MarvelHero

Till The End of The Feeling

Till The End of The Feeling

One Shot Fan Fiction

Peter Parker x Tony Stark

เขียนขึ้นเพื่อเข้าร่วม #Heroอาทิตย์ละครั้ง week 13 หัวข้อ “เลือก-ถูกเลือก” ค่ะ ขอบคุณ @_heroweeklyth ที่คิดกิจกรรมสนุก ๆ ขึ้นมาค่า 、(^__^)ノ
“ปีเตอร์ แต่งงานกับฉันเถอะ”

 

ถ้อยคำที่คนรักของเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่ามกลางมื้อเย็นสุดหรูใต้แสงเทียนในห้องอาหารส่วนตัวของภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสชื่อดัง ทำเอาปีเตอร์ชะงักส้อมที่กำลังจะส่งเนื้ออกเป็ดย่างซอสส้มเข้าปาก ชายหนุ่มก้มมองแหวนทองคำขาวฝังอัญมณีอความารีนสีฟ้ากระจ่างใสในกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีฟ้าลึกล้ำคู่นั้นซึ่งจ้องตอบเขาพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปากบางที่ห้อมล้อมด้วยไรหนวด แต่รอยยิ้มนุ่มนวลนั้นไม่อาจหลอกปีเตอร์ได้ นั่นไม่ใช่รอยยิ้มจากใจของโทนี่ สตาร์ค

 

แถมประโยคขอแต่งงานนั่นก็ฟังดูไม่เหมือนคำขอเลยสักนิด

 

ปีเตอร์หลุบตามองอกเป็ดย่างในจาน ความรู้สึกอยากอาหารหมดไปทันที กระนั้นเขาก็ยังส่งเนื้อเป็ดเข้าปาก แกล้งเคี้ยวอย่างเชื่องช้าจนชายตรงหน้าทนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

 

“นายสนใจเป็ดนั่นมากกว่าฉันเหรอ เด็กน้อย”

 

“อย่างน้อยเป็ดก็ไม่สั่งให้ผมแต่งงานกับมัน”

 

โทนี่เลิกคิ้วมองเขา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า

 

“ฉันออกคำสั่งนายตอนไหนเหรอ หรือบรรยากาศใต้แสงเทียนนี่ยังไม่โรแมนติกพอ… อยากให้ฉันคุกเข่าแบบในหนังไหม ฉันทำให้ได้นะ ถ้านายต้องการ”

 

ปีเตอร์วางส้อมกับมีดลงบนจาน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจงใจให้คนตรงหน้าเห็น ดวงตาสีฮาเซลนัตจ้องหน้าคนรักซึ่งอายุมากกว่าเขายี่สิบปี แต่บางครั้งก็นิสัยเหมือนเด็กอายุสิบกว่าที่ยังไม่รู้ใจตัวเอง

 

หรือรู้แต่ไม่อยากยอมรับ…

 

เขาเองก็เช่นกัน… รู้ทั้งรู้ว่าคนที่โทนี่รักไม่ใช่เขา แต่ก็ยังจะดันทุรังคบกับชายตรงหน้า โดยหวังว่าสักวันโทนี่จะเปิดโอกาสให้เขาบ้าง…

 

ที่จริงโทนี่ก็เปิดโอกาสให้เขามากแล้ว ยอมคบกับเขาในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แต่ว่า…

 

โทนี่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ตัวเอง ไม่เคยยอมให้ใครเข้าไปแทนที่คนคนนั้นได้เลย

 

คงไม่มีใครแทนคนคนนั้นได้ แม้แต่เขาก็ตาม

 

“โทนี่… อย่าพยายามโกหกเลย คุณไม่ได้อยากแต่งงานกับผมสักหน่อย”

 

“อยากสิ ไม่งั้นฉันจะมาขอนายเหรอ”

 

แล้วทำไมถึงใช้แหวนที่ฝังอัญมณีสีเดียวกันกับสีตาของคนคนนั้นมาขอเขาแต่งงานล่ะ

 

ปีเตอร์กล้ำกลืนคำที่อยากพูดลงคอไปอย่างยากเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแก้วไวน์ขึ้นยกดื่มเพื่อสงบอารมณ์ รสหวานอมเปรี้ยวแต่ขมฝาดของไวน์แดงนั้นช่างเหมือนความรู้สึกของเขาตอนนี้เหลือเกิน

 

ชายหนุ่มดื่มจนหมดแก้ว หน้าร้อนผ่าวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด

 

“ถ้าผมปฏิเสธล่ะ”

 

