[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 6

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็น Fan-fiction ของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

 

 

VI

 

ปิดเทอมฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่เซเวอรัสเกลียดที่สุด เหตุเพราะ หนึ่ง เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เวทมนตร์นอกโรงเรียน สอง ถึงเขาจะได้เจอลิลี่เกือบทุกวัน ได้พูดคุยเรื่องฮอกวอตส์ เรื่องวิชาที่เรียน การบ้าน และเวทมนตร์ด้วยกัน แต่เพราะมีเพ็ตทูเนียอยู่ บางวันลิลี่จึงหมกตัวอยู่กับพี่สาว ไม่ได้มาเจอเขา และสาม เขาต้องเจอหน้าพ่อทุกวัน

 

เซเวอรัสในวัยสามสิบแปดปี ไม่มีปัญหากับพ่อแล้ว เพราะตอนนั้นเขากลายเป็นหัวหน้าครอบครัว พ่อของเขาไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของครอบครัวอีกต่อไป จึงอารมณ์เย็นลงมาก แต่สำหรับพ่อในตอนนี้ ซึ่งเป็นพนักงานชั่วคราวอยู่ที่โรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนตร์ ได้ค่าจ้างตามแต่ชั่วโมงทำงาน และพ่อก็ไม่ได้ถูกเรียกไปที่โรงงานทุกวัน อารมณ์ของพ่อจึงขึ้นลงตามความเครียด ซึ่งมักจะระบายลงที่แม่ หรือเขาบ้างในบางครั้ง

 

แม้จะเซเวอรัสจะเข้าใจ แต่ใช่ว่าเขาจะชอบพฤติกรรมของพ่อ เขายังคงเกลียดเวลาที่พ่อตะโกนใส่แม่กับเขา เกลียดเวลาที่พ่อเอาเงินที่ควรจะใช้ซื้ออาหารและของใช้ในบ้านไปซื้อบุหรี่หรือเบียร์โดยอ้างว่าเพื่อคลายเครียด เกลียดเวลาที่พ่อเมาไม่มีสติจนทำร้ายแม่ ดังนั้นเมื่อเขาโตขึ้น เซเวอรัสจึงไม่แตะต้องบุหรี่และเครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายเลย

 

หากเขาโตกว่านี้ เขาคงจะห้ามพ่อไม่ให้ทำร้ายแม่ได้ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในร่างเด็กวัยสิบสอง ปกป้องแม่ไม่ได้ หากเขาเข้าไปสอดระหว่างที่พ่อกำลังระบายอารมณ์ใส่แม่ พ่อจะโมโหหนักยิ่งกว่าเดิม และแม่ที่ช่วยปกป้องเขา ก็จะโดนทำร้ายหนักยิ่งกว่าทุกที เซเวอรัสจึงเรียนรู้ที่จะนั่งเงียบ ทำตัวกลืนไปกับผนังมุมห้อง ราวกับเขาไม่มีตัวตน จนกว่าพายุอารมณ์ของพ่อจะพัดผ่านไป

 

โชคดีที่ตอนกลางวัน เขายังออกมาเล่นข้างนอกได้ ได้เจอลิลี่ เธอทำให้ชีวิตปิดเทอมหน้าร้อนอันหม่นหมองของเขาสดใสขึ้นมาบ้าง พวกเขาพูดถึงโรงเรียนกันทุกวัน บางวันก็นำการบ้านเรียงความมาเขียนด้วยกัน และช่วยกันตรวจแก้ นำตำราคาถามาตรฐานปีสองเก่าแก่ของแม่เขามาอ่าน จินตนาการว่าตอนใช้คาถานั้นจะเป็นอย่างไร

 

บ่อยครั้งที่เพ็ตทูเนียชอบมาแอบฟังพวกเขาคุยกัน ส่วนใหญ่เซเวอรัสก็จะปล่อยให้เธอฟังไป เด็กชายเรียนรู้ที่จะไม่ทำร้ายเธอต่อหน้าลิลี่ เพราะลิลี่รักพี่สาว ไม่ว่าพี่สาวของเธอจะเป็นคนน่าสมเพชขนาดไหนก็ตาม

 

เซเวอรัสและลิลี่ตั้งหน้าตั้งตารอวันเปิดเรียน เมื่อจดหมายรายชื่อหนังสือจากฮอกวอตส์มาถึง ลิลี่จะไปตรอกไดแอกอนกับพ่อแม่ของเธอ เด็กหญิงชวนเซเวอรัสไปด้วยกัน

 

“มาเถอะ ต้องสนุกแน่ ฉันบอกพ่อแม่แล้วว่าเธอจะไปด้วย พวกท่านอยากเจอเธอมาตั้งนานแล้ว”

 

