[ScorBus] Winter’s Dream: IV

Winter’s Dream

Fan Fiction of Harry Potter

Albus Potter and Scorpius Malfoy

 

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

 

IV 

 

สกอร์เปียสอ้าปากค้าง จ้องมองชายหนุ่มผู้อ้างตัวเป็นอัลบัสเพื่อนของเขา ถึงเค้าหน้า ดวงตา และผมยุ่งเหยิงนั้นจะคล้ายเพื่อนเขามาก แต่เป็นไปไม่ได้ อัลบัสเพื่อนของเขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้า ไม่มีทางกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่วัยยี่สิบกว่าอย่างคนตรงหน้าได้ 

 

 

“ลืมไปเลย นายคงยังไม่ได้เจอฉันในมิตินี้สินะ ตอนเราเจอกันนายอายุมากกว่านี้นี่นะ” 

 

 

ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ขณะยืดตัวขึ้น เขาก้มมองสกอร์เปียสอย่างพิจารณาก่อนจะเสริมว่า “นายสูงกว่านี้ด้วย” 

 

 

“ขอโทษนะครับ เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ ผมจำไม่ได้เลยว่าเราเคยเจอกันมาก่อนนะ” 

 

 

สกอร์เปียสรู้สึกเหมือนถูกสบประมาทเรื่องส่วนสูง ทำให้เขาหายอึ้งและโต้ตอบคนตรงหน้าได้ “อีกอย่างนะครับ ผมรู้จักอัลบัส พอตเตอร์ตัวจริง อย่าเอาชื่อเพื่อนผมมาอ้าง คุณเป็นใครกันแน่” 

 

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจกับท่าทางไม่เป็นมิตรของเด็กหนุ่ม เพราะสกอร์เปียสคนที่เขาเคยพบนั้นเป็นชายหนุ่มที่อัธยาศัยดีมาก…มากเกินไปจนน่ารำคาญ แต่อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นสกอร์เปียสเป็นผู้ใหญ่ ส่วนเขาเป็นเด็ก กลับกันกับสถานการณ์ตอนนี้ 

 

 

เมื่อนึกถึงอดีตอัลบัสก็หลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ท่าทีของสกอร์เปียสตอนนี้คล้ายกับท่าทางของเขาตอนเจอสกอร์เปียสครั้งแรกไม่มีผิด 

 

 

“ยิ้มอะไรครับ ผมไม่ได้พูดอะไรตลกเลยนะ” 

 

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วจ้องหน้าอัลบัสเขม็ง ทำให้อัลบัสนึกถึงลูกหมาที่กำลังแยกเขี้ยวขนพองด้วยความกลัว ตั้งท่าสู้ทั้งที่หางตก รอยยิ้มของเขายิ่งกว้างขึ้น แต่ชายหนุ่มก็แกล้งปิดปากไอเพื่อซ่อนรอยยิ้มนั้นไว้ ก่อนจะบอกว่า 

 

 

“ฉันคือ อัลบัส เซเวอรัส พอตเตอร์ ตัวจริงนะ แต่ฉันไม่ใช่อัลบัสเพื่อนนายคนนั้นหรอก” ชายหนุ่มเริ่มพูด “นายไม่สงสัยเลยเหรอว่า ที่นี่คือที่ไหน แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” 

 

 

“สงสัยสิ… ครับ” 

 

 

สกอร์เปียสเสริมคำลงท้ายไปเพื่อเพิ่มความสุภาพ แต่อัลบัสกลับหัวเราะแล้วบอกว่า “นายไม่ต้องสุภาพกับฉันหรอก เรียกฉันอัลบัสหรืออัลก็ได้ถ้านายต้องการ” 

 

 

“ตกลง… เ่อ่อ… อัล” สกอร์เปียสเรียกเขาว่า อัล เพราะไม่อยากเรียกชื่อซ้ำกับอัลบัสเพื่อนรักของเขา “ที่นี่คือที่ไหน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเรารู้จักกันมาก่อนด้วยเหรอ รู้จักกันได้ไง” 

 

 

“ใจเย็นก่อน ฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนอื่น นายไม่หิวเหรอ ไปกินอาหารเช้ากันไหม แล้วฉันจะเล่าให้นายฟังหลังจากนั้น” 

 

 

