AlbusScorpius

[HP] Fluffy Issue

Fluffy Issue

Harry Potter’s Fan Fiction

Genre: Boy’s love, One Shot

Albus Potter x Scorpius Malfoy

 

 

“สุดยอด! อัลบัส! นายทำได้!”

 

สกอร์เปียสตะโกนลั่นห้องเรียนที่ว่างเปล่าบนชั้นหนึ่งซึ่งพวกเขาแอบเข้ามาใช้ซ้อมแปลงร่าง ที่ต้องแอบเพราะพวกเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้แปลงร่างตัวเองเป็นสัตว์ แต่ว่าเพราะอัลบัสอยากแอบหนีเที่ยวและสกอร์เปียสก็คิดว่า ถ้าแปลงร่างได้อย่างที่ปู่เจมส์กับปู่ซิเรียสเคยทำ คงเท่ดี พวกเขาจึงเริ่มศึกษาการแปลงร่างอย่างจริงจังมาเป็นเวลาปีกว่า และเริ่มทดลองแปลงร่างกันวันนี้เป็นครั้งที่เจ็ด

 

เขาว่าเลขเจ็ดนำโชค ก็คงนำโชคจริง ๆ เพราะตอนนี้อัลบัสได้กลายเป็นแมววัยรุ่นขนยาวสีนิลทั้งตัวเป็นครั้งแรก ดวงตาสีเขียวอ่อนนั้นจ้องมองกระจกเงาบานยาวอย่างไม่อยากเชื่อ แมวหนุ่มหมุนตัวไปรอบ ๆ จนหางสะบัดพลิ้ว ดวงตาสีเขียวยังไม่ละไปจากกระจกเงา ก่อนจะมองหันไปมองเพื่อนซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง เด็กหนุ่มดูสูงใหญ่มากเมื่อมองจากมุมมองของแมว อัลบัสในร่างแมวร้องม๊าวใส่สกอร์เปียส แล้วหมุนตัว ให้เพื่อนดูอย่างอวด ๆ ว่า ‘เป็นไง ฉันทำได้แล้ว!’

 

เด็กหนุ่มผมบลอนด์หัวเราะให้กับท่าทางนั้น หากเป็นอัลบัสในร่างคนทำคงน่าหมั่นไส้น่าดู แต่พอเป็นอัลบัสในร่างแมวสีดำปลอดทำแล้วกลับน่ารัก น่าอุ้มมากอดแน่นแล้วยีขนให้ฟูเสียจริง

 

สกอร์เปียสได้แต่คิด หากเขาทำอย่างนั้นจริงมีหวังเพื่อนได้เอาคืนทีหลังแน่

 

“ไหนนายลองคืนร่างหน่อยสิ”

 

เขาบอกเพื่อนในร่างแมวที่กำลังกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะเรียนอย่างคล่องแคล่วร่าเริง อัลบัสฟังคำขอของเพื่อน จึงนั่งนิ่งก่อนจะหลับตาลงรวบรวมสมาธิ

 

สกอร์เปียสมองเพื่อนตาไม่กระพริบ เขาอยากจะเห็นวินาทีที่อัลบัสแปลงร่างกลับคืนมาชัด ๆ ทว่า แมวหนุ่มยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้นหลายนาที ก่อนจะเบิกตากว้าง ดวงตาสีเขียวอ่อนมีแววตื่นตระหนก

 

สกอร์เปียสรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดพลาด เมื่อเห็นเพื่อนในร่างแมวกระโจนลงจากโต๊ะไปหน้ากระจก ร้องม๊าวเสียงดัง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง เพ่งสมาธิเพื่อให้ตัวเองคืนร่าง แต่ทว่า เมื่อลืมตาขึ้น อัลบัสก็ยังคงอยู่ในร่างแมว

 

เด็กหนุ่มผมบลอนด์เดินไปใกล้เพื่อน ย่อตัวลงนั่งด้านหลังแมวหนุ่ม ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงกังวล

 

“อัลบัส… นายคืนร่างไม่ได้เหรอ…”

 

“ม๊าว!”

