Gredence

Graves Sensei [2]

Graves Sensei

Fan Fiction of Fantastic Beasts and Where to Find Them
Genre: Period, Short Fiction, Romantic
Pairing: Gradence, Percival Graves and Credence Barebone
#FB_Weekly W:: 15-16
Words: สมุดภาพ, หลอดไฟ, กรรไกร, ขวดโหล, ร่ม

 

 

-๒-

ไหว้วาน

 

โมเดสตีชวนเกรฟส์คุยฆ่าเวลาระหว่างรอให้ฮารุคาเสะมารับพวกเขาไปโรงเรียน เด็กหญิงอยู่ในวัยช่างสงสัย เอ่ยถามไถ่ว่าที่อาจารย์คนใหม่ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ครีเดนซ์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ทั้งสอง แม้ไม่ได้ตั้งใจฟัง ก็พลอยรับรู้ไปด้วยว่า เกรฟส์มาจากนิวยอร์ก เมืองหลวงของอเมริกาซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน ตึกสูงระฟ้า และมีรถม้าเยอะกว่าที่โตเกียวหลายเท่า คนนิยมดื่มกาแฟเหมือนที่ญี่ปุ่นนิยมดื่มชา กินขนมปังทุกมื้อเหมือนที่พวกเขากินข้าวทุกมื้อ มีโรงเรียนเวทมนตร์ที่อเมริกาด้วย ชื่อ โรงเรียนอิลเวอร์มอร์นี ที่นั่นมีการคัดสรรนักเรียนเข้าบ้านสี่บ้านตามลักษณะนิสัยใจคอของแต่ละคน

 

ขณะที่โมเดสตีรบเร้าให้เกรฟส์เล่ารายละเอียดแต่ละบ้านให้ฟัง สายลมหอบใหญ่พลันพัดมาปะทะร่าง เมื่อหันไปมองทางต้นลม ก็พบนกยักษ์สามตัวแหวกว่ายท้องฟ้ามาทางพวกเขา

 

“ฮารุคาเสะ!”

 

เสียงใสของเด็กหญิงเรียกชื่อนกตัวที่บินนำหน้าอย่างยินดี ขณะที่นกยักษ์สีเข้มทั้งสามตัวค่อย ๆ ร่อนลงริมทะเล ห่างจากพวกเขาไปห้าก้าว โมเดสตีไม่รอช้า วิ่งเข้าไปใกล้นางแอ่นทะเลตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะยื่นแขนสองข้างออกมาข้างหน้าอย่างคาดหวัง ดวงตาที่ดูราวกับลูกปัดขนาดใหญ่ของฮารุคาเสะมองแขนเล็ก ๆ ของเด็กหญิง ก่อนจะค่อย ๆ ก้มหัวของมันลงต่ำ ยินยอมให้เด็กหญิงไล้ขนที่สองข้างแก้มของมันอย่างยินดี

 

ฮารุคาเสะตัวใหญ่กว่าโมเดสตีห้าเท่า ภาพที่นางแอ่นทะเลขนาดยักษ์ก้มหัวให้เด็กหญิงคลอเคลียจึงประทับใจพ่อมดต่างถิ่นอย่างเกรฟส์ แม้ในจดหมายจากอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมาโฮโทะโคะโระจะเขียนบอกไว้ก่อนแล้วว่า ให้มารอนกนางแอ่นทะเลยักษ์ซึ่งจะมารับนักเรียนที่ชายหาดแห่งนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเขาเองก็จินตนาการไม่ออกว่า นางแอ่นทะเลยักษ์นี่จะหน้าตาเป็นอย่างไร เขาคิดว่าคงคล้าย ๆ กับธันเดอร์เบิร์ด นกยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของหนึ่งในสี่บ้านของโรงเรียนอิลเวอร์มอร์นี สง่างาม น่าเกรงขาม และน่ากลัวหน่อย ๆ นึกไม่ถึงว่า นางแอ่นทะเลยักษ์จะเป็นมิตรขนาดนี้

 

