MarvelHero

Never Answer

 

Never Answer

Marvel’s Hero One Shot Fan Fiction

Howard Stark and Steve Rogers

*แต่งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งใน #Heroอาทิตย์ละครั้ง week 14 หัวข้อ ‘สัญชาตญาณ’ ขอบคุณกิจกรรมสนุก ๆ จาก @_heroweeklyth ค่ะ ^ ^
“ฮาเวิร์ด ฉันคิดว่า จะเลือกเจ้าหนุ่มนั่น”

 

ฮาเวิร์ด สตาร์ค สงสัยใคร่รู้มาตลอด ตั้งแต่วันนั้นที่ ดร.เอิลสกิน นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้เก่งกาจที่สุดในยุคนี้(อาจจะเป็นรองเขาอยู่นิดหน่อย) เพื่อนที่เขารักและนับถือที่สุดคนหนึ่ง ได้เอ่ยถึงชายหนุ่มผู้ที่จะมาเป็นทหารคนแรก(หรือตัวทดลองคนแรก)ในโปรเจ็ครีเบิร์ธ ซึ่งจะเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นยอดมนุษย์สุดแกร่ง

 

ชายหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นชื่อ สตีฟ โรเจอร์ส มาจากบรูคลิน เมืองนิวยอร์ก พ่อเป็นนายทหาร แต่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งแต่สตีฟยังเล็ก แม่ผู้เป็นพยาบาลจึงเลี้ยงดูลูกชายด้วยตัวคนเดียวมาตลอดจนกระทั่งสตีฟอายุยี่สิบสอง เธอก็เสียชีวิตลงด้วยวัณโรค นับแต่นั้นสตีฟ โรเจอร์สก็อยู่ตามลำพัง ตลอดชีวิตของสตีฟ มีเพื่อนที่เขาไว้ใจอยู่เพียงคนเดียว คือ เจมส์ บาร์นส์ ซึ่งตอนนี้ประจำอยู่ที่แนวหน้าหน่วยรบ 107

 

ดร.เอิลสกินพบสตีฟตอนที่ชายหนุ่มพยายามยื่นหลักฐานปลอมเพื่อสมัครเป็นทหาร เขาถูกใจเจ้าหนุ่มจากบรูคลินคนนี้มากจนรับตัวเข้ามาฝึกในหน่วย SSR ฮาเวิร์ดได้ฟังเรื่องเล่าของสตีฟมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากปาก ดร.เอิลสกิน และเพ็กกี้ คาร์เตอร์ สายลับสาวสวยจากอังกฤษคนที่เขาแอบหมายตาไว้

 

การได้ฟังสาวที่หมายปองพูดถึงชายหนุ่มคนอื่นให้ฟัง ทำให้ฮาเวิร์ดรู้สึกหมั่นไส้เจ้าหนุ่มจากบรูคลินคนนั้นตั้งแต่ยังไม่ทันเจอตัวจริง พร้อมกันนั้นก็เกิดอยากรู้เรื่องของ สตีฟ โรเจอร์ส ให้มากขึ้น จึงไปสืบประวัติอย่างคร่าว ๆ มา ทว่า ก็ยังไม่พบคำตอบของสิ่งที่เขาสงสัย

 

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสตีฟเรื่องหนึ่งที่ฮาเวิร์ดรู้สึกติดใจ วันหนึ่ง ผู้พันฟิลิปแกล้งโยนระเบิดที่ไม่ได้ปลดสลักเข้าไปในหมู่ทหารที่กำลังฝึกภาคสนามกันอยู่ ทุกคนต่างหนีให้ห่างจากระเบิดอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์ แต่สตีฟ โรเจอร์ส ชายหนุ่มตัวเล็กผอมแห้งที่สุดในหมู่ทหาร กลับพุ่งเข้าไปรับระเบิดลูกนั้นมากอดไว้กับตัวพร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนหนีไป เหตุการณ์นั้นทำให้ ดร.เอิลสกินตัดสินใจเลือกสตีฟมาเป็นทหารคนแรกในโปรเจ็ครีเบิร์ธ

 

