บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์

Fan Fiction of Fantastic Beasts and Where to Find Them
#NiffNewt
Genre: เรื่อยเปื่อยและโรแมนติกนิด ๆ มั้ง

 

 

[ บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ฉบับที่ 1 เขียนใส่ม้วนกระดาษที่แอบไปขโมยจากห้องทำงานของนิวท์มา ]

29/10 /1925

 

วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วที่ฉันต้องติดอยู่ในสวนสัตว์นี่

 

เบื่อจนทนไม่ไหว จึงแอบย่องมาขโมยกระดาษและหมึกของเจ้าพ่อมดโง่เพื่อเขียนบันทึกแก้เบื่อ

 

อ้อ ลืมแนะนำตัวสินะ ฉันคือพ่อมดนักล่าขุมทรัพย์ เป็นแอนิเมจัส แปลงร่างเป็นนิฟเฟลอร์ได้ มีฉายาว่า Niffler the Treasure Hunter เป็นไง เท่ใช่ไหม

 

ฉันมาติดอยู่ในกระเป๋าที่เหมือนสวนสัตว์ขนาดย่อมนี้ เพราะโชคชะตาล้วน ๆ

 

วันหนึ่ง ขณะที่แปลงเป็นนิฟเฟลอร์ขุดหาสมบัติอย่างขยันขันแข็ง กลับถูกพวกก็อบลินไล่ตาม หาว่าฉันขโมยทองของพวกมัน! เหอะ! เจ้าพวกก็อบลินขี้ตู่! ทองที่ยังฝังอยู่ในผืนดินเป็นสมบัติที่พระเจ้าประทานมาให้ทุกคน ใครขุดเจอก่อนก็ได้ไปสิเฟ้ย! ถึงจะขุดเจอใต้เหมืองของพวกมันก็เถอะ แต่พวกมันขุดช้าเองนี่ ช่วยไม่ได้!

 

ตอนที่วิ่งทิ้งห่างพวกก็อบลินแล้ว ดันถูกพ่อมดประหลาดคนหนึ่งจับตัวไว้ได้ ข่วนมือมันไปหลายที แต่มันไม่ยอมปล่อย จนพวกก็อบลินไล่ตามทัน เจ้าพ่อมดประหลาดเจรจากับก็อบลิน จั๊กจี้พุงฉันจนทองคำหล่นลงมาจากกระเป๋าหน้าท้อง แล้วยกทองที่ฉันอุตส่าห์ลงแรงหามาทั้งวันให้พวกก็อบลินขี้ตู่จนหมด! แถมยังควักทองสามเกลเลียนซื้อตัวฉันมาอีก! โง่ชะมัด! นิฟเฟลอร์ราคาสามเกลเลียน! มันไม่มากไปหน่อยรึ เจ้าพ่อมดนี่ก็น่าจะมีเงินไม่มากด้วย ดูจากเสื้อผ้าปอน ๆ และกระเป๋าหนังเก่า ๆ แต่เมื่อพวกก็อบลินตอบตกลง ก็ยิ้มดีใจใหญ่ บอกว่าตัวเองเป็นนักสัตว์วิเศษวิทยา อยากได้นิฟเฟลอร์สักตัวมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่แล้ว แถมยังบอกขอบคุณพวกก็อบลินมันอีก เจ้าโง่เอ้ย จับฉันได้เองแท้ ๆ แต่ยังโง่เสียทองเกลเลียนให้พวกก็อบลินอีก โง่จริง ๆ สมแล้วที่อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ

 

เจ้าพ่อมดโง่นั่นได้ตัวฉันมาแล้วก็พาเข้ามาในกระเป๋าที่เหมือนสวนสัตว์ขนาดย่อม วางฉันลงบนโต๊ะที่ห้องทำงาน ก่อนจะเสกคาถาทำความสะอาดขนให้ และ…ทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อตรวจหาโรค… ไม่อยากนึกถึงมันเลย เพราะงั้นจะข้ามไปละนะ

 

