[JacobQueenie] Exception

Exception

Fan Fiction of Fantastic Beasts and Where to Find Them

Genre: One Shot, Romantic

Paring: #JacobQueenie

#FB_Weekly W11: Wordstuck “Equanimity”

 

Equanimity (n.) mental calmness, composure, and evenness of temper, especially in a difficult  situation [ความเยือกเย็นทางจิตใจ, ความสงบทางจิตใจ, และความสมดุลย์ทางอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก]

 

 

 

เธอไม่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน ด้วยเหตุนี้ ควีนนี่ โกลด์สตีนจึงเลือกทำงานในสำนักงานออกใบอนุญาตพกพาไม้กายสิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินและแทบจะร้างผู้คน หากไม่นึกถึงข้อเสียที่ว่าที่นี่ไม่มีหน้าต่าง แออัดไปด้วยภูเขาเอกสารซึ่งไม่ค่อยสำคัญเท่าไรตั้งเป็นกองรอเวลาหมดอายุขัย มองข้ามฝุ่นผงที่เกาะบนยอดภูเขาเหล่านั้นไป และไขหูให้ชินกับเสียงต๊อกแต๊กของพิมพ์ดีดเวทมนตร์ที่ทำงานตั้งแต่เข้าจรดค่ำอย่างขยันขันแข็ง ที่นี่ก็นับเป็นที่ทำงานที่ดีเลยทีเดียว สงบเงียบ ตัดขาดจากความวุ่นวายอย่างห้องโถงด้านบน แถมยังได้อยู่ใกล้ ๆ ทีน่าอีกด้วย

 

งานที่เธอทำก็ง่ายแสนง่าย แค่แจกจ่ายงานไม่ค่อยด่วนเท่าไรไว้บนโต๊ะของคนในแผนกตอนเช้าก่อนทุกคนจะมาถึง ชงกาแฟ และปัดกวาดทำความสะอาด เบื่อนักก็หยิบไหมพรมขึ้นมาถักผ้าพันคอ  บางครั้งก็ส่งยิ้มให้อาเบอร์นาธีผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบ้าง เพราะเขาชอบแอบมองเธอและหวังว่าเธอจะยิ้มให้ การยิ้มให้เขาดีใจบ้างก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ถ้าเป็นสิ่งที่เธอทำได้ เธอก็จะทำให้ อย่างน้อยอาเบอร์นาธีก็ยังให้เกียรติเธอบ้าง ในขณะที่คนอื่น ถ้าไม่เห็นเธอเป็นแค่พนักงานระดับล่างที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ก็จะนึกดูแคลนเธอ ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอส่วนใหญ่เป็นคนที่คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงง่าย ๆ เมื่อเจอคนแบบนั้น เธอจะยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาอย่างนุ่มนวล หากเจอคนที่ตื้อนัก เธอจะขุดเอาความลับของเขาขึ้นมาและบอกพ่อมดคนนั้นว่า เธอจะไม่บอกใคร  หากเขายอมจากไปดี ๆ และไม่มาตามติดเธออีก

 

ไม่มีใครในมาคูซารู้ว่าเธอพินิจใจคนได้ยกเว้นมาดามพิกเคอรี่ เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเธอ พี่สาว และประธานาธิปดีหญิง แค่สามคนเท่านั้น ที่จริงมาดามเคยเสนอตำแหน่งมือปราบมารให้ เพราะความสามารถพินิจใจของเธอเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน แต่เธอขอร้องว่าอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และขอทำงานในแผนกที่ไม่ค่อยมีคน เธอต้องการความสงบ ปลอดจากกระแสเสียงความคิดซึ่งเสมือนคลื่นซัดถาโถมกระหนำเข้ามาในหัวเธอตลอดเวลา แลกกับการที่เธอจะพินิจใจผู้ต้องหาปากแข็งให้ทุกเมื่อที่มาดามพิกเคอรี่ต้องการ

 

แน่นอนว่าเธอไม่ได้บอกมาดามเรื่องที่ว่าเธอสามารถสกัดใจได้ เธอจะไม่รับรู้ความคิดของผู้คนก็ได้ถ้าต้องการ แต่มันค่อนข้างเปลืองพลังงาน เพราะเธอพินิจใจคนได้โดยธรรมชาติ อะไรที่ฝืนธรรมชาตินั้นจะต้องใช้พลังงานมากเสมอ และไม่เคยส่งผลดีต่อใคร ดูอย่างเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารคนนั้น ต้องกลายเป็นออบสครูเรียล เพราะฝืนกดพลังเวทมนตร์ไว้ในตัว ถูกแม่เลี้ยงทารุณเพราะสิ่งที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง ถูกบังคับให้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นนั้นเป็นสิ่งไม่ดี เป็นสิ่งชั่วร้าย ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เขาเป็นก็แค่ไม่เหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง สิ่งที่เธอเป็นก็เช่นกัน