สกอร์เปียสที่ตื่นตกใจจนลืมความหิวไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำว่า อาหารเช้า ท้องก็ร้องโครกครากขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มลูบท้องปลอบให้มันสงบลง  ก่อนจะพูดกับอัลบัสพร้อมรอยยิ้มขัดเขินว่า “ฟังดูเข้าท่าดีนะ” 

 

 

ชายหนุ่มกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางเหนียมอายนั้น สกอร์เปียสก็ยังคงเป็นสกอร์เปียส ชอบทำให้เขาหัวเราะอยู่เรื่อย ทันใดนั้นเอง อัลบัสก็คิดอะไรสนุก ๆ ขึ้นมาได้ เขาบอกให้เด็กหนุ่มรอก่อน ก่อนจะตรงเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องโดยพลการ ชายหนุ่มรื้อลิ้นชักตู้เสื้อผ้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเจอสิ่งที่หมายตาเอาไว้ 

 

 

“เจอแล้ว!” อัลบัสร้องออกมาอย่างยินดี ก่อนจะหันหลังกลับมาหาสกอร์เปียสที่ยืนรออยู่ แล้วส่งชุดสีฟ้าอ่อนซึ่งพับอย่างเรียบร้อยใส่มือเด็กหนุ่มพร้อมอธิบายว่า “ที่นี่คือโบซ์บาตง สวมนี่ซะ ฉันจะไปรอข้างนอก เปลี่ยนเสร็จแล้วตามมานะ” 

 

 

ว่าแล้วอัลบัสก็เดินออกจากห้องไปพร้อมปิดประตูตามหลังให้ สกอร์เปียสมองเครื่องแบบในมืออย่างงุนงง ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ชุดออกมา เป็นเครื่องแบบของโบซ์บาตงอย่างที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือ ผ้าซาตินสีฟ้าบางเบานุ่มมือ หรูหราอย่างที่คาดไว้ แต่มีปัญหาอยู่อย่างคือ เครื่องแบบนี้เป็นชุดกระโปรงของเด็กผู้หญิง 

 

 

“อัล! นี่มันชุดผู้หญิงนี่!” 

 

 

สกอร์เปียสเปิดประตูออกไปเพื่อโวยวายกับชายหนุ่ม ซึ่งยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่หน้าห้อง แต่อัลบัสตีหน้าเฉยขณะเอ่ยถามว่า 

 

 

“ใช่ มีปัญหาอะไรเหรอ” 

 

 

“ปัญหาก็คือ ฉันเป็นผู้ชายไง!” 

 

 

“ฉันรู้” ชายหนุ่มบอกขณะพยายามกลั้นยิ้มไว้สุดความสามารถ “แต่ภรรยาฉันมีแค่ชุดผู้หญิงนี่นา ยังไงนายก็ต้องใส่ เด็ก ๆ ที่โบซ์บาตงจะสวมเครื่องแบบกันตลอด แม้จะอยู่ในช่วงวันหยุดก็ตาม” 

 

 

“แล้วถ้าฉันไม่ใส่…” 

 

 

“นายก็อดกินอาหารเช้าไปแล้วกัน” 

 

 

อัลบัสตอบด้วยสีหน้าจริงจัง สกอร์เปียสกลืนน้ำลายอย่างอึดอัด เขาไม่อยากสวมชุดของเด็กผู้หญิงเลย แต่เขาก็หิวมากเช่นกัน เด็กหนุ่มมองหน้าอัลบัส แล้วก้มลงมองชุดในมือ ก่อนจะรู้สึกถึงกระเพาะที่ครวญครางอย่างน่าสงสาร 

 

 

สกอร์เปียสกลับเข้าไปในห้อง ก่อนจะถอดเสื้อไหมพรมสีเทาที่สวมอยู่ ตามด้วยกางเกงยีนส์ และสวมชุดกระโปรงที่ได้รับมาเข้าไป มันพอดีตัวอย่างน่าประหลาด แต่ชายกระโปรงสั้นไปนิด มันควรจะยาวคลุมเข่า แต่กลับสั้นมาเหนือเข่าเล็กน้อย สกอร์เปียสพาตัวเองไปยืนหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ติดกระจกไว้ มองเงาตัวเองในนั้นแล้วรู้สึกอายมากจนหน้าขาวซีดแดงเถือกไปหมด เด็กหนุ่มอยากกลั้นหายใจแล้วหายตัวไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่กินแล้วอาหารเช้า เขายอมทนหิว! 