 

เสียงของอัลบัสฟังดูตื่นตกใจจริง ๆ หางของเขาตกและฟูด้วยความหวาดกลัว แมวหนุ่มหันมาก่อนจะเงยหน้ามองสบตาเพื่อน ดวงตาสีเขียวที่เบิกกว้างด้วยความตื่นกล้ว สกอร์เปียสคิดว่าเพื่อนกำลังขอความช่วยเหลือจากเขา

 

เด็กหนุ่มมองเพื่อนในร่างแมวแล้วพยายามตั้งสติ อัลบัสกำลังตกใจกลัว เขาจะมาตื่นตระหนกไปอีกคนไม่ได้ คิดสิ สกอร์เปียส คิด….

 

“ฉัน… ฉันจะไปตามศาสตราจารย์มักกอนนากัล!”

 

เขาลุกขึ้นยืน เตรียมออกวิ่ง แต่แล้วก็คิดว่า หากพาตัวอัลบัสไปด้วยเลยอาจจะเร็วกว่า เขาจึงก้มลงใช้สองมือช้อนใต้ตัวแมวหนุ่มแล้วอุ้มขึ้นมาแนบอก อัลบัสที่กำลังตื่นกลัวกางกรงเล็บจิกลงบนเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มแน่น ขณะที่สกอร์เปียสออกวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นเจ็ด

 

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาหลังอาหารเย็น ตามบันไดและระเบียงทางเดินจึงมีเด็กนักเรียนกำลังเดินทางไปยังห้องสมุดหรือกลับห้องนั่งเล่นรวม ทุกคนต่างชะงักเมื่อเห็นเด็กสลิธีรินผมบลอนด์คนหนึ่งอุ้มแมวดำที่มีดวงตาสีเขียวตัวหนึ่งไว้พุ่งผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูซีดมากจนน่าห่วงว่าอาจจะเป็นลม แต่ไม่มีใครหยุดเขาไว้ได้

 

สกอร์เปียสวิ่งมาตลอดทางจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ารูปปั้นการ์กอยล์ซึ่งเป็นทางเข้าห้องอาจารย์ใหญ่ แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่มีรหัสผ่าน เด็กหนุ่มจึงสบถออกมาอย่างที่นาน ๆ ครั้งจะทำเสียที ก่อนจะบอกเพื่อนในร่างแมวว่าเขาไม่รู้รหัสผ่าน

 

“ฉันขอโทษนะ อัลบัส ฉันไม่ทันคิด…”

 

เด็กหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนฐานรูปปั้น หายใจหอบ ใบหน้าซีดเซียวมีเหงื่อซึม สองขาที่ไม่ค่อยได้ออกแรงบ่อยนักเริ่มสั่นน้อย ๆ จากการวิ่งเมื่อครู่ อัลบัสที่บัดนี้นั่งอยู่บนตักของสกอร์เปียส เงยหน้าขึ้นมองเพื่อน แมวหนุ่มร้อง ม๊าว เบา ๆ ก่อนจะใช้หัวถูไถที่บริเวณใต้คางของเพื่อนราวกับจะปลอบว่า ไม่เป็นไร

 

สกอร์เปียสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น จึงเผลอยกมือขึ้นลูบขนที่หลังเพื่อนเบา ๆ ขนของอัลบัสลื่นและให้สัมผัสนุ่มมือ เด็กหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายและกลับมามีสติอีกครั้ง จึงพยายามคิดหาทางช่วยเพื่อนต่อ

 

“จริงสิ… ตอนนี้ศาสตราจารย์น่าจะอยู่ที่ห้องโถง อาจารย์ชอบคุยกับศาสตราจารย์ฟลิตวิกหลังกินข้าว!”