ลิลี่บอกเขาขณะที่ทั้งสองกำลังแข่งกันโยนก้อนหินลงแม่น้ำว่าใครจะโยนได้ไกลกว่ากัน

 

“ไม่รู้สิ ฉันต้องถามแม่ก่อน”

 

เซเวอรัสบอกโดยที่ไม่ได้มองหน้าเธอ เด็กชายขว้างก้อนหินในมือสุดแรง และมองมันจมหายไปในน้ำ

 

เด็กชายกำลังใช้ความคิด ครั้งก่อน ก่อนที่เขาจะตาย เขายังไม่เคยพบพ่อแม่ของลิลี่เลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่เห็นไกล ๆ ที่ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ เซเวอรัสรู้สึกอับอายที่จะให้ครอบครัวของเธอเจอเขาในสภาพนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยบอกปัดคำชวนกินมื้อค่ำและมื้อกลางวันนับครั้งไม่ถ้วน จนลิลี่เลิกชวนไปเอง

 

เขารู้ว่ามันงี่เง่าที่จะอับอายเพราะแค่เรื่องเสื้อผ้าที่เขาสวมเก่าและล้าสมัย แต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งแรกที่คนเรามองเห็น คือ รูปลักษณ์ภายนอก ส่วนเรื่องความสามารถ นิสัย จิตใจ อะไรภายในเหล่านั้น ไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจนเหมือนรอยปะชุนบนเสื้อหรือกางเกงของเขา

 

เพราะความอายงี่เง่าของเขา ทำให้เขาไม่ได้ทำความรู้จักกับครอบครัวของเธอ จนกระทั่งทุกอย่างสายเกินไป

 

“ขอให้แม่เธออนุญาตเถอะ เราจะได้ไปสนุกกัน!” ลิลี่ว่า ก่อนจะโยนก้อนหินเต็มแรง มันตกลงใกล้ ๆ กับจุดที่ก้อนหินของเขาจมลงไป

 

เย็นวันนั้น ก่อนที่พ่อจะกลับมาบ้าน เซเวอรัสตัดสินใจขออนุญาตกับแม่ โดยเตรียมใจไว้ว่า แม่อาจจะไม่อนุญาต

 

“ไปสิ”

 

แม่เอ่ยรับง่าย ๆ ก่อนจะมองไปที่ประตูบ้านอย่างระแวดระวัง แล้วก้มลงใต้จักรเย็บผ้าเก่า ๆ แกะพื้นไม้แผ่นหนึ่งขึ้นมา ใต้พื้นมีช่องว่างซึ่งวางกล่องเหล็กเก่า ๆ วาดลวดลายเถากุหลาบ ครั้งหนึ่งกล่องนี้น่าจะสวยงามมาก เธอเปิดฝามันออก เซเวอรัสไม่เห็นว่ามีอะไรใส่อยู่ในนั้นบ้าง เพราะแม่ใช้ตัวบังไว้ ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมา แล้วเก็บกล่องเข้าที่เดิม

 

เมื่อแม่ตรวจดูว่าพื้นไม้ราบเรียบเหมือนปกติแล้ว เธอก็นำเหรียญบรอนซ์คนุตใส่มือเขาห้าเหรียญ มันไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่มีค่ามากสำหรับฐานะอย่างครอบครัวของเขา

 

“อย่าบอกพ่อนะ”

 

แม่ย้ำขณะที่ดวงตาเหลือบมองไปทางประตูอีกครั้ง เซเวอรัสกำเหรียญบรอนซ์ในมือแน่น ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบว่า

 

“ขอบคุณครับ แม่”

 

~*~*~*~

 

ลิลี่นัดเขาให้มาที่บ้านของเธอตอนสิบโมงตรง เซเวอรัสพยายามเลือกชุดที่ดีที่สุดของเขามาสวม เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เก่าจนเริ่มเหลืองของแม่กับกางเกงขายาวสีดำของพ่อที่แม่แอบใช้คาถาเสกให้มันหดจนพอดีตัวเขา

 

บ้านของลิลี่เป็นบ้านสองชั้นก่อด้วยอิฐแดง มีสวนหน้าบ้านเล็ก ๆ สนามหญ้าและพุ่มกุหลาบดูแห้งเหี่ยวเนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าร้อน

 

เด็กชายยืนลังเลอยู่หน้าประตูรั้ว เขายังไม่พร้อมจะเจอหน้าพ่อแม่ของลิลี่ แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงได้แต่ยืนประวิงเวลา เพื่อรวบรวมความกล้า

 

ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านก็เปิดออก ลิลี่นั่นเอง เธอยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นเซเวอรัสยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าบ้าน

 

“เซฟ! พอดีเลย เรากำลังจะไปกันแล้ว”

 

ขณะที่เด็กหญิงรีบมาเปิดประตูรั้ว พ่อกับแม่ของเธอก็เดินออกมาจากในบ้าน

 

