[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 10

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

 

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

บทที่ 8

บทที่ 9

 

 

 

 

เซเวอรัสไม่ได้คุยกับลิลี่เลยตั้งแต่วันนั้น รุ่งเช้า เมื่อเขาเจอเธอที่โต๊ะอาหาร เด็กหญิงก็ทักแค่ “อรุณสวัสดิ์” ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินขนมปังปิ้ง เมื่อขึ้นรถไฟด่วนฮอกวอตส์เพื่อกลับบ้าน ลิลี่ก็เลือกนั่งกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ เซเวอรัสจึงเลี่ยงไปนั่งตู้ว่างสุดขบวนเพียงลำพัง

 

ตอนนี้เขาปิดเทอมได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว เซเวอรัสออกตามหาเด็กหญิงทุกที่ที่พวกเขาเคยไป สนามเด็กเล่น ใต้ต้นไม้ริมแม่น้ำ เด็กชายไม่กล้าไปหาเธอที่บ้าน เขาจึงได้แต่วนเวียนอยู่แถวนั้น หวังว่าเธอจะปรากฎตัวขึ้นมาสักวัน

 

เด็กชายไม่โทษลิลี่ที่หลบหน้าเขา เพราะเขาพูดอะไรแบบนั้นออกไปกะทันหันเอง เธอคงตกใจ และต้องการเวลาคิด ไม่ว่าคำตอบจะออกมาเป็นแบบไหน เซเวอรัสก็เตรียมใจรับไว้แล้ว เรื่องเดียวที่เขาจะขอร้องลิลี่คือ ขอให้เธอเป็นเพื่อนเขาต่อไป อย่าได้หายไปจากชีวิตเขาอีกเลย เขาทนไม่ได้ที่จะต้องสูญเสียเธอไปอีกครั้ง

 

ขณะที่เซเวอรัสเฝ้ารออย่างกระวนกระวายอยู่นั้น ลิลี่เองก็คิดหัวแทบจะระเบิดว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี

 

ลิลี่เพิ่งเคยถูกเด็กผู้ชายบอกรักเป็นครั้งแรก เธอเข้าใจความหมายของคำว่า “รัก” ที่เขาบอกว่าไม่ใช่รักแบบเพื่อน แต่เด็กหญิงไม่เข้าใจตัวเองว่า เธอรู้สึกอย่างไรกับเซเวอรัสกันแน่

 

ตอนแรกเธอตกใจ เพราะคิดไม่ถึงว่าเซเวอรัสจะมีความรู้สึกแบบนั้นต่อเธอ ต่อมาเธอรู้สึกเขินอายและ…ดีใจ ใช่ เธอรู้สึกดีใจที่เขารักเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าเธอรักเซเวอรัสแบบเดียวกับที่เขารักเธอรึเปล่า เธอชอบที่พวกเขาสนิทกัน ชอบที่พูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ซึ่งหมายถึงทุกเรื่องจริง ๆ แม้แต่เรื่องที่คุยกับเพื่อน ๆ ผู้หญิงไม่ได้ เธอก็คุยกับเขาได้ เซฟเข้าอกเข้าใจเธอดี เขาฉลาดมาก และดีกับเธอเสมอ เธอชอบมีเขาอยู่ใกล้ ๆ เรียนด้วยกัน เล่นสนุกกัน พูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเรียนจบ ทำงานก็ยังเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ลิลี่ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกแบบนี้เป็นรักแบบเพื่อน หรือมากกว่านั้น เด็กหญิงลองไปถามเพ็ตทูเนียว่ารักแบบที่มากกว่าเพื่อนนั้นเป็นอย่างไร แต่พี่สาวของเธอกลับว่าเธอว่า หน้าไม่อาย

 