“นายไม่ปฏิเสธหรอก นายจะหักอกฉันได้ลงคอเชียวเหรอ เด็กน้อย”

 

โทนี่จ้องเขาด้วยดวงตาที่มีแววออดอ้อนราวกับดวงตาของสัตว์เล็ก ๆ ปากเรียวขยับยิ้มมุมปากซึ่งส่งให้เครื่องหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากขึ้นไปอีก มือเรียวเอื้อมข้ามโต๊ะมาเกาะกุมมือของเขาข้างหนึ่งไว้ ก่อนจะยกมือข้างนั้นขึ้นจุมพิตเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว

 

จูบนั้นทำให้ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของปีเตอร์แดงมากขึ้นไปอีก โทนี่รู้วิธีที่จะทำให้เขาใจอ่อนเสมอ ปีเตอร์มักจะโอนอ่อนตามคนตรงหน้าตลอด ไม่ว่าโทนี่จะขออะไร เขาก็จะทำให้ทุกอย่าง

 

“ฉันอยากอยู่กับนายไปชั่วชีวิต แต่งงานกับฉันนะ ปีเตอร์”

 

ถ้อยคำหวานหูกระซิบแผ่วเบา แต่ดังก้องในใจของชายหนุ่ม ปีเตอร์อยากจะตอบรับได้เหลือเกิน ทว่า เขารู้ดีว่านี่ไม่ถูกต้อง

 

เรื่องนี้เขายอมไม่ได้เด็ดขาด

 

“โทนี่… ผมอยากอยู่กับคุณนะ อยากอยู่กับคุณตลอดไป”

 

ชายหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นมากุมมือเรียวที่ยังจับมือของเขาไว้ ปีเตอร์จ้องมองลงไปในดวงตาสีอ่อนคู่นั้น ก่อนจะพูดอย่างแน่วแน่ว่า

 

“แต่ผมจะไม่แต่งกับคุณ”

 

เขาค่อย ๆ ถอนมือตัวเองออกจากมือของโทนี่อย่างนุ่มนวล ก่อนจะตอบคำถามที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นส่งมา

 

“ผมไม่แต่งกับคุณ ไม่ใช่เพราะผมไม่รักคุณนะ ผมรักคุณ โทนี่… รักจนไม่อยากให้คุณฝืนทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำจริง ๆ”

 

“แต่ฉันอยากแต่งงานกับนายจริง ๆ นะ”

 

“แต่คุณไม่ได้รักผม!”

 

ชายหนุ่มเผลอขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าอย่างสุดจะทน แต่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของโทนี่ เขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ พูดด้วยเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“คุณโกหกผมไม่ได้เหมือนที่คุณโกหกตัวเองไม่ได้… คุณยังรักเขาอยู่”

 

“ปีเตอร์ ฉัน…”

 

“คุณไม่มีวันเลิกรักเขา และไม่มีวันหันมารักผมได้ ผมรู้ดี แต่… ผม… โทนี่… ผมไม่อยากให้คุณหลอกตัวเอง และผมก็ไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว”

 

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดคำที่เขาไม่อยากพูดออกไปมากที่สุด

 

“เราจบกันเถอะ”

 

ปิดฉากละครรักอันหลอกลวงนี้เสียที

 

ปีเตอร์ลุกขึ้นยืน ตรงไปยังประตูไม้สักหรูหรา เอื้อมมือดึงลูกบิดสีทอง ก่อนจะหันกลับไปมองชายที่นั่งโดดเดียวอยู่ที่โต๊ะอาหาร ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองไปเบื้องหน้าตรงที่เขาเคยนั่งอยู่ คงช็อกที่เขาพูดความจริงซึ่งตัวเองพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนยวบ อยากกลับไปกอดร่างที่ดูอ้างว้างนั้นเอาไว้ กระซิบปลอบโยนว่า ไม่เป็นไร เขายังอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน แต่ทิฐิทำให้ปีเตอร์ไม่อาจทำแบบนั้นได้

 

กระนั้น เขาก็ยังเอ่ยออกไป

 

“ผมยังเป็นเพื่อนคุณนะ โทนี่ แต่ขอเวลาผมหน่อย ช่วงนี้อย่าเพิ่งติดต่อมา… ราตรีสวัสดิ์”

 

แล้วชายหนุ่มก็เดินออกไป ปิดประตูตามหลัง ทิ้งคนที่เขารักไว้เพียงลำพังในห้องอาหารสุดหรู กว้างขวาง แต่ว่างเปล่า
-=-=-=-=-

 
เขานอนไม่หลับ

 