“สวัสดีจ้ะ เซเวอรัส”

 

คุณนายเอฟเวนส์เอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ใบหน้าของเธอเหมือนกับลิลี่ไม่มีผิด แต่ผมของเธอเป็นสีดำ และดวงตาเป็นสีน้ำตาล

 

“สวัสดีครับ คุณนายเอฟเวนส์” เซเวอรัสทักตอบเธอก่อนจะทักชายหนุ่มที่เดินตามหลังเธอมา

 

“สวัสดีครับ คุณเอฟเวนส์”

 

“สวัสดี เธอคงเป็นเซเวอรัสสินะ”

 

พ่อของลิลี่เป็นชายร่างท้วมนิด ๆ ผมของเขาเป็นสีแดงเข้ม ดวงตาสีเขียวอ่อน เหมือนกับลิลี่ ใบหน้ากลมประดับรอยยิ้มขณะยื่นมือออกมาข้างหน้าเพื่อทักทาย เซเวอรัสจับมือกับเขา

 

เมื่อทักทายกันเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังร้านหม้อใหญ่รั่วด้วยรถไฟ และเข้าสู่ตรอกไดแอกอนด้วยความช่วยเหลือของแม่มดสาวเสื้อคลุมสีเหลืองคนหนึ่งในร้าน

 

“ระวังหน่อยนะ” เธอกระซิบบอกก่อนที่พวกเขาจะผ่านประตูเข้าสู่ตรอกไดแอกอน “หมู่นี้มีมักเกิ้ลถูกทำร้ายบ่อย พวกคุณรีบซื้อของแล้วรีบกลับเถอะ”

 

“มีคนถูกทำร้ายหรือครับ ทำไม…” นายเอฟเวนส์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

“มีพ่อมดแม่มดบางกลุ่มคิดว่ามักเกิ้ลสมควรถูกกำจัดทิ้ง เหยื่อรายล่าสุดโดนฆ่ายกครอบครัว… แต่ไม่ต้องห่วง มือปราบมารกำลังตามล่าพวกนั้นอยู่” แม่มดสาวรีบเสริมเมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางเอฟเวนส์ซีดลง

 

แม้จะมีข่าวมักเกิ้ลถูกทำร้าย แต่ตรอกไดแอกอนก็ยังคึกคักไปด้วยผู้วิเศษ โดยเฉพาะเหล่านักเรียนฮอกวอตส์และผู้ปกครอง ร้านรวงในตรอกยังคงวิเศษน่าทึ่งเหมือนเคย แต่อารมณ์เที่ยวเล่นของครอบครัวเอฟเวนส์หายไปเพราะข่าวน่าสลด พวกเขารีบซื้อของตามรายการจนครบถ้วน ก่อนจะรีบกลับ นางเอฟเวนส์ซื้อไอศกรีมให้ลิลี่และเซเวอรัสพร้อมบอกขอโทษเด็กชายที่ไม่ได้เดินเที่ยวนานกว่านี้

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

 

เซเวอรัสรีบบอกขณะรับไอศกรีมรสมะนาวมา เขาอยากจะยิ้มปลอบใจแม่ของลิลี่ แต่ก็ยิ้มไม่ออก ในเมื่อครั้งหนึ่งเขาก็เคยเข้าร่วมกับกลุ่มคนที่เห็นว่าการทรมานมักเกิ้ลเป็นเรื่องสนุกสนาน และยังวางแผนจะเข้าร่วมอีกครั้ง แม้จะเพื่อเป็นสายลับก็ตาม

 

ครั้งก่อนเขาเข้าร่วมกับผู้เสพความตาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเกลียดพ่อซึ่งเป็นมักเกิ้ล เกลียดที่พ่อทำร้ายแม่ และสั่งห้ามแม่ใช้เวทมนตร์ เขาคิดว่า หากทำให้มักเกิ้ลอยู่ใต้อำนาจของผู้วิเศษ แม่ของเขาก็จะเป็นอิสระ พ่อก็ไม่อาจบังคับหรือทำร้ายแม่ได้อีกต่อไป

 

เขาคิดอะไรง่ายเกินไป ทำให้ทุกสิ่งผิดพลาดไปหมด

 

เขาจะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้ว

 

 

~*~*~*~

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

Advertisements

9 thoughts on “[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 6

  1. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: 5 – Luifang's Passion

  2. Pingback: สารบัญ Fiction – Luifang's Passion

  3. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 7 – Luifang's Passion

  4. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 8 – Luifang's Passion

  5. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 9 – Luifang's Passion

  6. Pingback: This Time I Will Never: บทที่ 10 – Luifang's Passion

  7. Pingback: This Time I Will Never: บทที่ 11 – Luifang's Passion

  8. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 12 – Luifang's Passion

  9. Pingback: [SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 13 (จบ) – Luifang's Passion

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s