ขณะที่ชายหนุ่มมองฮารุคาเสะกับโมเดสตีอยู่นั้น ครีเดนซ์ก็ดึงเสื้อคลุมออกมาจากห่อผ้า เสื้อคลุมยาวสีลูกท้อส่องประกายน้อย ๆ เมื่อต้องแสงไฟจากตะเกียง เสื้อคลุมนี้โรงเรียนมอบให้นักเรียนทุกคนตั้งแต่เข้าเรียนวันแรก เสื้อคลุมมนตราจะปรับขนาดตัวเองให้พอดีตามผู้สวมใส่ เริ่มแรกผ้าคลุมจะมีสีชมพูอ่อนอย่างดอกซากุระ เมื่อเจ้าของผ้าคลุมสั่งสมความรู้และพลังมนตรามากขึ้น สีของผ้าคลุมก็จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีทอง แต่หากผู้วิเศษคนใดละเมิดกฎหมายเวทมนตร์ ผ้าคลุมจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งมีผลทำให้ถูกไล่ออกทันที และต้องรับการพิจารณาคดีกับทางสภาเวทมนตร์

 

เมื่อเริ่มเข้าเรียนใหม่ ๆ ครีเดนซ์เคยกังวลว่า หากเสื้อคลุมของเขาเป็นสีชมพูอ่อนตลอดไปเล่า เขาจะทำอย่างไรดี คงทำให้ท่านพ่อขายหน้า จนตัดเขาออกจากตระกูลเลยก็ได้ แต่สิ่งที่เขากลัวไม่เคยเกิดขึ้น เสื้อคลุมของเขาเปลี่ยนสีไปตามปกติเหมือนกับเพื่อน ๆ ในชั้นปีเดียวกัน ทำให้เด็กหนุ่มโล่งใจอย่างยิ่ง

 

ครีเดนซ์สวมเสื้อคลุมของตัวเอง ผูกเชือกบริเวณเอวสองทบให้แน่นหนา แม้เขาจะรู้ว่า ผ้าคลุมนี้ไม่มีทางหลุดระหว่างทาง แต่เด็กหนุ่มชอบทำเพื่อความสบายใจ หลังจากผูกเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้น เขาก็พบว่าพ่อมดต่างถิ่นกำลังจ้องมองเขาอยู่

 

“อะ…อะไรหรือ…ขอรับ”

 

เมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายเป็นว่าที่อาจารย์ของโรงเรียนเขา ครีเดนซ์ก็เพิ่มความสุภาพเข้าไปในคำพูดเสียหน่อย แม้เด็กหนุ่มจะยังไม่กล้าสบตากับพ่อมดแปลกหน้าตรง ๆ แต่ก็อดลอบมองเขาไม่ได้ ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มนั้นยังคงจ้องมาที่เขา มุมปากโค้งขึ้นน้อย ๆ เป็นรอยยิ้มบาง

 

“เสื้อคลุมสวย เหมาะกับเจ้าดีนะ”

 

คำชมที่คาดไม่ถึงนั้นทำเอาครีเดนซ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ถึงแม้ตอนใส่ให้ท่านพ่อท่านแม่ดูครั้งแรกเมื่ออายุเจ็ดขวบจะได้รับคำชมแบบเดียวกัน แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนกัน เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ดีใจหรือ ขวยเขินหรือ อาจจะทั้งสองความรู้สึกรวมกันก็เป็นได้ ครีเดนซ์ไม่รู้จะตอบคำนั้นอย่างไรจึงได้แต่ยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น แต่ดูเหมือนเกรฟส์เองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะชายหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้นกนางแอ่นทะเลยักษ์ทั้งสามตัวอย่างระมัดระวัง

 

ครีเดนซ์เห็นนางแอ่นทะเลตัวหนึ่งที่เขาไม่คุ้นตาหันหัวมาทางพ่อมดต่างชาติ ก่อนจะโน้มคอลงเป็นเชิงอนุญาตให้เกรฟส์ขึ้นไปนั่งได้ พ่อมดหนุ่มตอบรับคำเชิญนั้น ค่อย ๆ ปีนขึ้นไปนั่งหลังตรงอยู่บริเวณไหล่ของนางแอ่น มือทั้งสองข้างยึดบริเวณข้างลำคอของนางแอ่นตัวนั้นไว้ ดูคล่องแคล่วเกินคาดจนเด็กหนุ่มที่ยืนมองรู้สึกประทับใจ

 

“ท่านพี่ โคโยรออยู่นะ”

 

