After The Rainbow

After The Rainbow

 

Drabble AU Fiction

Sam Wilson and James Barns

เรื่องนี้เแต่งขึ้นในหัวข้อ “เส้นขนาน” #Heroอาทิตย์ละครั้ง ขอบคุณ @_heroweeklyth ที่จัดกิจกรรมสนุก ๆ ขึ้นมาค่ะ

 

 

แซม วิลสัน นักจิตวิทยาหนุ่มวัยสามสิบห้า อยู่ตัวคนเดียวในอพารท์เมนท์แห่งหนึ่ง ชั้นสาม ห้องหมายเลข 306

 

เจมส์ บาร์น ผู้จัดการโรงแรมกะกลางคืนวัยสามสิบเก้า อยู่ตามลำพังในอพาร์ทเมนท์เดียวกันกับแซม ชั้นสอง ห้องหมายเลข 206

 

ทุกเช้า แซมจะออกไปวิ่งตอนหกโมงเช้าถึงเจ็ดโมง ก่อนจะกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปทำงานตอนแปดโมงเช้า กลับถึงห้องอีกครั้งตอนสามทุ่ม อาบน้ำ และนอนหลับจนถึงเช้าวันใหม่

 

ทุกคืน เจมส์จะออกจากบ้านเพื่อไปทำงานตอนห้าทุ่ม และกลับถึงบ้านอีกทีตอนสิบโมงเช้า นอนหลับเป็นตายจนถึงช่วงเที่ยง ก่อนจะลุกมากินข้าวกลางวัน ดูหนังอยู่ในห้อง แล้วกลับไปนอนต่อถึงตอนกลางคืนอีกครั้ง

 

วันหยุดของแซมคือวันพุธ ซึ่งเขาจะใช้เวลาหมดไปกับการไปยิม ไปพบปะเพื่อนฝูง หรือนั่งเล่นวิดีโอเกมอยู่ในห้อง

 

วันหยุดของเจมส์คือวันเสาร์ ซึ่งเขาจะใช้เวลาหมดไปกันการนอน ไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง ไม่ก็นั่งดูหนัง อ่านหนังสืออยู่ในห้อง

 

ด้วยเหตุนี้ ถึงจะอยู่อพาร์ทเมนท์เดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยพบกันเลยสักครั้ง ราวกับเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน

 

แล้ววันคืนก็ผ่านเลยไป เป็นเดือน เป็นปี

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังฝนตกกลางฟ้าโปร่งยามสาย ก็มีสายรุ้งปรากฎขึ้น

 

ไม่ใช่สายรุ้งธรรมดา แต่เป็นสายรุ้งสองสายที่โค้งเป็นครึ่งวงกลมขนานกันอย่างงดงาม

 

วันนั้นเป็นวันหยุดของแซม เมื่อเห็นสายรุ้งคู่ผ่านทางหน้าต่างห้อง เขาก็ผละจากหน้าคอมพิวเตอร์ออกมายังระเบียงห้องเพื่อชื่นชมปรากฎการณ์ธรรมชาติอันงดงามซึ่งตลอดชีวิตอาจจะไม่ได้เห็นซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

 

เมื่อคิดว่าอาจจะไม่ได้เห็นซ้ำอีก เขาจึงรีบกลับไปหากล้องถ่ายรูปซึ่งแซมจำไม่ได้แล้วว่าเก็บไว้ตรงไหน จึงลงมือรื้อค้นตู้ทุกตู้และลิ้นชักทุกชั้นอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อหากล้องถ่ายรูป

 

เสียงรื้อค้นตู้ของแซมดังทะลุพื้นห้องลงมาปลุกเจมส์ที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ ชายหนุ่มเพิ่งนอนหลับได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ต้องตื่นเพราะเสียงกุกกักจากห้องข้างบน จึงช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด

 

หากเสียงดังเพียงครู่ เขาคงจะปล่อยผ่านไป แต่เจ้าของห้องชั้นบนยังคงทำเสียงดังไม่หยุด เจมส์จึงตัดสินใจกดโทรศัพท์โทรขึ้นไปยังห้องชั้นบน

 

เสียงกุกกักหยุดลง ก่อนที่เจมส์จะได้ยินปลายสายตอบรับ

 

“ฮัลโหลครับ”

 

เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังมาตามสาย เจมส์จึงรู้ตอนนั้นเองว่าเจ้าของห้องชั้นบนเป็นชายหนุ่ม

 

“ผมโทรมาจากห้องชั้นสองนะครับ ขอโทษนะครับ แต่ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหม ผมกำลังนอนอยู่ครับ”

 

เขาพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด

 

“โอ้! เอ่อ… ขอโทษที่รบกวนคุณนะครับ จะไม่ทำเสียงดังแล้วครับ”

 

น้ำเสียงทุ้มที่ขอโทษขอโพยเขาทำให้เจมส์รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย ดูท่าเจ้าของห้องชั้นบนจะไม่ใช่คนนิสัยแย่อะไร

 

“ครับ ขอบคุณมากครับ”

 

ขณะที่เจมส์กำลังจะวางสายอยู่นั้น พลันปลายสายก็รีบพูดขึ้นมาว่า

 