 

 

ขณะที่เด็กหนุ่มตั้งท่าจะถอดชุดเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นชุดเดิมนั้น ประตูห้องก็เปิดออกโดยอัลบัสที่เข้ามาตามอย่างถูกจังหวะพอดี 

 

 

“เสร็จหรือยัง… โอ้! นายดู… น่ารักดีนะ” 

 

 

ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ขณะไล่สายตาสำรวจสกอร์เปียสตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดเก่าของภรรยาเขาพอดีตัวเด็กหนุ่มมากจนน่าทึ่ง แม้กระโปรงจะสั้นไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเลย ตรงกันข้าม มันทำให้เด็กหนุ่มดู… เย้ายวน…ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ช่วงขาที่พ้นชายกระโปรงนั้นเรียวยาว ขนหน้าแข้งสีอ่อนนั้นก็แทบจะกลืนไปกับผิวขาวซีด ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็คงไม่เห็น สกอร์เปียสดูเหมือนเด็กสาวผมสั้นที่ยังไม่มีทรวดทรงมากกว่าหนุ่มน้อยในชุดกระโปรง ไปหลอกคนอื่นว่าเป็นลูกสาวญาติ ๆ ในตระกูลมัลฟอยก็ยังได้ 

 

 

สกอร์เปียสหน้าแดงก่ำไปกับคำหยอกล้อนั้น เขารีบโต้กลับไปว่า “ฉันดูน่าเกลียดออก! ฉันไม่ไปกินข้าวแล้ว นายไปกินคนเดียวได้เลย” ก่อนจะเสริมเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาของอัล “แล้วก็รีบออกไปได้แล้ว ฉันจะเปลี่ยนชุด” 

 

 

“ตกลง ๆ แต่ก่อนอื่น…” อัลบัสเดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง ก่อนจะก้าวมาใกล้พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้สกอร์เปียสใจเต้นด้วยความหวาดระแวง เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังอัตโนมัติ สะดุดกับเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งจนนั่งจุ้มปุ๊กลงไปบนเก้าอี้ เขาเงยหน้ามองชายหนุ่มซึ่งโน้มตัวลงมา ก่อนจะวางบางอย่างลงบนตักของเขา เมื่อสกอร์เปียสก้มลงมอง ก็เห็นกระดาษห่อครัวซองก์สามชิ้นซึ่งปาดเนยกับแก้มแล้ววางอยู่ 

 

 

“อาหารเช้า” อัลบัสถอยหลัง เดินไปยังโต๊ะเล็กข้างโซฟา วางขวดแก้วใส่น้ำส้มไว้บนนั้น “ฉันรอไม่ไหวเลยไปเอามาให้ก่อน กินให้อร่อยนะ แล้วฉันจะมารับนายทีหลัง” 

 

 

ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้สกอร์เปียสมองครัวซองก์และน้ำส้มอย่างมึนงง กว่าจะรู้ตัวว่าโดนแกล้ง อัลบัสก็จากไปนานแล้ว เด็กหนุ่มจึงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ หยิบครัวซองก์ขึ้นมากัดคำใหญ่ราวกับใช้มันต่างตัวแทนชายหนุ่ม พลางนึกอาฆาตว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ! 

 

 

~*~*~ 

 

 

“เล่มนี้ก็ไม่มี” 

 

 

เสียงที่ฟังดูสิ้นหวังลงเรื่อย ๆ ของเด็กสาวดังขึ้นข้างตัวเขา เมื่ออัลบัสเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นสกอร์เปียสซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาปิดหนังสือปกหนังเล่มหนา ก่อนจะวางมันไว้บนกองหนังสือซึ่งกองอยู่ที่พื้นข้างโซฟา แล้วหยิบหนังสืออีกเล่มซึ่งวางอยู่บนโซฟาข้างตัวเธอขึ้นมาอ่าน 

 

 