เด็กหญิงลอบถอนใจเมื่อนึกถึงพี่สาว บางทีทูนี่ก็ชอบทำเรื่องต่าง ๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก่อนเธอกับพี่สาวสนิทกันมากและทูนี่ก็ใจดีกับเธอมากกว่านี้ แต่หลังจากที่เธอเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ พี่สาวของเธอก็เปลี่ยนไป จ้องจะจับผิดเธอทุกอย่าง และบอกว่าเธอเป็นตัวประหลาด เมื่อตอนปิดเทอมหน้าร้อนคราวที่แล้ว ลิลี่พยายามจะสานสัมพันธ์กับพี่สาวให้เหมือนเมื่อก่อน แต่เพ็ตทูเนียแทบไม่เปิดใจรับเธอเลย เธอเขียนจดหมายไปกี่ฉบับ พี่สาวก็ไม่ตอบกลับ จนลิลี่เลิกเขียนไปเอง

 

ลิลี่เคยคิดว่าเธอเข้าใจเพ็ตทูเนียดี พี่สาวเธอแค่อยากมีเวทมนตร์เหมือนเธอเท่านั้น ไม่ได้เกลียดอะไรเธอจริงจังหรอก แต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้ว เธออาจจะไม่เข้าใจไรเลยก็ได้ ไม่เข้าใจพี่สาว ไม่เข้าใจเซฟ และไม่เข้าใจตัวเอง

 

เธอหลบอยู่แต่ในบ้านมาหลายวันแล้ว แม้จะยังคิดอะไรไม่ออก แต่เธอจะหลบหน้าเซเวอรัสต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ เธอต้องไปเผชิญหน้ากับเด็กชาย แค่บอกเขาไปตามตรงว่า เธอไม่รู้ เซเวอรัสคงเข้าใจเธอเหมือนที่เขาเข้าใจเธออย่างดีมาตลอด

 

วันรุ่งขึ้น ลิลี่ตื่นแต่เช้าไปที่ริมแม่น้ำซึ่งเธอกับเซเวอรัสมานั่งเล่นกันประจำ เด็กชายมาถึงก่อนแล้วอย่างที่เธอคาดไว้ เขานั่งพิงโคนต้นไม้ต้นโปรด สายตามองเหม่อไปยังแม่น้ำ

 

เด็กหญิงลอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความกล้าให้ตัวเอง ก่อนจะเดินตรงไปหาเซเวอรัส

 

เด็กชายหันมองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร เขาก็รีบผุดลุกขึ้นยืน และเดินตรงมาทางเธอช้า ๆ เรียกชื่อเธอออกมาด้วยความดีใจ

 

“ลิลี่”

 

“อรุณสวัสดิ์ เซฟ”

 

ลิลี่ยิ้มให้เขา แม้จะเป็นรอยยิ้มเกร็ง ๆ แต่เซเวอรัสก็ยิ้มตอบด้วยความโล่งใจ ในที่สุดเธอก็มา เธอไม่หลบหน้าเขาแล้ว

 

“เซฟ เรื่องที่เธอบอกฉันวันนั้น… ฉันอยากจะบอกกับเธอตามตรงนะ” เด็กหญิงสบตากับเด็กชายที่ยืนอยู่ห่างจากเธอสองก้าว แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวขาวซีดของเซเวอรัสจนดูราวกับว่า หากเธอกระพริบตา เขาอาจจะจางหายไปกับอากาศ

 

ลิลี่จึงไม่กล้ากระพริบตา ขณะพูดสิ่งที่เธอคิดออกไป

 

“ความจริงแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดกับเธออย่างไร ฉันรู้แค่ว่า ฉันชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ฉันชอบเวลาที่ได้อยู่กับเธอ แต่ฉันไม่รู้ว่าความรักที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนเป็นอย่างไร”

 

เด็กหญิงหยุดพิจารณาสีหน้าของเซเวอรัส เด็กชายเบิกตากว้างราวกับประหลาดใจในคำตอบของเธอ ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มซึ่งทำให้ใบหน้าที่ดูเย็นชาอยู่เสมอนั้นอบอุ่นขึ้นมา เด็กชายบอกกับเธอว่า