“ว่าแต่ว่า คุณนอนมานานกี่ชั่วโมงแล้วครับ ถ้านอนติดต่อกันนานเกินไปจะไม่ดีต่อร่างกายนะครับ”

 

เจมส์ขมวดคิ้วใส่โทรศัพท์ ที่จริงเขาจะกระแทกสายใส่อีกคนก็ได้ แต่เขาไม่อยากทำอย่างนั้น ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนร่วมอพาร์ทเมนท์เดียวกัน เขาจึงอธิบายไป

 

“ผมทำงานกลางคืนครับ เพิ่งได้นอนตอนสิบโมงครึ่งนี่เอง”

 

“อ้าว! ขอโทษครับ งั้นไปนอนเถอะครับ”

 

เจมส์หลุดยิ้มขำตอนฟังเสียงนั้นลนลานขอโทษ เขาเกือบจะพูดราตรีสวัสดิ์แล้ว หากคู่สนทนาไม่พูดแทรกขึ้นมาว่า

 

“อ้อ แต่ตอนนี้มีปรากฎการณ์รุ้งคู่อยู่นะครับ ที่ผมเสียงดังเพราะกำลังหากล้องไปถ่ายรูปรุ้งคู่นี่ละครับ ตอนนี้เจอแล้ว จะไม่ทำเสียงดังแล้วครับ”

 

“…รุ้งคู่เหรอครับ”

 

เจมส์ที่ง่วงสุดขีดยังไม่อาจประมวลผลได้ว่าอีกคนกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร

 

“ครับ ลองมองออกไปทางระเบียงสิครับ”

 

ไม่รู้ทำไม แต่ชายหนุ่มก็บ้าจี้ลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเปิดม่านตรงระเบียงออก แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาอาบไล้ห้องอันมืดหม่นจนอบอุ่น เมื่อมองออกไปก็เห็นสายรุ้งสามสีเส้นบางสองเส้นที่โค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมสวยงามขนานกันอยู่กลางฟ้าคราม ราวกับทางรถไฟสีรุ้งที่จะนำไปสู่สถานีแห่งความสุข

 

เจมส์ยืนเหม่อมองสายรุ้งคู่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปล่อยให้เจ้าของห้องข้างบนรอสายอยู่ จึงรีบกลับไปยังโทรศัพท์

 

“ฮัลโหล ยังอยู่ไหมครับ”

 

“ครับ เห็นรุ้งคู่หรือยังครับ”

 

เสียงปลายสายที่ถามอย่างกระตือรือร้นทำเอาเจมส์อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

“เห็นแล้วครับ สวยจริง ๆ”

 

“วิเศษมากเลยใช่ไหมครับ… งั้นผมขอตัวไปถ่ายรูปก่อนนะครับ คุณพักผ่อนเถอะครับ ราตรีสวัสดิ์”

 

“เดี๋ยวครับ!”

 

เจมส์รีบเรียกไว้ก่อนที่อีกคนจะวางสาย

 

“ครับ?”

 

“ถ้าไม่รบกวน ผมขอรูปรุ้งจากคุณได้ไหมครับ”

 

“ได้แน่นอนครับ ผมจะตั้งใจถ่ายสุดฝีมือเลย”

 

แล้วเจมส์ก็ถามว่าหากแซมไม่มีธุระอะไร เขาจะไปหาแซมที่ห้องเย็นนี้เพื่อขอดูรูปได้ไหม ซึ่งแซมก็ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ

 

ปรากฎการณ์อันงดงามแสนวิเศษเกิดขึ้นกับทั้งสองคนในวันนั้นเอง

 

 

~==========~

ฟิคชั่ววูบมากค่ะ เผอิญวันนี้เห็นทวิตรูปรุ้ง แล้วอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ คาแรคเตอร์หลุดไม่เหลือคนเดิมเลย ฮือออออ

ขอบคุณุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

Advertisements

5 thoughts on “After The Rainbow

  1. หูยยยย ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆให้ลึกซึ้ง ไม่ต้องมีคำบอกรัก ไม่ต้องมีเลิฟซีน ก็ทำเรายิ้มแก้มแทบแตกได้แล้วค่ะ เป็นฟิคที่น่ารักจริงๆ ใครบอกเส้นขนานไม่มีวันบรรจบกัน เรานี่แหละจะลากมันมาชนกันเอง เอิ้กๆ 555 > <

    1. ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ให้ค่ะ เห็นคอมเม้นท์นี้แล้ว เรายิ้มกว้างเลย ^___^ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ดีใจที่ชอบ ขอโทษที่คาแรคเตอร์จะหลุดไปไกลมากเลยนะคะ ฮือออ

  2. ชอบไอเดียเรื่องนี้จังเลย ฮือออออ ในที่สุดก็ได้อ่านฟิคละมุนๆของแซมบัคบ้างแล้ว รู้สึกเหมือนมีรุ้งเกิดในหัวใจจจจจ กรี๊ดดดดดดด

    1. ดีใจที่ชอบค่ะ >< แต่คาแรคเตอร์ไม่เหมือนแซมบัคเลย ขอโทษด้วยนะคะ = ="

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s