ทั้งสองอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีริน อัลบัสยืมหนังสือที่น่าจะเกี่ยวข้องมาจากห้องสมุด เขากับสกอร์เปียสช่วยกันขนกลับมา ก่อนที่อัลบัสจะไปกินอาหารเย็น แล้วแอบนำอาหารออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เด็กสาวผู้หิวโซกิน หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขาก็พากันนั่งอ่านหนังสือที่ยืมมาเพื่อหาข้อมูลของกระจก อัลบัสมองกองหนังสือที่อ่านแล้วกองใหญ่ ก่อนจะมองกองหนังสือที่ยังไม่ได้แตะต้อง ซึ่งใหญ่กว่ากองที่อ่านแล้วหนึ่งเท่า เด็กหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาบนผนังซึ่งบอกเวลาเกือบตีสอง 

 

 

เด็กหนุ่มปิดหนังสือวางทิ้งไว้บนโซฟาข้างตัว ก่อนจะยืนขึ้นบิดขี้เกียจอย่างเหนื่อยล้า เขาก้มมองสกอร์เปียสซึ่งยังคงพยายามตั้งสมาธิอ่านหนังสือ แม้ตาของเธอจะหรี่ปรือด้วยความง่วงแล้วก็ตาม อัลบัสเห็นเด็กสาวฝืนตัวเองขนาดนี้ก็เอ่ยขึ้นมาว่า 

 

 

“ง่วงก็ไปนอนเถอะ ฉันก็ง่วงแล้วเหมือนกัน” 

 

 

สกอร์เปียสค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา ความง่วงงุนเกาะกินเธอจนสมองเชื่องช้าลง อัลบัสจึงเสริมว่า 

 

 

“เธอใช้ห้องอาบน้ำที่หอพักหญฺิงได้ ส่วนชุดนอนก็… เอ่อ ยืมของฉันไปใส่ก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันไปเอาลงมาให้” 

 

 

อัลบัสพูดแล้วก็เดินไปยังห้องนอน รื้อเอาชุดนอนซักสะอาดของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับไปยื่นส่งให้สกอร์เปียส ซึ่งรับไปพร้อมบอก ขอบคุณ เธอชะงักไปนิดนึงก่อนจะถามอย่างไม่แน่ใจว่า 

 

 

“แล้ว… ฉันต้องนอนที่ไหนเหรอ” 

 

 

“เอ่อ… ก็… ที่หอพักหญิงก็ได้ ห้องไหนก็ได้ที่เธอชอบ” 

 

 

สกอร์เปียสเม้มริมฝีปาก คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างลำบากใจ เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็หุบปากลง อัลบัสเห็นแบบนั้นจึงถามออกไปว่า เธอมีปัญหาอะไรหรือ เด็กสาวจึงก้มหน้าพูดพึมพำว่า 

 

 

“คือว่า… ฉัน…ไม่กล้านอนคนเดียว” 

 

 

“หา…” อัลบัสอ้าปากค้างอย่างแปลกใจ 

 

 

“ก็… ก็ฉันไม่เคยนอนคนเดียวมาก่อนนี่นา แถมหอพักที่นี่ก็มืดด้วย มีแต่ไฟสีเขียวสลัว ๆ ฉันก็เลย…” 

 

 

เด็กสาวอุบอิบท้ายประโยคไว้ แต่อัลบัสเดาได้ว่าเธอจะพูดอะไร 

 

 

“เธอกลัวงั้นเหรอ” 

 

 

สกอร์เปียสพยักหน้าหงึกหนึ่งครั้ง ถ้าเขาไม่ได้มองเธออยู่ก็คงไม่สังเกตเห็น เด็กหนุ่มนึกอยากหัวเราะ แต่ก็พยายามกลั้นไว้เพื่อรักษาหน้าให้เธอ ขณะเสนอว่า 

 

 

“งั้นเธอมานอนที่ห้องฉันก็ได้ มีเตียงตั้งหลายเตียง นอนเตียงสกอร์เปียสเพื่อนฉันก็ได้” 

 

 

“อื้ม ตกลง” 

 

 

เด็กสาวมีสีหน้าโล่งใจขณะตอบรับอย่างรวดเร็ว เด็กสาวแยกเดินไปทางหอพักหญิงอย่างร่าเริง อัลบัสมองด้านหลังของเธอ แล้วเผยยิ้มออกมาอย่างขบขัน ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผู้หญิงอายุสิบห้าจะกลัวความมืด 

 

 