 

เธอเคยคิดว่าคนที่ยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นคงจะมีแต่พี่สาวเท่านั้น ถึงบางครั้งทีน่าจะคิดว่าความสามารถของเธอน่ารำคาญ (ควีนนี่คิดว่า ถ้าเธอมีน้องสาวที่อ่านใจเธอได้ตลอดเวลา ก็คงรู้สึกยุ่งยากเหมือนกัน) แต่เธอไม่เคยโกรธทีน่าเลยสักครั้ง แม้จะอยากโกรธก็โกรธไม่ลง ทีน่าเป็นคนใจดีและซื่อตรง มักจะรู้สึกผิดและขอโทษเสมอถ้าตัวเองทำผิดพลาดหรือทำให้เธอเสียใจ เหนือสิ่งอื่นใด ควีนนี่รู้ว่าพี่รักเธอ การอยู่กับคนที่อ่านใจได้ตลอดเวลานั้นไม่ง่ายเลย แต่ทีน่าก็พยายามเพื่อจะได้อยู่กับเธอได้ พยายามดูแลเธอแทนพ่อแม่ และไม่เคยหวังสิ่งใดจากเธอเลย นอกจากอยากอยู่ด้วยกัน และดูแลกันและกันไปเรื่อย ๆ จนแก่เฒ่า ความกลัวอย่างเดียวของทีน่า คือ การถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว แต่ขณะเดียวกันก็เตรียมใจไว้แล้วว่า สักวันควีนนี่จะต้องแต่งงานออกเรือนไป

 

เธอมักจะหยอกทีน่าบ่อย ๆ ว่า จะรอจนกว่าพี่จะแต่งงาน มีคนมาดูแลแล้ว เธอจึงจะวางใจแต่งงานได้ ถึงควีนนี่จะพูดไปหัวเราะไป แต่เธอตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีวันทิ้งให้พี่สาวอยู่คนเดียว

 

แต่ความตั้งใจนั้นเริ่มสั่นคลอนตอนที่เธอพบ เจคอบ โควัลสกี โนแมจผู้ที่มีความคิดใสซื่อบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา เขาไม่เหมือนใครที่เธอเคยเจอเลย เขาซื่อตรง มีแต่ความปรารถนาดีให้คนรอบข้าง และพอใจที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข

 

หากเปรียบความคิดเป็นดั่งทะเล ทะเลของคนอื่นจะมีช่วงเวลาที่กราดเกรี้ยว พายุความคิดร้ายโหมกระหน่ำพัดพาความดีงามทุกอย่างให้จมลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิด แต่ทะเลของเจคอบนั้นสงบราบเรียบอยู่เสมอ มีเพียงระลอกคลื่นพัดเข้าฝั่งเบา ๆ หากช่วงใดที่เขารู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้อย่างตอนที่เจอกันครั้งแรก ก็จะเป็นคลื่นเอื่อย ๆ ดูอ่อนล้า แต่ก็มีความหวัง ยังเฝ้ารอให้วันใหม่มาถึง และหากเจอเรื่องไม่คาดฝัน อย่างตอนที่ถูกพวกเธอลากมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเวทมนตร์ แทนที่จะหวาดหวั่น เขากลับสงบนิ่งและเตรียมพร้อมที่จะรับมือทุกอย่าง ไม่ว่าจะสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม เขาก็พร้อมจะไปกับเธอ พร้อมจะปกป้องเธอ รวมไปถึงนิวท์และทีน่าด้วยถ้าทำได้ ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งพบกับพวกเธอแค่วันเดียวเท่านั้นเอง

 

ตอนที่มาดามพิกเคอรี่บอกให้ลบความทรงจำของเจคอบ เธอนึกอยากคัดค้านขึ้นมา แต่ท่านหญิงแห่งมาคูซากลับย้ำชัดเจนว่า “ไม่มีข้อยกเว้น”

 

แต่เจคอบเป็นข้อยกเว้นสำหรับเธอ เป็นคนพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และเธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไป จะไม่มีวันยอมให้เขาลืมเธอ

 