 

“ไม่เป็นไร ลิลี่ เธอยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร” เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาบ้าง “ฉันนึกว่าเธอจะไม่คุยกับฉันแล้วเสียอีก โล่งอกไปที”

 

“ฉันต้องคุยกับเธออยู่แล้ว เซฟ เราเป็นเพื่อนกันนะ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยรู้ไหม”

 

ลิลี่พูดอย่างจริงจัง เซเวอรัสรู้สึกตื้นตันใจ เขารู้ว่าเธอพูดจริง เขาจึงบอกเธอบ้าง “เธอก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ดีที่สุดในชีวิตฉันเลย”

 

เด็กหญิงยิ้มให้กับประโยคนั้น ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอเองก็โล่งใจเช่นกันที่เซเวอรัสไม่โกรธเธอ และดีใจที่เขาบอกว่า เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา

 

“ลิลี่ ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”

 

เด็กชายเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขาทรุดตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นโปรดที่ให้ร่มเงาเย็นสบาย แสงแดดที่ลอดผ่านกลุ่มใบไม้ซึ่งไหวตามแรงลมเอื่อย ๆ ทำให้เกิดแสงวิบวับจับต้องใบหน้าของเด็กทั้งสอง

 

“อะไรเหรอ”

 

เด็กหญิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม เธอยังคงรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาคุยกับเพื่อนเหมือนเดิม

 

“จากนี้ไปฉันอาจจะไปเข้าร่วมกับกลุ่มผู้เสพความตาย—แต่ไม่ใช่เพราะอยากเข้าหรอกนะ ฉันจะเป็นสายสืบให้ภาคีของดัมเบิลดอร์น่ะ” เซเวอรัสรีบบอกเมื่อเห็นลิลี่ขมวดคิ้ว หลังจากเธอมีสีหน้าผ่อนคลายลง เขาก็เอ่ยต่อ “ฉันอาจจะต้องทำตัวร้ายกาจเพื่อให้พวกนั้นเชื่อใจฉัน เมื่อถึงตอนนั้น ฉันขอร้อง ขอให้เธอเชื่อใจฉัน ขอให้เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม…ได้ไหม”

 

ลิลี่มองหน้าเด็กชาย มองแววตาสีดำที่มีแววอ้อนวอนของเขา แม้เด็กหญิงจะไม่แน่ใจว่า ‘ทำตัวร้ายกาจ’ ที่เซเวอรัสพูดนั้นถึงขั้นไหน เธอเคยเห็นเขาทำตัวร้ายกาจกับพี่สาวของเธอมาแล้ว และเธอก็ไม่ชอบเลย แต่ช่วงหลังมานี้เซเวอรัสทำตัวดีมาก แม้จะยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนอื่นเท่าไร แต่ก็มีมารยาทมากพอจะคุยกับเพื่อนของเธอดี ๆ และไม่แกล้งเพ็ตทูเนียอีกเลย

 

เธอจึงเลือกที่จะเชื่อใจเขา

 

“ได้สิ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเป็นเพื่อนกันเสมอ ฉันสัญญา”

 

เด็กหญิงชูนิ้วก้อยข้างซ้ายขึ้นมา เซเวอรัสค่อย ๆ ยกมือขึ้น และเกี่ยวนิ้วก้อยของเขากับนิ้วก้อยของลิลี่ เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างร่าเริง เด็กชายยิ้มตอบเธอ ความรู้สึกเป็นสุขแผ่ไปทั่วร่าง จนเขาอยากจะหยุดช่วงเวลานี้ไว้

 

~*~*~*~

 

ใกล้จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ

บทที่ 11

Advertisements

4 thoughts on “[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 10

  1. Pingback: This Time I Will Never: บทที่ 11 – Luifang's Passion

  2. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 12 – Luifang's Passion

  3. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 13 (จบ) – Luifang's Passion

  4. Pingback: สารบัญ Fiction – Luifang's Passion

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s