ว่าแต่… เธอจะอาบน้ำในห้องที่ไฟสลัว ๆ ได้ไหมนะ… 

 

 

อัลบัสไม่ต้องสงสัยนาน ห้านาทีหลังจากนั้น เด็กสาวก็รีบเดินกึ่งวิ่งมาจากฝั่งหอพักหญิง ร่างเล็กอยู่ในชุดนอนสีเขียวอ่อนของอัลบัสซึ่งหลวมโพรกจนแขนเสื้อยาวปิดถึงนิ้วมือ กางเกงก็หลวมจนเธอต้องถกมันขึ้นขณะรีบเดินมาหาเขา ผมสีอ่อนของเธอซึ่งเคยถักเป็นเปียปล่อยยาวสยายถึงกลางหลัง หน้าตาซีดขาวของเธอดูตื่นตัวขณะบอกเขาว่า 

 

 

“ฉันอาบเสร็จแล้ว” 

 

 

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองเธอ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอคงกลัวความมืดมากจริง ๆ ขนาดใช้เวลาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงห้านาที เขารู้หรอกน่าว่าพวกผู้หญิงส่วนใหญ่อาบน้ำนานกว่านั้น อย่าง ลิลี่ น้องสาวของเขา บางทีก็อยู่ในห้องน้ำนานถึงครึ่งชั่วโมง 

 

 

“ขำอะไรของนาย” 

 

 

สกอร์เปียสขมวดคิ้ว สองข้างแก้มขึ้นสีชมพูด้วยความอาย เธอรู้หรอกว่าเขาคงขำที่เธอกลัวความมืด แต่เธอก็กลัวจริง ๆ นี่นา ช่วยไม่ได้ 

 

 

“โทษที ๆ” อัลบัสบอกหลังจากหยุดหัวเราะแล้ว “ตกลง เดี๋ยวฉันจะพาเธอขึ้นไปบนห้อง” 

 

 

เด็กหนุ่มเดินนำสกอร์เปียสไปยังห้องนอนของเขา ชี้ไปที่เตียงของสกอร์เปียสซึ่งผ้าปูตึงเรียบเป็นระเบียบแถมยังหอมกลิ่นไอแดด เอลฟ์ประจำบ้านคงมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงให้แล้ว 

 

 

“เธอนอนเตียงนี้นะ เตียงของสกอร์เปียสเพื่อนฉันเอง” 

 

 

เมื่อเห็นเด็กสาวค่อย ๆ นั่งลงบนเตียงอย่างเกรงใจแล้ว อัลบัสจึงหันไปหยิบเสื้อนอนของตัวเองอีกตัว กับผ้าขนหนูเพื่อไปอาบน้ำบ้าง เมื่อสกอร์เปียสเห็นเขาทำท่าจะเดินออกจากห้องไป เด็กสาวก็เผลอเรียกชื่อเขาก่อนจะห้ามตัวเองได้ทัน 

 

 

“อัลบัส!” 

 

 

เด็กหนุ่มชะงัก ก่อนจะหันมามองเธออย่างสงสัย เด็กสาวก้มหน้างุด ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า 

 

 

“ไม่มีอะไร… รีบกลับมานะ” 

 

 

ว่าแล้วเธอก็รีบนอนลงห่มผ้าคลุมโปงด้่วยความหวาดกลัว ทิ้งให้อัลบัสยืนนิ่งค้างอยู่ที่ประตู รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรน่าอายเลย อัลบัสสะบัดศีรษะไล่ความรู้สึกพิกลออกไป ก่อนจะเดินไปยังห้องอาบน้ำ 

 

 

~*~*~ 

 

ตายละ ตาหนูอัลบัสหวั่นไหวกับยายหนูสกอร์ปแล้วสิ

ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ เลยค่ะที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณท่านที่คอมเม้นท์ให้ด้วย ดีใจมากเลยที่รู้ว่ามีพวกท่านตามอ่านอยู่ ขอบคุณมากเลยค่ะ ^ ^

Advertisements

3 thoughts on “[ScorBus] Winter’s Dream: IV

  1. Pingback: [ScorBus] Winter’s Dream: III – Luifang's Passion

  2. Pingback: [ScorBus] Winter’s Dream: V – Luifang's Passion

  3. Pingback: สารบัญ Fiction – Luifang's Passion

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s