เธอจึงประทับร่องรอยเอาไว้ก่อนจากกัน เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ลืมเธอ

 

สองสัปดาห์ต่อมา เธอก็ไปเยือน่ร้านขนมปังเพื่อเตือนความจำเขา แน่นอนว่าเขาจำเธอได้ แม้จะยังเลือนรางราวกับความฝัน แต่เธอรู้ว่าเขาจะจำเรื่องทั้งหมดได้ในเร็ววัน และเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขา เพื่อยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง เขาไม่ได้ฝันไป

 

จากนั้นเธอก็ไปที่ร้านทุกวัน ซื้อขนมปังมากินเองบ้าง ฝากทีน่าบ้าง ให้อาเบอร์นาธีบ้าง ช่วยไม่ได้ ก็เธออยากเจอเขานี่นา

 

ควีนนี่ชอบฟังความคิดน่ารัก ๆ ของเขา เช่น ตอนที่เธอแวะไปร้านขนมปัง เขาจะใส่ใจลูกค้าเสมอ คอยมองว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือไหม คอยสังเกตว่าลูกค้าคนนี้ชอบกินขนมปังแบบไหน ถ้าเป็นขาประจำก็จะแถมให้บ้าง ไม่ก็ให้ลองชิมสูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาก่อนใคร หากวันไหนหิมะตกและลูกค้าลืมพกร่มมา เขาจะรีบไปหาร่มมาให้ยืมเสมอ และทุกอย่างที่ทำไปนั้น เขาไม่ได้คิดว่าเป็นการบริการหรือหน้าที่ เขาทำเพราะอยากทำ เขาจะดีใจเมื่อเห็นคนรอบข้างมีความสุข

 

และเธอก็ชอบเห็นเขามีความสุข การได้เห็นเขาทำอะไรดี ๆ ให้ผู้คน ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ การได้อยู่ข้างเขา ได้พูดคุยกับเขา ได้ยิ้มหัวเราะไปกับเขา ทำให้เธอสนุกสนาน ผ่อนคลาย และปลอดภัย เธอไม่กังวลเลยว่าจะมีความคิดอะไรของเขาที่จะทำให้เธอไม่สบายใจ เพราะเขาไม่เคยคิดอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจเลยสักครั้ง และไม่เคยเลยที่จะนึกรำคาญการที่เธออ่านใจเขาได้

 

เจคอบเคยบอกไว้ในวันที่เจอกันครั้งแรกว่า เขารักที่เธออ่านใจเขาได้ ตอนนั้นเขาไม่ได้โกหก เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ไม่เคยมีใครสักคนนึกรักความสามารถในการพินิจใจของเธอเลย ไม่มีเลยสักคน แม้แต่ทีน่า ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดโทษพี่สาวหรอก เธอเข้าใจดีว่าไม่มีใครชอบที่ถูกล่วงรู้ความคิด บางทีเธอก็ยังรู้สึกเกลียดที่ตัวเองมีความสามารถนี้ แต่เจคอบกลับรักมัน มุมมองที่เขามองเธอทำให้ควีนนี่รู้สึกเป็นคนพิเศษ เธอในสายตาของเขายังคงเป็นตัวเธอ แต่ว่าเป็นตัวเธอในแบบที่ดีที่สุด การที่เขามองเธอแบบนั้นกระตุ้นให้เธออยากจะเป็นตัวเธอในแบบที่ดีที่สุดเช่นกัน และเธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เขาผิดหวัง

 

ใกล้จะถึงคริสต์มาสแล้ว ควีนนี่กำลังตัดถุงมือหนา ๆ สำหรับอบขนมปังและผ้ากันเปื้อนให้เจคอบ ทีแรกเธออยากถักผ้าพันคอให้เขา แต่เจคอบไม่ค่อยออกไปไหน เขาชอบอยู่ที่ร้าน คิดค้นขนมปังสูตรใหม่ ๆ อบขนม ทำอาหาร เธออยากให้ของขวัญของเธออยู่ใกล้ตัวเขาตลอดเวลา จึงเลือกตัดถุงมือกันร้อนกับผ้ากันเปื้อนแทนที่จะเป็นผ้าพันคอซึ่งใช้ได้แค่ช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เธอเลือกผ้าสีครีมมาตัดถุงมือและผ้ากันเปื้อน ปักอักษร J.K. ชื่อย่อของเขาด้วยไหมสีน้ำตาลเฮเซลนัตไว้ตรงหน้าอกด้านซ้ายและบริเวณข้อมือด้านในของถุงมือข้างขวา ควีนนี่อยากเล่นลวดลายมากกว่านี้ แต่ก็เกรงว่าเจคอบจะไม่กล้าใช้ จึงตั้งใจให้ดูเรียบง่ายแต่อบอุ่น เหมือนบุคลิกของเขา ผ้าสีครีมนุ่มนวลอาจจะเปรอะเปื้อนง่ายไปนิด แต่ไม่เป็นไร ไว้เธอทำให้เขาใหม่ทุกปีเลยก็ได้