เมื่อตรวจโรคเสร็จ เจ้าพ่อมดประหลาดก็อุ้มฉันไปแนะนำตัวกับสัตว์วิเศษสองสามชนิด พวกโบวทรัคเกิ้ล มูนคาล์ฟ และเมิร์ตแลป ก่อนจะใช้คาถาเนรมิตเนินขึ้นมา หย่อนเมล็ดพันธุ์ที่มันอธิบายว่าอีกสิบห้าวันก็จะโตเป็นต้นไม้มีใบสีทองเป็นประกายอย่างที่นิฟเฟลอร์ชอบ แถมยังขุดโพรงและนำของเป็นประกาย จำพวกเหรียญ เปลือกหอยมุก และเครื่องประดับทำจากเงินมาฝังไว้ให้เสร็จสรรพ เล่นเอาอึ้งไปเลย เจ้าพ่อมดประหลาดคนนี้ลงทุนกับนิฟเฟลอร์ตัวหนึ่งขนาดนี้ แถมยังขอโทษขอโพยอีกว่าตอนนี้เขาไม่ค่อยมีเงิน ไว้ส่งต้นฉบับหนังสือเมื่อไรจะหาของแวววาวมาเพิ่มให้อีก

 

คนที่ลงทุนกับสัตว์วิเศษตัวหนึ่งขนาดนี้ ถ้าไม่โง่ก็สติไม่สมประกอบแน่นอน

 

ช่วงแรกก็คิดจะหนีอยู่หรอก แต่เจ้าพ่อมดบ้าคุยฟุ้งให้ฟังว่าจะเดินทางรอบโลก เสาะหาและศึกษาสัตว์วิเศษทุกชนิดบนโลกใบนี้เพื่อจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสัตว์วิเศษ

 

ฉันเองก็เคยฝันว่าอยากออกเดินทางเพื่อแสวงหาขุมทรัพย์จากทั่วโลกเช่นกัน

 

เป็นนิฟเฟลอร์ติดกระเป๋าเจ้าพ่อมดบ้าไปเที่ยวรอบโลกก็สะดวกดี มีที่พักพร้อมอาหารฟรีด้วย ถึงอาหารส่วนใหญ่จะเป็นพวกหัวมันกับผักก็เถอะ แต่ฉันก็เคยกินของที่แย่กว่านี้มาแล้ว จึงไม่มีปัญหา

 

เหมือนเจ้าพ่อมดบ้าจะลงกระเป๋ามาแล้ว เขียนเท่านี้ก่อนแล้วกัน

 

…..

 

[ บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ฉบับที่ 2 สลักลงในโพรงด้านในสุดด้วยเล็บกำกับคาถาคงทนถาวรพร้อมคาถาพรางตาไว้ ]

 

30/10/1925

เจ้าพ่อมดโง่บ่นว่าม้วนกระดาษหายไปหนึ่งม้วน มันนับม้วนกระดาษไว้ด้วยรึเนี่ย ละเอียดเกินไปแล้ว ที่จริงกระดาษก็แพงเอาเรื่องอยู่ เอาเถอะ ฉันเขียนลงในโพรงนี้แทนก็ได้

อยู่ในกระเป๋าของเจ้านี่สบายก็จริง แต่น่าเบื่อมากเลย เมิร์ตแลปไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย เคยลองยื่นมือไปผูกมิตรด้วยแล้ว มันแยกเขี้ยวแฟ่ใส่ พวกมูนคาล์ฟก็ตลกดีหรอก แต่ไม่ค่อยทำอะไรนอกจากมองดวงจันทร์จำลอง บันทึกของพ่อมดบ้าอธิบายไว้ว่ามูลสีเงินของพวกมันเป็นปุ๋ยบำรุงพืชอย่างดี (ฉันเห็นเจ้านั่นเอามาใส่ให้ต้นอ่อนที่อยู่เหนือโพรงฉันด้วย) ส่วนพวกโบวทรัคเกิ้ลหมกมุ่นกับการดูแลต้นไม้ของตัวเอง แถมยังยกกิ่งของมันขึ้นขู่ด้วยตอนที่เข้าไปใกล้ หวงต้นไม้อะไรขนาดนั้น! ฉันไม่สนใจพวกต้นไม้ใบหญ้าหรอก ไม่เห็นมีอะไรน่าดึงดูดเท่าทองกับอัญมณีเลย เว้นแต่จะตัดไปแลกทองคำได้น่ะนะ ได้ยินว่าพวกโบวทรัคเกิ้ลสะเดาะกุญแจได้ ถ้าเอาไปขายในตรอกน็อกเทิร์นน่าจะได้ราคาดีเหมือนกัน แต่ถ้าพวกวัชพืชนั่นหายไปสักตัว เจ้าพ่อมดบ้านั่นต้องตรอมใจตายแน่ ๆ แล้วฉันก็จะอดเที่ยวรอบโลก เพราะงั้นไม่ทำก็ได้