แม้ทุกคนจะพากันชื่นชมจิตใจอันดีงามและกล้าหาญของสตีฟ โรเจอร์ส แต่ฮาเวิร์ดยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวว่าเจ้าหนุ่มจากบรูคลินจะดีเลิศประเสริฐศรีอะไรขนาดนั้น ในสถานการณ์แบบนั้น คนปกติต้องหลบระเบิดเอาตัวเองให้รอดก่อนอยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะเอาตัวเข้าไปรับระเบิดเพื่อลดแรงระเบิดให้คนอื่นแบบที่หมอนั่นทำ

 

ฮาเวิร์ดไม่คิดว่า สตีฟ โรเจอร์ส ทำแบบนั้นไปเพราะสัญชาตญาณผู้กล้าอยากปกป้องคนทั้งโลกอะไรแบบนั้นแน่นอน เขามีสมมติฐานของตัวเองอยู่สองแบบ

 

หนึ่ง สตีฟ โรเจอร์ส เป็นคนฉลาดมาก เขาดูออกตั้งแต่แรกว่าระเบิดจะไม่ทำงาน จึงเอาตัวเข้าไปรับเพราะอยากดูเป็นคนกล้าหาญเสียสละเพื่อปวงชน

 

สอง สตีฟ โรเจอร์ส เป็นไอ้งี่เง่าที่ไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว เพื่อนรักเพียงคนเดียวก็ไปออกรบอยู่แนวหน้า ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร พูดง่าย ๆ คือ เขาไม่มีคนให้ห่วงใย ไม่มีสายสัมพันธ์ใดผูกมัดเขาไว้กับโลกใบนี้อีกต่อไป เพราะงั้นถึงตัวจะตายก็ไม่เป็นไร แต่ก็อยากตายแบบมีคุณค่า การตายเพื่อคนอื่นเป็นการตายที่มีเกียรติมีคุณค่าที่สุดแล้ว สตีฟจึงมาเป็นทหารและพร้อมสละตัวเองให้คนอื่นเพราะเหตุนี้

 

ฮาเวิร์ดคิดว่าหมอนั่นคงเป็นคนแบบที่สองมากกว่า เพราะดูท่าจะไม่ได้ฉลาดอะไรขนาดนั้น

 

ในที่สุด ฮาเวิร์ดก็ได้เห็นตัวจริงของสตีฟ โรเจอร์สผู้เลื่องลือในวันที่จะเปลี่ยนชายหนุ่มขี้ก้างให้เป็นทหารยอดมนุษย์

 

สิ่งแรกที่เขาคิดเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มคือ หมอนี่เป็นคนไม่มีความสุข แม้ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะสวยมาก แต่กลับไร้ชีวิตชีวา เป็นคนที่หัวใจมีพื้นที่ว่างเปล่ามากเกินไป ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เป็นคนประเภทที่ดีเกินไปจนทำให้ตัวเองลำบาก เสียสละเพื่อคนอื่นเพราะหวังว่าความว่างเปล่าในใจนั้นจะได้รับการเติมเต็ม

 

แต่บางทีเขาอาจจะคิดผิด…

 

ฮาเวิร์ดเห็นประกายในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นครั้งแรก เมื่อเพ็กกี้มาขอให้เขาขับเครื่องบินพาสตีฟลอบเข้าออสเตรียเพื่อช่วยเหลือทหารหน่วย 107 ที่ถูกไฮดร้าจับตัวไป

 

หน่วย 107 เป็นหน่วยที่ เจมส์ บาร์นส์ สังกัดอยู่

 

เขาได้เห็นดวงตาของสตีฟซึ่งเคยแห้งผากคล้ายปลาตายนั้น กลับมาเป็นประกายด้วยความหวังว่าเพื่อนรักจะยังมีชีวิตอยู่

 

อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณนักทดลอง เขาอยากรู้ หากมีคนที่สตีฟรักและเชื่อใจอยู่เคียงข้าง มีสายใยผูกมัดกับใครสักคนอย่างเหนียวแน่น ฮีโร่ผู้เสียสละจะยังกล้าพาตัวเองไปรับความตายแทนปวงชนทั้งหลายอีกหรือไม่

 

ฮาเวิร์ดจึงตอบตกลงไป

 

แล้วสตีฟก็ช่วยบาร์นส์กลับมาได้จริง ๆ กัปตันอเมริกาที่เคยเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความหวัง กลับกลายเป็นความหวังของประเทศอย่างแท้จริง

 