 

ควีนนี่ตัดสินใจแล้วว่า หากทีน่าลงเอยกับพ่อมดหนุ่มอังกฤษคนนั้นเมื่อใด เธอจะแต่งงานกับเจคอบ เขากับเธอปรึกษากันเรื่องนี้แล้ว เธอไม่สนใจกฎบ้าบอที่กีดกันผู้วิเศษกับโนแมจหรอก และจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนด้วย ไม่จำเป็นต้องซ่อน เขากับเธอจะพิสูจน์ให้ผู้วิเศษในนิวยอร์กเห็นเองว่า ถึงจะเป็นผู้วิเศษกับโนแมจก็สามารถอยู่ร่วมกันได้

 

ช่วงแรกเธอก็รู้สึกพรั่นพรึงกับความคิดนี้ แต่นี่เป็นทางที่ดีที่สุดที่เขากับเธอจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่ต้องหลบซ่อน หากสถานการณ์บีบคั้นนัก ทั้งสองจะย้ายไปอยู่แถบยุโรป ที่ซึ่งไม่มีกฎหมายกีดกัน เจคอบอาจต้องทิ้งร้านขนมปังที่เขารักไป ควีนนี่ปวดใจเมื่อนึกว่าเขาต้องเศร้ามากแน่ ๆ แต่เจคอบบอกว่าเขาตั้งร้านใหม่ที่ไหนก็ได้ เจคอบมองโลกในแง่ดี ขยันขันแข็ง และรักการอบขนมมาก ๆ เมื่อคนเรารักสิ่งใดมาก ๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนหรือตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากขนาดไหน ก็จะหาทางทำสิ่งที่รักจนได้

 

เจคอบยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ เธอเองก็จะทำแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายขนาดไหน เธอเชื่อว่าหากเขาอยู่กับเธอ ทั้งสองจะหาวิธีผ่านมันไปด้วยกันได้

 

ตราบใดที่ยังมีเขา เธอรู้สึกว่าเธอจะไม่เป็นไร

 

และเธอรู้ว่าเขาก็รู้สึกเหมือนกันกับเธอ

 

. . . . . . . . . .End and then begin. . . . . . . . . .

 

เรื่องนี้เขียนจากมุมมองที่เรามีต่อควีนนี่และเจคอบนะคะ คิดว่าทั้งสองคนเป็นคนที่น่ารักมาก ๆๆๆๆ และเราก็ชอบความรักของทั้งคู่มาก ๆ เลยค่ะ ที่อยากเขียนเรื่องของทั้งคู่ในหัวข้อนี้ เพราะคิดว่าเจคอบเป็นความสงบใจของควีนนี่ที่ต้องเผชิญกับกระแสความคิดของผู้คนในทุกวัน หากมีจุดไหนที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ อยากแลกเปลี่ยนความคิด หรืออยากสครีมคู่นี้ ก็มาคุยกันเถอะค่ะ เราก็อยากสครีมด้วยเหมือนกัน 5555

Advertisements

7 thoughts on “[JacobQueenie] Exception

  1. เอื้อออออออออออ เป็นฟิคที่น่ารักมากๆ เลยค่ะ ดีใจจังที่กดเข้ามาอ่าน แอบตามมาจากทวิตเตอร์เลย
    ขอสารภาพค่ะว่าตกหลุมรักคู่นี้เข้าอย่างจริงจังก็ตอนอ่านเรื่องนี้นี่แหละ ดูเป็นความรักที่เรียบง่าย ช้าๆ อ่อนหวาน ละมุนละไม อ่านไปอมยิ้มไป มีความสุขมาก
    เราชอบการบรรยายที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปไม่รีบเร่งจนรู้สึกจงใจ ทำให้รู้สึกว่าเป็นความรักที่จับต้องได้ ชอบความคิดความอ่านของควีนนี่ด้วย เธอดูเป็นคนอ่อนหวาน เอาใจใส่ (อันนี้แอบชอบเป็นพิเศษตอนที่ควีนนี่บอกว่าไม่อยากถักลวดลายเยอะ เพราะกลัวเจคอปจะไม่กล้าใช้ ฮือ น่ารักจัง) เธอแคร์ความรู้สึกของคนอื่นแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนหัวอ่อน แถมยังมีความมั่นคง เป็นตัวของตัวเองอีกต่างหาก ไม่รู้จะพูดอะไรเลยนอกจากความน่ารัก น่ารัก น่ารัก ;__;
    ขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับฟิคน่ารักๆ แบบนี้ แล้วจะคอยติดตามผลงานต่อไปนะคะ ❤

