[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 8

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

 

 

VIII

 

 

วันรุ่งขึ้น แม้เซเวอรัสจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ลิลี่ก็ยังสังเกตเห็นว่าเขามีเรื่องบางอย่างในใจ

 

“เซฟ เธอเป็นอะไรรึเปล่า”

 

เซเวอรัสเงยหน้าขึ้นจากเรียงความวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ซึ่งเขานั่งจ้องมันเฉย ๆ มาหลายนาที เด็กชายสบตาของลิลี่ที่มองกลับมาราวกับกำลังพยายามอ่านใจเขา ก่อนจะปั้นยิ้ม

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดีน่ะ”

 

ลิลี่จ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า

 

“เธอโกหกไม่เก่งเลยนะ รู้ไหม”

 

ประโยคนั้นทำเอาเซเวอรัสนิ่งงันไป ไม่เคยมีใครบอกเขาแบบนี้มาก่อนเลย เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักโกหกที่เก่งกาจ แม้แต่จอมมารซึ่งเชี่ยวชาญการพินิจใจ ก็ยังเชื่อสิ่งที่เขาพูด แต่ลิลี่กลับดูเขาออกโดยไม่ต้องพินิจใจเลยด้วยซ้ำ

 

“เซฟ เธอบอกฉันได้ทุกเรื่องนะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

 

เด็กชายหวนนึกถึงตอนที่เธอบอกว่าหมดความอดทนกับเขาแล้ว ตอนที่เธอบอกให้เขาไปตามทางของเขา ทางที่เขาเลือกเอง ซึ่งเป็นคนละเส้นทางกับเธอ ชั่วขณะหนึ่งเขาอยากจะถามเธอว่า ถ้าพวกเขาเป็นเพื่อนกันจริง ๆ  ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่ยอมให้อภัยเขา ทำไมเธอถึงไม่พยายามรั้งเขาไว้ แต่เมื่อเขาสบตาเธอในตอนนี้ เขาก็รู้ว่า เป็นเขาเองที่ไม่ฟังเธอ เป็นเขาเองที่ไม่ยอมเปิดใจให้เธอ เป็นเขาเองที่เลือกจะเข้าร่วมกับจอมมาร ไม่เลือกเธอ

 

“ลิลี่… ไม่ว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้เธอเชื่อใจฉันได้ไหม”

 

เด็กหญิงสบดวงตาสีดำของเซเวอรัส ขณะพูดอย่างหนักแน่นว่า

 

“แน่นอน ฉันเชื่อใจเธอ” ลิลี่นิ่งไปครู่ ก่อนจะพูดต่อ “แล้วเธอล่ะ เซฟ เธอเชื่อใจฉันมากพอที่จะเล่าให้ฉันฟังไหม”

 

คำถามของเด็กหญิงทำให้เซเวอรัสนิ่งคิด เขาขอให้เธอเชื่อใจเขา แต่กลับเป็นเขาเองที่ไม่เชื่อใจเธอ ไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขาตั้งใจจะทำเพื่อปกป้องเธอ… ที่จริงแล้ว ลิลี่อาจไม่ต้องการให้เขาปกป้องเธอเลย ลิลี่เป็นคนเข้มแข็ง เข้มแข็งกว่าเขาด้วยซ้ำ เธอเป็นแม่มดที่เก่งกาจที่สุดในรุ่นของเขา เผชิญหน้ากับจอมมารถึงสามครั้งและรอดมาได้ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่เธอสละชีพตัวเองเพื่อปกป้องแฮร์รี่ ทำไมเขาถึงไม่ไว้ใจเธอ ไม่เล่าทุกอย่างที่เขารู้ให้เธอฟัง เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงวางแผนจะขัดขวางจอมมารตามลำพัง

 

เซเวอรัสมองหน้าลิลี่วัยสิบสองอย่างพิจารณา เธอยังเด็ก แต่ว่า หากเขาตัดสินเธอจากแค่อายุ ก็คงไม่ต่างจากการดูหมิ่นเธอ

 

เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะเล่าให้เธอฟัง

 

~*~*~*~

 