เจ้าพ่อมดบ้าบอกว่าพรุ่งนี้จะเข้าเมืองเพราะอาหารของเจ้าเมิร์ตแลปใกล้หมดแล้ว เยี่ยมเลย! พรุ่งนี้เป็นวันออลฮาโลอีฟ ฉันจะแอบออกไปดูแสงจากโคมฟักทอง! ถ้าโชคดีอาจจะได้กินโซลเค้กฟรีด้วย!

 

…..

 

*วัน All Hallows Eve คือ วันฮาโลวีนนั่นเอง แต่ก่อนเรียก All Hallows Eve หรือ All Saints Eve

**Soul Cake เค้กที่ทำไว้แจกเด็ก ๆ กับคนยากไร้ในคืนฮาโลว์อีฟ

…..

 

 

[ บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ฉบับที่ 3 เขียนใส่สมุดที่แอบไปซื้อมาเมื่อเช้าด้วยน้ำหมึกของนิวท์ ]

 

01/11/1925

เมื่อคืนฉันได้รู้ในสิ่งที่ไม่ได้อยากรู้เข้าเสียแล้ว

ฉันแอบออกจากกระเป๋าอย่างเงียบเชียบในช่วงย่างเข้าเที่ยงคืน ห้องพักซึ่งแทบไม่มีที่ให้เหวี่ยงตัวเนียเซิลว่างเปล่า เจ้าพ่อมดบ้าไม่อยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเจ้านั่นคงไปฉลองคืนวันออลฮาโลว์อีฟที่ไหนสักแห่ง ฉันจึงคืนร่างเป็นคน จัดผ้าคลุมและผ้าพันคอกำมะหยี่ผืนโปรดให้เข้าที่ ก่อนจะรีบออกไปด้านนอกเพื่อร่วมสนุกกับผู้คน

ที่ถนนนอร์ธเกทหน้าโรงพักแรม เต็มไปด้วยฝูงชนที่ออกมาเดินขบวนเฉลิมฉลอง ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ทั้งผู้วิเศษและมักเกิ้ลต่างถือโคมฟักทองบ้างโคมหัวผักกาดบ้าง พากันเดินเตร็ดเตร่ไปตามทาง เคาะประตูตามบ้านเรือนและร้านรวง  ร้องขอโซลเค้กชิ้นเล็ก ๆ แลกเปลี่ยนกับการร้องเพลงอวยพรให้เจ้าของบ้าน ได้กลิ่นเทียนไขอบอวลปนกับกลิ่นฟักทอง กลิ่นหัวผักกาด และกลิ่นหอมหวานของโซลเค้กกับไวน์ ฉันแอบเสกโคมฟักทองขึ้นมาถือตอนที่ไม่มีใครมองอยู่  บอกไปรึยังว่า ฉันรักงานเทศกาลรองจากทองและอัญมณี โดยเฉพาะเทศกาลที่เต็มไปด้วยประกายแสงจากโคมฟักทองแบบนี้ งดงามราวกับสมบัติล้ำค่าเลยล่ะ

ตอนที่กำลังจะออกไปร่วมขบวน ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเจ้าพ่อมดบ้ายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าร้านเหล้าแห่งหนึ่งซึ่งตั้งเยื้องไปทางซ้ายตรงถนนฝั่งตรงข้ามโรงพักแรม ก่อนจะเดินเข้าไป

แปลกมาก เพราะเจ้าพ่อมดบ้าไม่เคยดื่มให้เห็นเลยสักครั้ง ฉันจึงเดินตามเข้าไป

ร้านมังกรเขียวแห่งนั้นเป็นของพ่อมด คงร่ายคาถาพรางตาไว้ไม่ให้มักเกิ้ลเห็นร้าน ภายในตกแต่งเรียบง่ายด้วยไม้สีเข้มกับโปสเตอร์โฆษณาน้ำคิกคัก โฆษณาชีสของเมืองเชดด้า และแผนที่เมืองกลอสเตอร์

เจ้าพ่อมดบ้านั่งที่เคาน์เตอร์ เว้นที่นั่งสองข้างตัวไว้ ฉันจึงเข้าไปนั่งข้าง ๆ และสั่งเหล้ารัมน้ำผึ้งกับเอลฟ์ประจำบ้าน