ปีเตอร์พลิกตัวอยู่บนเตียงในห้องเตียงเดี่ยวของโรงแรมสี่ดาวมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมแพ้ เขาตัดสินใจออกไปสำรวจเมืองยามค่ำคืน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่มองออกไปเห็นอเวนเจอร์ทาวเวอร์อยู่ไม่ไกล

 

แต่ป่านนี้โทนี่คงกลับไปคฤหาสน์ที่มาลีบูแล้ว…

 

…หรือเปล่านะ

 

เขาเห็นแสงไฟบนห้องชั้นบนสุด ห้องที่เขาเคยอยู่กับโทนี่ จนกระทั่งเขาจากมาวันนี้เอง

 

และยังไม่ได้เก็บของเลยสักชิ้น

 

ที่จริงเขาควรรอจนกระทั่งเช้าค่อยเข้าไปจะดีกว่า แต่ปีเตอร์ไม่อยากรอ เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปทางตึกนั้น

 

แค่จะไปเพราะไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่ว่าห่วงโทนี่หรอกนะ

 

ชายหนุ่มแก้ตัวกับตัวเอง ขณะที่โหนใยมาจนถึงตึกอเวนเจอร์ ทิ้งตัวลงบนระเบียงห้องพักของโทนี่ซึ่งเปิดไฟไว้สว่างจ้า เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปด้านใน ก็เห็นเจ้าของห้องนอนหลับตาอยู่บนโซฟาตัวยาว บนโต๊ะใกล้ ๆ มีขวดแชมเปญวางเรียงกันอยู่สามขวด พร้อมแก้วทรงสูงที่มีของเหลวสีอำพันเหลืออยู่ค่อนแก้ว ปีเตอร์ขมวดคิ้วอยู่ใต้หน้ากากสไปเดอร์แมน โทนี่ดื่มมากขนาดนี้เชียว

 

เขาผลักประตูกระจกตรงระเบียงเข้าไปในห้อง แปลกใจกับการรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม… หรือไม่ก็ โทนี่จงใจปลดระบบรักษาความปลอดภัยไว้เองเพราะรู้ว่าเขาจะกลับมา

 

ชายหนุ่มพาตัวเองเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างเงียบเฉียบ โทนี่กำลังหลับอยู่จริง ๆ ปีเตอร์รู้ได้จากจังหวะการหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ แต่ใบหน้าของคนหลับใหลขมวดคิ้วมุ่น ราวกับกำลังฝันถึงเรื่องที่ไม่น่ายินดี ชายหนุ่มอดไม่ได้ เขาทรุดตัวนั่งลงข้างโซฟาฝั่งหัวนอนของโทนี่ แตะนิ้วลงไปเบา ๆ ตรงหัวคิ้วที่ขมวดแน่นเพื่อคลายปมนั้นออก

 

ปีเตอร์นั่งมองใบหน้ายามหลับของคนรัก…อดีตคนรัก…อยู่หลายนาที ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยที่ร่วงโรยและประสบการณ์อันโชกโชน จะว่าเขาบ้าก็ได้ แต่เขารักริ้วรอยเหล่านั้น รักขนตางอนยาวที่ชื้นน้ำตาคู่นั้น รักริมฝีปากบางสีเข้มที่เผยอน้อย ๆ นั้น รักไรหนวดพวกนั้น โทนี่งดงามเสมอในสายตาของเขา ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้ ตอนนี้ และจากนี้ไปอีกกี่ร้อยปี เขาก็มั่นใจว่าจะรักผู้ชายคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

บางที โทนี่คงรักคนคนนั้นมาก เหมือนที่เขารักโทนี่มากเช่นกัน

 

ขณะที่ชายหนุ่มจ้องมองอยู่นั้น โทนี่ก็ขยับตัว แต่ยังไม่ลืมตา กลีบปากบางพึมพำอะไรบางอย่างออกมาแผ่วเบา ซึ่งคนธรรมดาคงไม่ได้ยิน แต่ปีเตอร์ได้ยินชัดเจน

 

โทนี่เรียกชื่อคนคนนั้น… สตีฟ…

 

ลืมคนคนนั้นไม่ได้จริง ๆ สินะ

 

ปีเตอร์ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ถอยห่างจากโซฟา ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่เคยเป็นของพวกเขา หยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองออกมาจากตู้ ก่อนจะเริ่มเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างเชื่องช้า

 

เขาไม่อยากไปจากโทนี่เลย คิดดูสิ พวกเขาเลิกกันแค่สามชั่วโมง โทนี่ก็ดื่มแชมเปญไปสามขวดจนตัวเองหมดสภาพขนาดนี้แล้ว หากเขาไม่อยู่สักคน ไม่รู้ว่าโทนี่จะเป็นอย่างไร…