โมเดสตีที่ตอนนี้สวมเสื้อคลุมสีดอกท้อนั่งอยู่บนหลังฮารุคาเสะเรียกให้ครีเดนซ์รู้สึกตัว เด็กหนุ่มละสายตาจากเกรฟส์ ก่อนจะรีบเดินไปหาโคโย นกนางแอ่นยักษ์อีกตัวที่รับส่งเขาไปโรงเรียนประจำตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน เมื่อเดินไปถึงเขาก็รีบกระซิบขอโทษที่ให้รอนาน ก่อนจะปีนขึ้นไปบนไหล่

 

เมื่อครีเดนซ์นั่งลงเรียบร้อยแล้ว นกทั้งสามก็ค่อย ๆ กระพือปีก โผบิน กลืนไปกับท้องฟ้าสีเข้มยามราตรี

 

-*-*-*-

 

สิ่งแรกที่ครีเดนซ์นึกถึงเมื่อลงจากหลังของโคโยแล้ว คือ พ่อมดต่างชาติคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

 

เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณนกนางแอ่นยักษ์ ก่อนจะรีบมองหาเกรฟส์ พลันเห็นนางแอ่นยักษ์พาพ่อมดหนุ่มร่อนลงบนลานกว้างห่างจากครีเดนซ์ไปห้าก้าว เด็กหนุ่มเร่งสาวเท้าไปหา ขณะที่เกรฟส์ค่อย ๆ ลงจากนางแอ่นยักษ์ ใบหน้าคมคายซีดเผือดราวกระดาษ แต่ร่างนั้นยังคงยืนทรงตัวได้ แม้ขาจะสั่นก็ตาม เมื่อพ่อมดหนุ่มขาถึงพื้น นางแอ่นทะเลทั้งสามก็โบยบินจากไป

 

ครีเดนซ์ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่ดูน่าเกรงขามอย่างเกรฟส์จะกลัวความสูง

 

เมื่อนางแอ่นทะเลทั้งสามตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ครีเดนซ์ได้ยินเสียงอุทานเบา ๆ จากพ่อมดต่างชาติ ตอนแรกเด็กหนุ่มก็คิดว่า เขาคงหูแว่วไปเอง แต่พอผ่านไปสักระยะ ครีเดนซ์ก็เห็นว่า พ่อมดหนุ่มหมอบตัวต่ำกอดคอนกนางแอ่นทะเลของตัวเองไว้แน่น แม้เจ้าตัวจะตีสีหน้านิ่งอย่างไร คนที่คุ้นชินกับความกลัวอย่างเขาก็ดูออกว่า เกรฟส์กำลังกลัว แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางท้องฟ้า เบื้องบนเป็นหมู่ดาวพร่างพราว เบื้องล่างเป็นทะเลสีน้ำหมึกกว้างใหญ่ไพศาล เด็กหนุ่มก็ได้แต่เบิกตากว้างมองดูเกรฟส์กอดคอนกนางแอ่นทะเลแน่น และภาวนาในใจให้พ่อมดหนุ่มอดทนไว้ อย่าได้เป็นลมล้มพับไปกลางอากาศเลย

 

ครีเดนซ์แอบโล่งใจเมื่อในที่สุด ยามเมื่อฟ้าเริ่มกลายเป็นสีคราม นางแอ่นทะเลทั้งสามก็ร่อนลง โดยที่เกรฟส์ไม่ได้เป็นลมล้มพับไป ลงมายืนบนพื้นดินได้แม้จะหน้าซีดตัวสั่น ไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามอย่างที่เห็นเมื่อแรกพบก็ตาม

 

เด็กหนุ่มนึกอยากหัวเราะ นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน แต่กระนั้นครีเดนซ์ยังตีหน้าขรึม ขณะเอ่ยถาม

 

“ท่านเกรฟส์ เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”

 

เกรฟส์ไม่ตอบคำ ดูเหมือนพ่อมดหนุ่มจะไม่อาจเอ่ยอะไรได้อีกพักหนึ่ง ได้แต่โบกมือเป็นเชิงว่า เขาไม่เป็นอะไร ชายหนุ่มทรงตัวให้ยืนนิ่งอยู่ได้อย่างน่าประทับใจแม้ขาจะยังสั่นก็ตาม ครีเดนซ์เคารพในความพยายามนั้น รักษาหน้าให้พ่อมดหนุ่ม จึงเฉยไว้ ไม่ได้เข้าไปช่วยพยุง

 

“ท่านกลัวความสูงหรือเจ้าคะ”