แม้สตีฟจะพาตัวเองและพวกพ้องออกรบหลายต่อหลายครั้ง แต่ฮาเวิร์ดก็ยังคงสงสัยว่า สตีฟที่มีพวกพ้องห้อมล้อมมากมายในตอนนี้ มีบัคกี้เพื่อนรักและเพ็กกี้อยู่เคียงข้างจะยังสามารถเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อคนอื่นได้จริง ๆ หรือไม่

 

ทว่ายังไม่ทันที่ฮาเวิร์ดจะได้คำตอบ เจมส์ บัคกี้ บาร์นส์ ก็จากไป และสตีฟก็โทษตัวเองที่ช่วยเพื่อนรักไม่ได้ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นหม่นหมองลงอีกครั้ง แต่โชคดีที่มีเพ็กกี้คอยอยู่เคียงข้าง สตีฟจึงสามารถรวบรวมความเศร้านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังใจในการต่อสู้กับไฮดร้า กระทั่งถล่มฐานใหญ่ของไฮดร้าสำเร็จ

 

สุดท้ายแล้ว ฮาเวิร์ดก็ได้คำตอบที่เขาสงสัยมานาน ในตอนที่เขาไม่อยากรู้คำตอบนั้นแล้ว

 

สตีฟจากไปพร้อมกับเครื่องบินที่บรรทุกระเบิดพลังทำลายล้างสูงไว้ ชายหนุ่มตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ทะเลน้ำแข็งเพื่อรักษาชีวิตคนหมู่มากไว้โดยแลกกับชีวิตตัวเอง

 

สุดท้ายแล้ว สตีฟ โรเจอร์ส ก็เป็นคนที่พร้อมเสียสละตัวเองเพื่อคนอื่นได้เสมอ ไม่ว่าเขาจะผูกพันกับใครหรือผูกพันกับโลกนี้หรือไม่ เขาก็พร้อมจะปกป้องทุกคนบนโลกใบนี้ด้วยชีวิตของตัวเอง

 

สัญชาตญาณเอาตัวเองรอดก่อนคนอื่น ความเห็นแก่ตัวอย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น ไม่มีอยู่ในตัวสตีฟเลยแม้แต่น้อย

 

บางทีหมอนั่นอาจจะมีสัญชาตญาณผู้กล้าที่อยากปกป้องโลกอยู่จริง ๆ ก็ได้

 

บ้าจริง ๆ

 

ฮาเวิร์ดคิดประชดประชันอยู่ในใจเพื่อคลายความเศร้าของตัวเอง ขณะออกค้นหาสตีฟทั่วทะเลน้ำแข็ง เขาส่งคนจำนวนมหาศาล คิดค้นเครื่องมือทุกอย่างขึ้นเพื่อตามหาสตีฟโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่เจอแม้แต่ร่องรอย

 

ออกมาเถอะ สตีฟ ได้โปรด ถ้านายยังมีชีวิตอยู่ ได้โปรดออกมาเถอะ เราจะกลับไปนิวยอร์กกัน เพ็กกี้กำลังรอนายอยู่นะ นายกล้าให้เธอรอเก้อหรือ

 

เพ็กกี้ตอนโกรธน่ากลัวมากนะ นายก็รู้นี่

 

ได้โปรด ออกมาเถอะ กลับไปกับฉันนะ สตีฟ

 

สตีฟ…

 

สตีฟ… ได้โปรด กลับบ้านกันเถอะ

 

สตีฟ…

 

สตีฟ… ฉันขอโทษ…

 

ฉันขอโทษ…

 

ฉันขอโทษ…

 

สตีฟ…

 

สตีฟ…

 

แต่ไม่ว่าฮาเวิร์ดจะร้องเรียกสักเท่าไร ก็ไม่เคยได้ยินเสียงขานกลับมา

 

พวกเขาได้พบกันอีกแค่เพียงในความฝันเท่านั้น

 
– End –

 
ตอนแรกจะแต่งเพื่อสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังให้ฮาเวิร์ด แต่ว่า… โอ้ย ทำไมมันเศร้า T ^ T

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ

Advertisements

2 thoughts on “Never Answer”

  1. โอ๊ยย ชอบคู่นี้ค่ะฮือ ;////;
    สงสารฮาเวิร์ดมากเลย คนที่รักสตีฟในตอนนั้นน่าสงสารทุกคนจริงๆค่ะ (ยกเว้นบัคกี้(?))

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s