 

ทว่า ถึงจะพยายามถ่วงเวลาแค่ไหน แต่ปีเตอร์ไม่ใช่คนชอบแต่งตัว เพียงไม่นานเขาก็เก็บเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จเรียบร้อย และใช้เวลาไม่กี่นาทีในการรวบรวมข้าวของส่วนตัวซึ่งมีไม่กี่อย่างใส่กระเป๋าจนหมด

 

ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบห้องนอนที่เขาอยู่กับโทนี่มาปีกว่า ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปทางห้องนั่งเล่น

 

ปีเตอร์ไม่แปลกใจที่เห็นโทนี่นั่งอยู่ที่โซฟา ราวกับรอเขาอยู่

 

“เก็บของเสร็จแล้วเหรอ”

 

“ของผมมีไม่เยอะ”

 

ชายหนุ่มสะพายกระเป๋า ก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปยังประตูกระจกที่ทอดไปสู่ระเบียง เขาหันกลับมามองคนที่ยังนั่งอยู่บนโซฟา ดวงตาสีฟ้าที่มองตอบกลับมามีแววหม่นเศร้า แต่ในขณะเดียวกันก็ดูจะยอมรับได้แล้ว แววตานั้นทำให้ปีเตอร์ใจหาย เขาจะทิ้งโทนี่ไว้อย่างนี้ได้อย่างไร

 

กระนั้นปากของเขาก็ไปไวกว่าหัวใจ

 

“ผมไปก่อนนะ โทนี่”

 

พูดออกไปอย่างนั้น ทั้งที่ในใจร้องบอกให้โทนี่เอ่ยปากรั้งเขาไว้ แค่คำเดียว แล้วเขาจะไม่ไป

 

ทว่า ริมฝีปากเรียวบางขยับรอยยิ้มเศร้าสร้อย ก่อนจะเอ่ยลาเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“โชคดีนะ ปีเตอร์”

 

ถ้อยคำนั้นเหมือนกรรไกรตัดเส้นแห่งทิฐิของปีเตอร์ให้ขาดผึ่ง ชายหนุ่มทิ้งกระเป๋าแล้งพุ่งเข้าใส่ร่างบนโซฟา สองแขนโอบกอดร่างของโทนี่ที่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แล้วกระซิบแผ่วเบาข้างหู

 

“โทนี่… ผมขอโทษ… ผมขอโทษ…”

 

เขาลืมไปได้อย่างไรว่า โทนี่ต้องสูญเสียคนที่รักไปกี่คนแล้ว สายตาที่มองเขาราวกับทำใจได้แล้วนั้น เขาเพิ่งเข้าใจว่านั่นคือความชินชา… ชินกับการที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป… ชินกับการที่ไม่ว่าจะอย่างไร คนที่ตัวเองรักก็ต้องจากไปอยู่ดี… เขาเองน่าจะเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของโทนี่ดีที่สุด แต่เขากลับ….

 

ปีเตอร์รู้สึกถึงแขนที่ยกขึ้นโอบรอบตัวเขา โทนี่กอดร่างที่กำลังสั่นสะท้านของชายหนุ่มไว้ เสียงทุ้มกระซิบอ่อนโยนว่า

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันต่างหากที่ผิด ฉันมันเห็นแก่ตัว”

 

“ไม่ ผมต่างหากที่เห็นแก่ตัว”

 

“….เอาเป็นว่าเราต่างก็เห็นแก่ตัวทั้งคู่”

 

สองแขนของโทนี่ค่อย ๆ คลายออก คนอายุมากว่าผละตัวออกห่างเล็กน้อย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนขณะยกมือขึ้นมาประคองหน้าที่ยังสวมหน้ากากของปีเตอร์ไว้

 

“ขอถอดได้ไหม ฉันอยากเห็นหน้านาย”

 

เมื่อปีเตอร์พยักหน้ารับ โทนี่ก็ค่อย ๆ เลิกหน้ากากสไปเดอร์แมนขึ้นมาจนกระทั่งเห็นใบหน้าเรียว แก้มตอบ ดวงตาสีฮาเซลนัต และผมสีน้ำตาลสวยที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ขนตาที่เปียกชื้นและคราบน้ำตาข้างแก้มทำให้โทนี่ต้องขมวดคิ้ว เด็กน้อยคนนี้ร้องไห้เพราะเขาหรือ

 