 

โมเดสตีเอ่ยถามเสียงใสขณะที่เดินมาสมทบกับทั้งสอง ครีเดนซ์เหลือบมองหน้าคนถูกถาม ดูเหมือนพ่อมดหนุ่มจะไม่ถือสาเด็กหญิง เกรฟส์ยิ้มอย่างอ่อนแรงขณะพยักหน้ารับอย่างไม่คิดจะปิดบัง

 

“ตอนแรกข้าเองก็กลัวเหมือนกันขอรับ แต่พอนั่งทุกวันเข้า ก็ชินไปเองขอรับ”

 

ครีเดนซ์หลุดปากเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้พ่อมดหนุ่มฟังก่อนจะห้ามตัวเองได้ทัน ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องน่าขายหน้าด้วยแล้ว (ซึ่งเขามีเยอะมากจนเล่าสามวันสามคืนก็ยังไม่หมด) ทำไมถึงเล่าให้คนคนนี้ฟัง ครีเดนซ์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเล่าไปแล้ว จะเรียกคืนก็ไม่ได้แล้ว เด็กหนุ่มจึงปล่อยเลยตามเลย

 

“เอ๊ะ ท่านพี่เคยกลัวความสูงด้วยหรือ”

 

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่ ดวงตาสีเทากลมโตมีแววประหลาดใจ กระทั่งเธอที่สนิทกับครีเดนซ์ที่สุดยังไม่รู้เรื่องนี้เลย เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเล่าต่อว่า ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ตอนอายุเจ็ดขวบ ต้องเกาะหลังโคโยไปกลับโรงเรียน สองสามวันแรกถึงขั้นอาเจียนออกมา แต่เมื่อบินไปกลับทุกวันมาตลอดสี่ปี จากที่กลัวก็กลายเป็นคุ้นชินไป โชคดีที่ตั้งแต่อายุสิบเอ็ดปีก็ได้อยู่หอกินนอนที่โรงเรียน ไปกลับบ้านแต่ตอนเปิดเรียนและปิดเรียนเท่านั้น

 

เล่าจบแล้ว สีหน้าคนฟังทั้งสองมีแววเห็นใจเขาอย่างที่สุด เกรฟส์เองก็ฟังครีเดนซ์เล่าเพลิน ขาที่เคยสั่นก็หายสั่นแล้ว ฟังจบก็เอ่ยชมอย่างหนักแน่นจริงใจประโยคหนึ่ง

 

“ครีเดนซ์ ข้านับถือเจ้าจริง ๆ”

 

-*-*-*-

 

หลังจากถูกชมอย่างจริงจังแล้ว ครีเดนซ์ไม่ทันตอบอะไร อาจารย์โคบายาชิ ผู้สอนวิชาจิตวิญญาณแห่งถ้อยคำก็ตรงเข้ามาพาตัว “อาจารย์คนใหม่” ไปพบกับอาจารย์ใหญ่ก่อนที่พิธีปฐมนิเทศจะเริ่ม หลังโค้งลาเกรฟส์กับอาจารย์โคบายาชิแล้ว ครีเดนซ์ก็พาโมเดสตีเดินแยกไปทางเรือนพักแรมสำหรับนักเรียนเพื่อนำสัมภาระไปเก็บที่ห้องพักให้เรียบร้อย ปีนี้โมเดสตีอายุสิบเอ็ดแล้ว เป็นปีแรกที่เธอจะได้พักอยู่ที่โรงเรียน ไม่ต้องให้ฮารุคาเสะรับส่งทุกวันอย่างเมื่อก่อน เด็กหญิงแยกตัวไปทางเรือนพักแรมสำหรับนักเรียนหญิง สมทบกับเพื่อน ๆ ของเธอที่รออยู่ ส่วนครีเดนซ์นั้น ปีนี้เขากับเพื่อนร่วมชั้นปีหกได้รับหน้าที่ดูแลเรือนเบญจมาศ เรือนที่ใช้สำหรับจัดพิธีปฐมนิเทศรวมไปถึงการกินข้าวสามมื้อร่วมกันทุกวันก็ทำกันที่นี่ ดังนั้นหลังจากเก็บของเข้าตู้แล้ว เขาก็เร่งตรงไปยังที่หมายทันที

 

