุณจากมา ผมจะได้ส่งคุณกลับไปถูกที่ถูกเวลา” 

 

 

เพอร์ซิวาลสบตาของหมอจอมเวทย์อีกครั้ง อีกครั้งที่เขาพบว่า สตีเฟ่นไม่ได้โกหก ร่างที่เครียดเกร็งก็ผ่อนคลายลงได้บ้าง มือปราบมารเอนตัวไปข้างหน้า ก่อนจะถามอย่างสงสัย 

 

 

“คุณส่งคนข้ามมิติได้ด้วยหรือ คุณสเตรนจ์” 

 

 

“สตีเฟ่น” จอมเวทย์หนุ่มบอก “เรียกผมว่า สตีเฟ่น” 

 

 

“สตีเฟ่น” เพอร์ซิวาลยอมเรียกตามแต่โดยดี เพราะเห็นว่า คนตรงหน้านอกจากไม่ได้มีเจตนาร้ายแล้วยังคิดจะช่วยส่งเขากลับโลกเดิมด้วย 

 

 

แม้สตีเฟ่นจะมีสีหน้านิ่งเฉย แต่ในใจกลับเจ้ารู้สึกประหลาด ทั้งประหลาดใจตัวเองที่เอ่ยปากขอให้เรียกเขาด้วยชื่อจริง ประหลาดใจที่เพอร์ซิวาลยอมเรียกด้วย ทั้งยังประหลาดใจกับความรู้สึกที่ตนมีต่อเสียงที่พ่อมดต่างถิ่นตรงหน้าเรียกชื่อเขา ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน แต่ว่าสตีเฟ่นยังไม่อยากยอมรับ เขาไม่ควรมีความรู้สึกแบบนี้กับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับคนต่างโลกต่างมิติ 

 

 

นายแพทย์จอมขมังเวทย์พยายามสงบใจตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจว่า รีบส่ง ๆ พ่อมดตรงหน้ากลับโลกเดิมไปเสีย จะได้รีบตัดความรู้สึกที่เพิ่งเกิดขึ้นทิ้งไป เขาจึงตอบว่า ใช่ เขาส่งคนข้ามมิติได้ และขอให้เพอร์ซิวาลบรรยายโลกที่จากมาให้เขาฟัง 

 

-*-*-*-

 

คุณเกรฟส์คนพอร์น ทำอะไรก็ดูดีน่ามองไปหมด 5555

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่า

Advertisements

One thought on “[StrangeGraves] This is Too Weird [2]

  1. Pingback: สารบัญ Fiction – Luifang's Passion

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s