เจ้าพ่อมดบ้าไม่แม้แต่จะเหลือบมองมา มันยกแก้ววิสกี้ไฟขึ้นดื่มเอาดื่มเอาจนหมดแก้ว ก่อนจะสั่งเพิ่มอีก หน้าขาว ๆ นั้นขึ้นสีแดงเข้ม แต่แววตาสีฟ้าน้ำทะเลกลับกระจ่างชัดราวกับวิสกี้ไฟแก้วนั้นช่วยเรียกสติกลับคืนมา เจ้าพ่อมดบ้าก้มลงมองรูปถ่ายของแม่มดสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งซึ่งส่งยิ้มบางให้เขา แต่แม้สาวในรูปจะยิ้ม ดวงตาสีเข้มของเธอก็ยังคงมีแววหม่นหมอง ราวกับท้องฟ้าที่มีเมฆฝน

ฉันจิบเหล้ารัมน้ำผึ้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเหมือนไม่ใส่ใจเท่าไรว่า คนรักของนายหรือ

เจ้าพ่อมดบ้าเหลือบตามามองฉันเพียงแค่ครู่เดียว ก่อนจะหันกลับไป เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดชั่วขณะ ตอนที่คิดว่าเจ้านั่นคงไม่ตอบคำถามแล้ว เจ้านั่นก็พูดขึ้นมาว่า เป็นเพื่อนสมัยเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์

เมื่อวิสกี้ไฟแก้วที่สองหมดลง เจ้าบ้านั่นก็กลายเป็นคนช่างพล่าม เจ้านั่นเล่าเรื่องเด็กสาวคนในรูปให้ฟัง ทั้งเรื่องที่ตัวเองแปลกแยก เรื่องที่มาพบกับเธอคนที่ชอบสัตว์วิเศษเหมือนกัน วีรกรรมต่าง ๆ ที่ทำด้วยกัน เท่าที่ฟังมาเจ้านั่นกับเด็กสาวก็แสบซนใช่ย่อย แต่สุดท้ายดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้พบกันอีกตั้งแต่จบจากฮอกวอตส์

เพิ่งรู้ว่าเจ้าพ่อมดบ้าเป็นรุ่นพี่ฉันสี่ปี แต่ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยล่ะ แปลกจัง ทั้ง ๆ ที่เจ้าบ้านั่นก่อวีรกรรมไว้ขนาดนั้นแท้ ๆ แต่เรื่องที่ลือกันว่าเจ้าบ้านั่นเกือบทำให้เพื่อนนักเรียนตาย เมื่อได้ฟังจากปากเจ้าของเรื่องจริง ๆ แม้มันจะไม่ได้พูดออกมาตามตรง เพราะอยากปกป้องผู้หญิงคนนั้นก็เถอะ แต่ก็พอเดาได้ว่า มันรับผิดแทนสาวคนนั้น แล้วเกือบโดนไล่ออกแทน ถ้าดัมเบิลดอร์ไม่มาช่วยพูดให้ เหอะ! โง่ยิ่งกว่าโทรลล์เสียอีก แล้วยังต้องมาดื่มเหล้าพลางดูรูปสาวที่ไม่เคยเหลียวแลมันอีกเลยนับตั้งแต่ออกจากฮอกวอตส์มาเนี่ยนะ เสียเวลาชะมัด! พลอยทำให้ฉันเสียเวลาฟังมันนั่งพล่ามอีก! เวลาเป็นทองเกลเลียนนะเฟ้ย!

ขณะที่จะหาจังหวะขอตัวลุกหนี เจ้าพ่อมดโง่นั่นก็ดันฟุบหลับคาเคาน์เตอร์ เดือดร้อนฉันต้องมาแบกกลับที่พักอีก โชคดีที่เจ้านั่นตัวเบา เลยไม่ลำบากเท่าไร แต่เมื่อโยนเจ้านั่นลงบนเตียง มันกลับปรือตาขึ้นมา ละเมอเรียกชื่อสาวคนนั้น ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าตัวฉันไปกอดแน่น พร่ำคำรักและเอ่ยขอให้อยู่ด้วยกัน เหอะ! เจ้านี่จะโง่ไปถึงไหน แค่ผู้หญิงคนเดียว หาเอาใหม่ก็ได้ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วอะไรสักหน่อย มายึดติดอะไรกับผู้หญิงคนเดียว รู้สึกสมเพชความโง่งมของเจ้านี่ มันโง่จนน่าสงสาร จึงปล่อยให้มันกอดจนหลับไป ถึงค่อยปลีกตัวออกมา เสียเวลาเที่ยวไปตั้งหลายชั่วโมง แต่ช่างเถอะ ยังไงเจ้าพ่อมดโง่ที่ดื่มวิสกี้ไฟไปตั้งสามแก้วก็ยังไม่ตื่นเลย ขนาดฉันเที่ยวเล่นจนสาย ค่อยกลับลงกระเป๋ามานะ