เรือนเบญจมาศเป็นอาคารไม้มีใต้ถุนยกสูงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณร้อยเสื่อ มีประตูไม้บานใหญ่สี่ด้านที่มักจะเปิดไว้เสมอ ระเบียงทางเดินกว้างราวสองเสื่อรอบล้อมอาคาร หากมองออกมาจากในเรือนจะเห็นทิวต้นซากุระที่ปลูกรายล้อมอาคารไว้อย่างเป็นระเบียบ ในวันแรกของการเปิดเรียน ต้นซากุระเหล่านี้จะผลิดอกแรกแย้มราวกับจะกล่าวต้อนรับนักเรียนใหม่ และอ้าแขนต้อนรับการกลับมาสำหรับนักเรียนหน้าเก่า

 

เมื่อครีเดนซ์เดินจ้ำอ้าวมาถึง ก็พบว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขากวาดเรือนทั้งหลังเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเริ่มถูพื้น

 

“ครีเดนซ์ เจ้ามาสายนะ”

 

เสียงแหลมของแชสทิตี หัวหน้าชั้นปีหกเอ่ยทักทันทีที่เด็กหนุ่มมาถึง เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนมัดเรียบร้อยเป็นมวยไว้ด้านหลัง เธอสวมเสื้อสีขาวแขนยาวและฮากามะสีดำแบบเดียวกับครีเดนซ์ มือหนึ่งถือผ้าสีขาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่ม เด็กสาวตัวเล็กกว่าเขาราวหนึ่งศอก แต่ดวงตาสีเทาที่มองมายังครีเดนซ์มีแววเอาเรื่องเสียจนเด็กหนุ่มเผลอตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แชสทิตีไม่สนใจอาการนั้น เธอยื่นผ้าสีขาวในมือให้เขา เป็นเชิงออกคำสั่งว่า ไปทำหน้าที่เสียเดี๋ยวนี้ ครีเดนซ์รับผ้าผืนนั้นมา พึมพำขอโทษ ก่อนจะเริ่มลงมือถูพื้นอย่างเงียบ ๆ

 

เมื่อนักเรียนชั้นปีหกถูพื้นเรือนเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเก็บอุปกรณ์และนำผ้าถูพื้นไปซัก อาจารย์โคบายาชิก็เดินเข้ามาทักครีเดนซ์

 

“ครีเดนซ์ ขอคุยด้วยสักครู่หนึ่งได้หรือไม่”

 

เด็กหนุ่มมองอาจารย์สาวเจ้าของเรือนผมสีดำขลับราวขนกา ร่างผอมบางสวมชุดยูกาตะสีน้ำตาลอ่อนไร้ลวดลายคาดเอวด้วยผ้าสีน้ำเงิน ดูเรียบง่ายสบาย ๆ เหมือนกับบุคลิกของเธอ เมื่ออาจารย์โคบายาชิสังเกตเห็นผ้าถูพื้นกับถังน้ำในมือเขา เธอก็ยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะเสริมว่า คุยกันระหว่างเดินไปยังลานซักล้างก็ได้ ครีเดนซ์จึงพยักหน้ารับคำ ค่อย ๆ เดินไปพร้อมกับอาจารย์สาว โดยมีดวงตาของแชสทิตีมองตามมาอย่างสงสัยใคร่รู้

 

“ครีเดนซ์ ครูมีเรื่องจะไหว้วานเจ้าสักหน่อย”

 

เมื่อเดินมาสักพัก อาจารย์โคบายาชิก็พูดในสิ่งที่ต้องการออกมา ครีเดนซ์ฟังแล้วก็นึกสงสัยว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่เขาไมได้เอ่ยขัด เฝ้ารอให้หญิงสาวเอ่ยออกมาเอง

 

“ท่านเกรฟส์จะมาเป็นอาจารย์พิเศษที่โรงเรียนนี้หนึ่งปี ระหว่างที่เขาพักอยู่ที่นี่ ครีเดนซ์ เจ้าช่วยรับรองเขาได้หรือไม่”

 

ต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง กว่าคำขอของอาจารย์จะซึมเข้าไปในหัวของครีเดนซ์ เด็กหนุ่มได้ยินคำขอชัดเจน ทว่า ไม่อยากจะตกปากรับคำ จึงเอ่ยถามกลับไปอย่างไม่อยากเชื่อว่า

 

“…จะให้ข้าช่วยดูแลท่านเกรฟส์หรือขอรับ”