“ขอโทษนะ พีท… ฉัน… จริงอย่างที่นายว่า ฉันยังรักเขาอยู่… แต่ว่า… คนที่ฉันอยากจะอยู่ด้วยนับจากนี้ไป คือนายนะ… ฉันชอบนาย… ตอนนี้ฉันยังรักนายไม่ได้ก็จริง แต่ฉันอยากอยู่กับนายจริง ๆ …อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป… ฉันก็เลย…. ฉันมันเห็นแก่ตัว ยกโทษให้ฉันได้ไหม…”

 

ถ้อยคำที่เก็บไว้มาตลอดพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาสีฟ้าหม่นมองเข้าไปในดวงตาของอีกคนอย่างเว้าวอน สองมือจับแก้มตอบของปีเตอร์ไว้ เจ้าของแก้มยกมือขึ้นแตะมือทั้งสองของโทนี่ ก่อนจะตอบว่า

 

“ไม่… ผมจะไม่ยกโทษให้คุณ…”

 

ชายหนุ่มเว้นช่วง ใช้ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้จ้องโทนี่ สองมือรวบมือของอีกฝ่ายมากุมไว้ ก่อนจะเอ่ยต่อ

 

“…จนกว่าคุณจะพิสูจน์ความจริงใจด้วยการแต่งงานกับผม”

 

โทนี่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เด็กน้อยที่เพิ่งปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขาเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กำลังขอเขาแต่งงาน

 

ขณะที่โทนี่งุนงงอยู่นั้น ปีเตอร์ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟา ลงไปนั่งคุกเข่าที่พื้นพรม ช้อนตาขึ้นมองคนที่เขารัก ก่อนจะเอ่ยคำ

 

“โทนี่ ผมขอโทษนะ ได้โปรดแต่งงานกับผมเถอะ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีกแล้ว”

 

ปีเตอร์มองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกพบคู่นั้น ชายหนุ่มตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าโทนี่จะรักเขาหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เขารักโทนี่ และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่เขารักต้องรู้สึกอ้างว้างเดียวดายอีกแล้ว ตราบใดที่โทนี่อยากให้เขาอยู่ข้าง ๆ เขาก็จะอยู่ ตราบใดที่โทนี่ยังต้องการเขา เขาก็จะไม่ไปไหน เขาจะไม่ปล่อยมือคู่นี้ไปอีกแล้ว

 

ชายหนุ่มใจเต้นรัวเมื่อ ริมฝีปากบางของโทนี่ค่อย ๆ เผยอออก ก่อนจะตอบเขาว่า

 

“ฉันจะปฏิเสธนายได้อย่างไร เด็กน้อย… ตกลง!”

 

แล้วปีเตอร์ที่ยิ้มกว้างก็โผเข้าหาโทนี่ซึ่งยิ้มกว้างอ้าแขนรับแมงมุมยักษ์เข้ามาในอ้อมกอด แต่ปีเตอร์แรงเยอะเกินไปจนโทนี่หงายหลังล้มลงบนโซฟา ก่อนจะบ่นว่า ปีเตอร์จะฆ่าเขาหรือไง ไม่เห็นใจคนแก่บ้างเลย

 

ปีเตอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแกล้งตอบว่า แค่นี้ก็บ่นแล้วเหรอ ทีเมื่อคืนก่อนยังบอกให้เขาแรงกว่านี้อยู่เลย

 

เมื่อเห็นโทนี่ที่หน้าขึ้นสีระเรื่อเอ่ยปากว่า เจ้าเด็กทะลึ่ง ชายหนุ่มก็หัวเราะชอบใจ ก่อนจะก้มหน้าลงใกล้คนที่เขานอนทับอยู่ จงใจให้ปลายจมูกเฉียดข้างแก้มคนอายุมากกว่า ก่อนจะกระซิบบอกว่า งั้นคืนนี้ขอเด็กทะลึ่งทำเรื่องทะลึ่งทั้งคืนนะ

 

แน่นอนว่าคนแก่แรงน้อยปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว
-^////^- จบเถอะค่ะ -^////^-

 

เขียนคู่นี้เพราะอยากอ่านเอง 555555 ไม่เคยเห็นคนเขียนฟิคคู่นี้เลย อาจจะเป็นเพราะทุกคนเห็นโทนี่เป็นเหมือนแม่ของปีเตอร์ ก็เลยไม่มีใครคิดอกุศลเหมือนเรา นอกจากรู้สึกคุกแล้วยังรู้สึกผิดศีลธรรมอีกต่างหาก (=////=) ถ้าคาแรคเตอร์หลัดไปก็ขออภัยด้วยค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^

Advertisements

1 thought on “Till The End of The Feeling”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s