“เธอกำลังบอกฉันว่า เธอเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งงั้นเหรอ”

 

หลังจากฟังเรื่องของเซเวอรัสจบโดยไม่ขัดจังหวะเขา ลิลี่ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ เซเวอรัสเข้าใจว่าเรื่องของเขาประหลาดเกินกว่าจะเชื่อได้อย่างสนิทใจ แต่เด็กหญิงก็ยังอดทนรับฟัง เขาจึงตั้งใจว่าจะตอบคำถามทุกอย่างของเธออย่างตรงไปตรงมา

 

“ใช่”

 

“แล้วเธอก็ฟื้นขึ้นมาตอนที่นั่งรถไฟมายังฮอกวอตส์ครั้งแรก” ลิลี่พยายามลำดับเหตุการณ์

 

“ใช่”

 

“แต่เธอไม่รู้ว่าเธอย้อนเวลามายังอดีต หรือนี่คือโลกอีกมิติหนึ่ง หรือเป็นแค่ความฝันของเธอ อย่างนั้นใช่ไหม”

 

เซเวอรัสพยักหน้า ก่อนจะเสริมว่า

 

“สิ่งเดียวที่แตกต่างไปจากเดิมคือ ฉันถูกคัดสรรมายังกริฟฟินดอร์ แทนที่จะเป็นสลิธีรินเหมือนเมื่อก่อน… ก่อนที่ฉันจะตาย”

 

ลิลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ “พอเธอมาอยู่กริฟฟินดอร์แล้ว เกือบสองปีที่ผ่านมานี้ สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากที่เธอจำได้ไหม”

 

“เปลี่ยนแค่รายละเอียดเล็กน้อย เช่น ฉันกลายเป็นเด็กอัจฉริยะไป เพราะความสามารถทางเวทมนตร์ยังคงอยู่เหมือนเดิม ส่วนเรื่องใหญ่ ๆ อย่างพวกผู้เสพความตายทรมานมักเกิ้ล หรือดัมเบิลดอร์ก่อตั้งภาคีนกฟีนิกซ์ยังคงเหมือนเดิม”

 

“ภาคีนกฟีนิกซ์เหรอ” ลิลี่ทวนคำ คิ้วของเธอเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

 

“มันคือสมาคมรวบรวมผู้ต่อต้านจอมมารน่ะ” เซเวอรัสบอก ก่อนจะเสริมเมื่อเห็นเด็กหญิงทำตาโตอย่างสนใจ “ในอนาคตเธอก็จะเข้าร่วมด้วยนะ”

 

“จริงเหรอ เยี่ยมเลย! ฉันอยากร่วมสู้ด้วย” ลิลี่บอกอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะถามเขาต่อ “แล้วเธอล่ะ เธอร่วมด้วยไหม เซฟ”

 

เด็กชายนิ่งไปขณะสบดวงตาสีเขียวที่มองเขาอย่างคาดหวัง ก่อนจะบอกว่า “ฉันเข้าร่วมหลังจากที่เธอ… เธอ…”

 

“หลังจากฉันตายไปแล้ว อย่างนั้นใช่ไหม” ลิลี่ต่อประโยคให้เขาอย่างสงบ ราวกับพูดถึงการตายของคนอื่น ไม่ใช่ชะตากรรมในอนาคตของเธอเอง

 

เซเวอรัสพยักหน้าตอบรับช้า ๆ จนแทบจะไม่เห็นการเคลื่อนไหว เด็กหญิงมองเขา ก่อนจะถามว่า

 

“เธอว่า ฉันตายเพื่อปกป้องลูกชาย และลูกชายของฉันจะเป็นคนปราบจอมมารในอนาคตใช่ไหม”

 

“ใช่”

 

ลิลี่ฟังคำตอบของเขาแล้วก็พูดต่ออย่างยินดี “งั้นก็ดีแล้วล่ะ การตายเพื่อคนที่รัก เป็นการตายแบบที่ฉันใฝ่ฝันเลย”

 