    1. ฮือออออ อ่านคอมเม้นท์แล้วหัวใจพองโตเลยค่ะ ดีใจมาก ๆ เลยที่ชอบ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่เข้ามาอ่านแล้วคอมเม้นท์ให้ขนาดนี้ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ T T ตอนแรกที่เขียนคู่นี้ก็คิดหนักมากเลยค่ะ เพราะทั้งควีนนี่และเจคอบเป็นคนน่ารักมาก ๆๆๆ เราเกรงว่าจะสื่อนิสัยและความน่ารักของคู่นี้ออกมาได้ไม่ดี เขียนไปก็แอบเกร็งไป เพราะงั้นตอนที่อ่านคอมเม้นท์นี้จึงดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ เราตื่นมาเห็นคอมเม้นท์นี้แต่เช้า ก็รู้สึกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีทั้งวันแน่เลย ^ ^ ขอให้คุณมีวันที่ดีเช่นกันค่ะ

  2. โอ๋ย เพิ่งเคยได้อ่านฟิคที่พี่ฟางแต่ง สมกับเป็นพี่จริงๆอ่ะ บรรยากาศในฟิคมันดูเรื่อยๆ เนิบนาบแต่ไม่น่าเบื่อ
    เหมือนใช้เวลาเดินหาหนังสือดีๆในห้องสมุด ไม่เร่งรีบ ค่อนข้างเป็นการบรรยายโดยล้วนแต่ทำได้โอเคเลยนะคะ แม้จะไม่มีบทสนทนาอะไร แต่ดึงความเป็นตัวละครออกมาได้แบบ โห..เป็นแบบนี้เองเหรอ คือทำให้เชื่อเลยว่าคาแรคเตอร์นั้นนี้เขาคงคิดแบบที่พี่อธิบายออกมาจริงๆ

    ชอบความควีนนี่จังเลย น่ารัก ดีแล้วที่ได้มาเจอเจค เหมือนเขาก็หลงรักในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือพยายามอะไรเลย ความรักแบบนี้นี่หายากเนอะ

    ชอบประโยคที่ว่า “อะไรที่ฝืนธรรมชาติก็ต้องใช้พลังงานมากเสมอ” เห็นด้วยเลยค่ะ

    1. ตกใจและดีใจ ไม่คิดว่ามายจะอ่านเลย 55555 พี่ว่าความรักในเรื่องที่เจเคเขียนฟินกว่าในฟิคพี่มาก ๆ แต่พี่ชอบเดาความคิดตัวละคร อยากรู้ว่าตัวละครนี้จะคิดยังไง ก็พยายามทำความเข้าใจควีนนี่ ก็ได้เท่านี้แหละ 55555 ขอบคุณนะมายที่มาคอมเม้นท์ให้ ดีใจจัง >< ขอบคุณที่พูดว่าไม่น่าเบื่อนะ เรื่องฝืนธรรมชาตินี่ บางอย่างฝืนได้บ้างเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข แต่อย่าฝืนมากเกินไป จะไม่ดีต่อตัวเอง พี่คิดแบบนี้นะ

  3. ฮือออออออออ อบอุ่นมากเลยค่ะ ชอบความมองโลกในแง่ดีของเจคอบและควีนนี่ น่ารักกกกก

    1. ขอบคุณมากเลยค่ะที่คอมเม้นท์ให้ ขอโทษจริง ๆ ที่ตอบช้า เราว่าจะตอบหลายครั้งแล้ว แต่ก็ลืม ฮือ ขอโทษค่ะ

      ดีใจมากเลยที่ชอบค่ะ บางทีเราก็คิดว่าสองคนนี้จะมองโลกในแง่ดีเกินไปไหมนะ แต่เราก็ชอบที่จะคิดว่าทั้งสองคนเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีพลังใจที่เข้มแข็ง

      ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ สำหรับคอมเม้นท์ ดีใจมากเลยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s