 

“ใช่แล้ว ทำได้หรือไม่”

 

อาจารย์สาวหยุดเดิน ดวงตากลมโตสีดำแวววาวที่ชวนให้นึกถึงกระรอกจ้องมองมายังครีเดนซ์อย่างคาดหวัง เด็กหนุ่มหลุบตาต่ำหลบสายตาคู่นั้น เขาไม่อยากปฏิเสธอาจารย์ แต่ว่า… ความรู้สึกตามสัญชาตญาณบอกเขาว่า ไม่ควรรับงานนี้ ท่านเกรฟส์… แม้เมื่อเช้าพ่อมดหนุ่มจะเผยจุดอ่อนให้เขาเห็นอย่างเปิดเผย แต่สำหรับครีเดนซ์แล้ว ตัวตนของคนคนนั้นก็ยังคงดูลึกลับ และดูอันตรายเกินไป หากเป็นไปได้ เขาก็อยากเลี่ยงให้พบเจอกันน้อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“…ขอถามได้หรือไม่ขอรับว่า… ทำไมต้องเป็นข้า…”

 

“ได้สิ หนึ่งเพราะ เจ้าเป็นผู้ชายคนเดียวในที่นี้ ที่รู้ภาษาอังกฤษและธรรมเนียมต่าง ๆ ของชาวตะวันตก สองเพราะ ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ต้องดูแลแขกผู้มาเยือนได้ดีแน่นอน และสามเพราะ…”

 

อาจารย์โคบายาชิจงใจเว้นจังหวะ ขณะมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของครีเดนซ์ที่กำลังรอฟังอยู่

 

“…ท่านเกรฟส์เจาะจงขอให้เจ้าช่วยรับรองเขาโดยเฉพาะ”

 

เธอเห็นเด็กหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ริมฝีปากหนาเผยอออกราวกับอยากจะกล่าวอะไรสักคำ แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก เธอจึงกล่าวรุกเร้าต่อ

 

“ดังนั้น ครีเดนซ์ เจ้าช่วยดูแลท่านเกรฟส์ระหว่างที่เขาพักอยู่ที่นี่ได้หรือไม่… หากเจ้ารับปาก ข้าจะจัดตารางสอนของท่านเกรฟส์ให้ไม่รบกวนการเรียนของเจ้า เจ้าจะได้ติดตามไปช่วยแปลคำสอนของเขาให้นักเรียนคนอื่นฟังได้”

 

อาจารย์สาวเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มอึมครึมลงเรื่อย ๆ จึงรีบพูดว่า

 

“มีคะแนนพิเศษให้ด้วยนะ… ได้ยินมาว่าเจ้าไม่ชำนาญวิชาปรุงโอสถ หากเจ้าช่วยดูแลรับรองท่านเกรฟส์ เจ้านำคะแนนตรงนี้ไปช่วยวิชาที่เจ้าคะแนนน้อยได้นะ”

 

หญิงสาวเห็นแววตาของครีเดนซ์ไหววูบด้วยความลังเล เธอก็นึกยินดีในใจ ก่อนจะกล่าวต้อนให้จนมุม

 

“เจ้าจะช่วยหรือไม่ ครีเดนซ์ หากเจ้าไม่อยากช่วยก็ได้นะ ข้าไม่บังคับเจ้าหรอก”

 

ครีเดนซ์ยืนนิ่งอึ้งอยู่หนึ่งอึดใจ ก่อนจะกลั้นใจตอบ

 

“ช่วยขอรับ ให้ข้าช่วยดูแลท่านเกรฟส์เถอะขอรับ”

 

-*-*-*-*-*-*-

 

หมดไปอีกตอน ยังไม่มีคำคีย์เวิร์ดมาเพิ่มเลยนอกจากคำว่า ร่ม =_=”

ข้อมูลเรื่องผ้าคลุมมนตราและนกนางแอ่นทะเลยักษ์รับส่งนักเรียนไปกลับโรงเรียนมาโฮโทะโคะโระเราอ้างอิงจากเว็บนี้ค่ะ ขอบคุณมักเกิ้ลวีมาก ๆ ค่ะ ที่แปลข้อมูลจาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง ให้เราได้อ่านกัน
มาโฮโทะโคะโระ

Advertisements

1 thought on “Graves Sensei [2]”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s