ว่าแล้วเด็กหญิงยิ้มให้เขา เซเวอรัสมองลิลี่ที่ยิ้มให้เขาอย่างเข้มแข็ง อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เธอช่างพิเศษจริง ๆ โลกใบนี้จะมีสักกี่คนกันที่ยิ้มรับความตายของตัวเองได้ ชั่วชีวิตนี้เขาพบเพียงแค่สองคนเท่านั้น คือ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ และเด็กผู้หญิงตรงหน้าเขา ลิลี่ เอฟเวนส์

 

“ลิลี่” เซเวอรัสสบตาเธอ “ฟังนะ ฉันมีแผน คราวนี้เธอกับลูกจะต้องปลอดภัย”

 

“แต่ถ้าทำแบบนั้น แล้วจอมมารล่ะเซฟ ไม่มีใครปราบเขาได้ยกเว้นลูกชายของฉันไม่ใช่เหรอ”

 

“ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอก” เซเวอรัสว่า แต่เมื่อเห็นลิลี่ขมวดคิ้ว เขาก็รีบพูดต่อ “ฉันหมายถึง เดี๋ยวพวกภาคีช่วยกันปราบเขาได้เอง ดัมเบิลดอร์ต้องทำอะไรสักอย่างแน่นอน”

 

เมื่อเอ่ยชื่อดัมเบิลดอร์ขึ้นมา ลิลี่ก็มีสีหน้าสดใสขึ้น

 

“จริงสิ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ต้องปราบเขาได้อยู่แล้ว พวกเราก็ต้องช่วยด้วยนะ”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว” เซเวอรัสรีบตอบรับเมื่อเห็นลิลี่มองหน้าเขา เด็กหญิงคลี่ยิ้ม ก่อนจะบอกว่า

 

“ถ้าอย่างนั้น ไปหาดัมเบิลดอร์กันเถอะ ไปเล่าให้อาจารย์ฟังกัน”

 

คำชวนนั้นทำเอาเซเวอรัสเบิกตากว้าง

 

“เดี๋ยว! ลิลี่ เธอคิดว่าดัมเบิลดอร์จะเชื่อเรางั้นเหรอ”

 

“แน่นอน ดัมเบิลดอร์ต้องเชื่อสิ ก็เธอพูดความจริงนี่นา”

 

“แต่ว่า…”

 

เซเวอรัสลังเล เขายังไม่ได้เล่าให้ลิลี่ฟังว่า เป็นเขาเองที่คาบข่าวคำทำนายไปบอกจอมมาร จนทำให้ลูกของลิลี่ตกเป็นเป้าหมาย ทำให้เธอต้องตาย แต่หากเขาไปพบหน้าดัมเบิลดอร์ เขาคงเก็บความจริงนี้ไว้ไม่ได้ และลิลี่ก็ต้องรู้เรื่องด้วย เขายังไม่อยากให้สายตาที่เธอมองเขาเปลี่ยนไป

 

“แต่อะไรเหรอ”

 

เซเวอรัสตอบไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี หากลิลี่รู้ความจริงเข้า เธอจะยังอยากเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิมไหม เด็กชายไม่อยากเสียเธอไป แม้เขาจะคิดไว้แล้วว่าคงต้องบอกเธอสักวัน แต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้

 

แต่เขาคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว

 

“ตกลง” เด็กชายบอกในที่สุด “ไปหาดัมเบิลดอร์กัน”

 

เซเวอรัสไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจถูกหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคงต้องยอมรับผลที่ตามมา สิ่งที่เขาทำลงไปแล้วในอดีตไม่อาจแก้ไขได้ แต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาป้องกันได้ และดัมเบิลดอร์ช่วยเขาได้

 

~*~*~*~

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ ^^

เรื่องนี้หลายตอนหน่อยนะคะ

Advertisements

6 thoughts on “[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 8

  1. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 9 – Luifang's Passion

  2. Pingback: This Time I Will Never: บทที่ 10 – Luifang's Passion

  3. Pingback: This Time I Will Never: บทที่ 11 – Luifang's Passion

  4. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 12 – Luifang's Passion

  5. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 13 (จบ) – Luifang's Passion

  6. Pingback: สารบัญ Fiction – Luifang's Passion

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s