ได้ยินเสียงตึงตังดังมาจากห้องทำงาน สงสัยเจ้าพ่อมดโง่จะตื่นแล้ว ดีมาก หากมาช้ากว่านี้อีกสักชั่วโมง เจ้าเมิร์ตแลปคงจะกินฉันเป็นอาหารแทนแล้ว

…..

 

[ บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ฉบับที่ 4 ]

 

07/11/1925

แอบอ่านจดหมายของพ่อมดบ้าที่เขียนส่งถึงแม่ ในจดหมายเล่าว่าตอนนี้อยู่ที่เวลส์ กำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเกนล์เลิร์ด เคยได้ยินว่าใกล้ ๆ หมู่บ้านนั้นมีเหมืองทองขนาดมหึมาของมักเกิ้ลอยู่ด้วย ต้องไปเยือนสักหน่อยแล้ว

…..

 

09/11/1925

เมื่อคืนแอบย่องออกไปที่เหมืองตอนที่เจ้าพ่อมดบ้าหลับไปแล้ว ฉันออกจากกระเป๋าแล้วก็รีบหายตัวไปยังพิกัดที่ระบุไว้ในแผนที่ เหมืองนั่นขนาดมหึมาจริง ๆ ด้วย มีพวกมักเกิ้ลยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ส่วนใหญ่หลับอยู่ในที่พัก มักเกิ้ลประมาณสี่ห้าคนยืนยามเฝ้าเหมืองอยู่ แต่พวกมักเกิ้ลไม่ใช่ปัญหาเมื่ออยู่ในร่างนิฟเฟลอร์ อาศัยความมืดพรางตัวและความว่องไวก็เข้าไปในโรงแปรรูปทองคำได้อย่างสบาย ๆ

เป้าหมายในคืนนี้อยู่ที่ทองคำซึ่งแปรรูปแล้ว หากเป็นแต่ก่อน ฉันคงจะเอาทองที่ยังไม่ได้แปรรูป เพราะสามารถนำไปแปรรูปเองได้ที่ห้องทดลองลับส่วนตัว แต่ระหว่างเดินทางกับเจ้าพ่อมดบ้านี่ ไม่รู้จะได้กลับไปห้องทดลองเมื่อไร พกทองแปรรูปจะสะดวกกว่าเวลาซื้อขาย

เมื่อนำทองคำทุกชิ้นใส่กระเป๋าหน้าท้องจนเต็มแน่นแล้ว ก็แอบย่องออกมาจากเหมืองอย่างเงียบเชียบ หายตัวกลับไปยังบริเวณใกล้ ๆ ที่ตั้งเต้นท์ของเจ้าพ่อมดบ้า แล้วแปลงร่างกลับเป็นนิฟเฟลอร์ ขณะกำลังเดินกลับไปที่เต้นท์อย่างสบายใจว่างานคืนนี้ราบรื่นดีมาก พวกมักเกิ้ลคงไม่รู้ว่าทองหายไปจนกว่าจะเช้า ฉันก็ได้ยินเสียงร่ายคาถาเรียกของ รู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองบินเข้าไปอยู่ในอุ้งมือเจ้าพ่อมดบ้าแล้ว

ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ เจ้าพ่อมดบ้ากำลังโกรธ ไม่เคยเห็นเจ้าบ้านี่โกรธใครมาก่อนเลย แต่ทั้ง ๆ ที่โกรธ สีหน้ากลับเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ มันขึ้นเสียงดุว่าที่ฉันแอบหนีออกจากกระเป๋ามา ทำเอาฉันตัวสั่นเลยล่ะ บอกไว้ก่อนว่า ไม่ได้กลัวมันหรอกนะ แค่เพราะอยู่ในร่างนิฟเฟลอร์แล้วประสาทสัมผัสการฟังจะละเอียดอ่อนกว่าคน ได้ยินเสียงดังกว่าปกติ แต่ดูเหมือนเจ้าพ่อมดบ้าจะคิดว่าฉันกลัวมัน เจ้าพ่อมดบ้าก็เลยเสียงอ่อนลงขณะพูดว่า เป็นห่วงแทบแย่ กลัวว่าจะโดนมักเกิ้ลหรือก็อบลินจับไปอีก เหอะ! รู้จักฉันน้อยเกินไปแล้ว ถ้าคราวนั้นมันไม่มาขวางทาง ฉันก็หนีเจ้าพวกก็อบลินขี้งกกลับไปแปรรูปทองที่ห้องทดลองอย่างสบายใจแล้วเฟ้ย

เอาเถอะ เดินทางกับเจ้าพ่อมดบ้าก็น่าสนใจดี แถมได้ทองกลับมาเพียบเลย เจ้าพ่อมดบ้ามัวแต่เป็นห่วงและโกรธที่ฉันแอบหนีออกไป จนไม่ทันสังเกตว่ากระเป๋าหน้าท้องฉันเต็มไปด้วยทองคำ ไม่งั้นคงบังคับให้เอาออกมาคืนแล้ว

หวังว่าพรุ่งนี้เจ้าพ่อมดบ้าจะเดินทางไปไกลจากหมู่บ้านแล้วนะ เพราะหากมันได้ยินข่าวเรื่องทองที่เหมืองหายไป คงได้มาคุ้ยรังฉันเอาทองไปคืนแหง แบบนั้นฉันก็เหนื่อยแถมโดนดุฟรีน่ะสิ

ว่าแต่ว่า… สีหน้าตอนที่พ่อมดบ้าพูดว่าเป็นห่วงแทบแย่ มันติดอยู่ในหัวจนเก็บเอาไปฝันเลย โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำทะเลที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งเสียใจ ทั้งกังวล ทั้งโกรธ บอกตามตรงว่าไม่ชอบสีหน้าแบบนั้นเท่าไร ทำให้รู้สึกผิดนิดหน่อย… แค่นิดเดียวจริง ๆ

เมื่อเช้าเจ้าบ้านั่นมาที่รัง แอบมาลูบ ๆ ขนฉันตอนกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น บอกว่าขอโทษที่ดุ เฮ้อ! เชื่อเขาเลย คนบ้าอะไรมาขอโทษสัตว์เลี้ยงของตัวเองที่แอบหนีออกไป ใจอ่อนไม่เข้าท่า เพราะแบบนี้เจ้าพิกเค็ตต์ถึงได้แกล้งป่วยแล้วแอบอยู่ในกระเป๋าเสื้อตลอดไง เพราะใจอ่อน ไม่ยอมเข้มงวดนี่แหละ

(นิฟเลอร์กลับมาอ่านบันทึกทวนตอนว่าง ๆ  ก่อนจะเติมลงไปตอนท้าย)

อ้อ เกือบลืม ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของมันนะ แค่ยอมอยู่ด้วยเพราะจะล่าสมบัติทั่วโลกต่างหาก

 

…..

 

[ บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ฉบับที่ 5 ]

 

25/12/1925

วันนี้เป็นวันคริสต์มาส

ตามปกติแล้วพ่อมดทั่ว ๆ ไป น่าจะกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัว หรืออย่างน้อยก็น่าจะเข้าเมืองไปดูแสงไฟ ชื่นชมการประดับตกแต่งต้นสน กินมินช์พายและพุดดิ้งคริสต์มาส แต่เจ้าพ่อมดประหลาดนั่นดันขึ้นเขาบุกป่าเพื่อดักซุ่มพวกเลเปรอคอน!

ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า เจ้าเอลฟ์ตัวเล็ก ๆ เขียว ๆ นี่น่าสนใจตรงไหนกัน… สิ่งเดียวที่ฉันสนใจในพวกเลเปรอคอนก็คือที่ซ่อนทองคำ ได้ยินว่าพวกนี้เก็บทองไว้เยอะมาก แน่นอนว่าไม่ยอมปริปากบอกที่ซ่อนให้ใครรู้หรอก แต่เป็นที่รู้กันว่า ถ้าพบเห็นพวกเลเปรอคอนแถวไหน แสดงว่าใกล้ ๆ จะต้องมีทองคำซ่อนอยู่

ที่จริง ถ้าเจ้านั่นปล่อยให้ฉันออกไปช่วยหาที่ซ่อนทองคำก็จะดักซุ่มดูพวกเลเปรอคอนได้ง่าย ๆ แต่เจ้านั่นคงกลัวฉันจะโกยทองคำมุดดินหนีไปกระมัง จึงไม่ยอมเปิดช่องว่างเลยแม้แต่น้อย แหวกกระเป๋าออกไปได้ไม่ถึงครึ่งตัวก็โดนผลักกลับมา ขี้ระแวงชะมัด ถ้าฉันจะหนีไปจริง คงหนีไปนานแล้ว ไม่ทนอยู่ในกระเป๋าเก่า ๆ อุดอู้นี่มานานถึงสองเดือนหรอกเฟ้ย!

ดูเหมือนเจ้านั่นจะแกะรอยเก่งพอสมควร จึงเจอพวกเลเปรอคอนหลังจากตามหามาเกือบสองวัน และจัดแจงตั้งเต็นท์ลงคาถาพรางตาไว้เพื่อเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของพวกตัวเขียว

แต่ดูท่าจะลืมไปสนิทเลยว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาส จนกระทั่งนกฮูกเหยี่ยวตัวใหญ่นำห่อของขวัญมาส่งให้เมื่อตอนบ่าย เจ้าพ่อมดบ้าที่หมกมุ่นกับพวกเลเปรอคอนจนลืมวันลืมคืนไปแล้ว ทำตาโตเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ก่อนรีบเปิดดูโดยไม่รอให้ถึงวันแกะของขวัญ

ของขวัญที่ครอบครัวของเจ้าพ่อมดบ้าส่งมา เป็นสมุดปกหนังสีน้ำตาล บนหน้าปกสลักอักษรย่อชื่อของเจ้านั่นด้วยน้ำหมึกสีทอง กับชุดปากกาขนนกและน้ำหมึกสีทองดูหรูหรา เจ้าพ่อมดบ้าดูดีใจมากตอนที่เห็นสมุด ก่อนจะเลิกคิ้วใส่ขวดน้ำหมึกสีทอง พลางบ่นพึมพำว่า ทองขนาดนี้คงไม่กล้าใช้ เมื่อมันหันมาเห็นฉันมองอยู่ คงเข้าใจว่าฉันอยากได้ จึงยื่นขวดแก้วใสใส่น้ำหมึกสีทองแวววาวให้ บอกว่า ยกให้เป็นของขวัญคริสต์มาส

ที่จริงไม่อยากรับหรอกนะ ก็เป็นของขวัญจากพี่ชายของนิวท์ แต่มันจะขัดกับสัญชาตญาณนิฟเฟลอร์เกินไป เจ้าพ่อมดบ้าอาจจะสงสัยเอาได้ ฉันจึงต้องรับมา จริงอย่างที่เจ้านั่นว่า หมึกสีทองขนาดนี้ใครจะไปกล้าใช้ ฉันจึงเก็บซุกไว้ก้นรังรวมกับสิ่งของทุกอย่างที่เจ้านั่นให้มาก่อนหน้านี้

จะว่าไปแล้ว นี่เป็นของขวัญคริสต์มาสชิ้นแรกในรอบแปดปี นับตั้งแต่ออกมาอยู่ตามลำพัง (ถึงตรงนี้มีรอยจุดหมึกดวงใหญ่ที่น่าจะเกิดจากการจรดปากกาขนนกค้างไว้นาน)

นอนดีกว่า

…..

 

26/12/1925

ไม่! ไม่! เมื่อคืนฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ไม่!

ก็ได้ เมื่อคืนฉันเหงา ฉัน… ก็ได้ ฉันไม่น่าทำอย่างนั้นเลย แต่ว่าเจ้าพ่อมดบ้านั่นก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ เพราะงั้นคงไม่เป็นไรหรอกน่า!

 

…..

 

Advertisements

3 thoughts on “บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์

  1. นิฟนิฟดีดดิ้งจนน่าหมั่นไส้จริงๆ 555 เขียนได้เห็นภาพในกระเป๋าดีค่ะ ดูพร้อมจะขโมยทุกอย่างไปเปลี่ยนเป็นทอง 5555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s