 

คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงรวบตัวอัลบัสมาแนบอกอีกครั้ง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อลงไปยังห้องโถงใหญ่ชั้นล่าง

 

เมื่อมาถึงห้องโถง เหลือคนบางตาเพราะเด็กนักเรียนส่วนใหญ่กินอาหารเย็นเสร็จแล้ว สกอร์เปียสหอบหายใจขณะที่ไล่สายตาดูตามโต๊ะอาหารของอาจารย์ ศาสตราจารย์ลองบัตท่อมกำลังคุยอยู่กับแฮกริด ศาสตราจารย์คนอื่น ๆ ไม่อยู่ที่โต๊ะแล้ว รวมถึงอาจารย์ใหญ่ด้วย

 

เด็กหนุ่มกระชับอ้อมแขนที่อุ้มอัลบัสไว้ ก่อนจะเดินตรงไปหาแฮกริดกับเนวิลล์ที่กำลังคุยกันอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามหาศาสตราจารย์มักกอนนากัล และได้คำตอบว่ามักกอนนากัลไม่อยู่ และจะไม่กลับมาจนกระทั่งวันอาทิตย์ตอนเย็น

 

เมื่อเห็นสกอร์เปียสแสดงสีหน้าสิ้นหวัง เนวิลล์จึงถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

 

แต่ขณะที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ อัลบัสก็ข่วนมือเขาจนต้องร้องโอ้ยออกมา เด็กหนุ่มก้มมองเพื่อนในอ้อมแขน ดวงตาสีเขียวจ้องเขาเขม็งราวกับอยากจะพูดอะไร… หรือห้ามเขาไม่ให้พูดอะไร

 

“เอ่อ ไม่มีอะไรครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ… ต้องทำการบ้านน่ะครับ”

 

สกอร์เปียสรีบบอกลาทั้งสองพร้อมส่งรอยยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะอุ้มอัลบัสกลับไปที่ห้องของพวกเขาซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของปราสาท

 

ห้องของพวกเขาถึงจะอยู่ชั้นใต้ดิน แต่ก็ติดกระจกซึ่งมองออกไปเห็นใต้ทะเลสาบ บางครั้งก็จะเห็นฝูงปลาว่ายน้ำผ่าน พวกเขาครองห้องนี้ร่วมกับเพื่อนในชั้นเดียวกันอีกสองคน แต่ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวม สกอร์เปียสจึงปล่อยอัลบัสลงบนหัวเตียงของเขา แล้วทรุดตัวนั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะเริ่มพูดกับเพื่อนในร่างแมว

 

“ทำไงดี ทำไงดี!? กว่ามักกอนนากัลจะกลับมาก็อีกสองวัน! นายจะอยู่ในร่างนี้ตลอดสองวันไม่ได้นะ เราต้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน!”

 

อัลบัสม้วนหางไปมา ขณะจ้องหน้าสกอร์เปียส แต่เด็กหนุ่มไม่รู้ความหมายของสายตานั้น จึงไปหากระดาษกับน้ำหมึกมาให้แมวหนุ่มจุ่มเล็บลงไปในน้ำหมึก แล้วเขียนสื่อสารกัน

 

‘อย่าบอกใครนะ โดยเฉพาะ ลุงแฮกริดกับลุงเนวิลล์ ฉันไม่อยากให้พ่อมาวุ่นวาย’

 

เจ้าแมวนิ่งไปนิดนึงก่อนจะเขียนต่อว่า

 

‘ฉันคิดว่า อีกไม่นานฉันก็จะคืนร่างได้เอง แค่ต้องใช้เวลาหน่อย’

 

“นายแน่ใจนะ นายอาจจะกลายเป็นแมวตลอดไปเลยก็ได้นะ ถึงฉันจะชอบนายในร่างแมวก็เถอะ แต่แบบนี้คุยกันลำบากนะ”

 

อัลบัสเอาเล็บจุ่มน้ำหมึกอีกครั้งก่อนจะเขียนว่า

 

‘ขนของฉันนุ่มใช่ไหมล่ะ ลูบใหญ่เลยนะ’

 

ปลายหางของอัลบัสตั้งตรง ดวงตาสีเขียวที่สบตากับสกอร์เปียสมีแววล้อเลียนแบบที่เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นในแมวตัวไหนมาก่อน เขาจึงเอื้อมมือไปขยี้แก้มที่ปกคลุมด้วยขนนุ่มของเพื่อนอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“นี่แน่ะ ขนนุ่มนักใช่ไหม มาให้ขยี้เสียดี ๆ”

 

สกอร์เปียสเห็นเพื่อนในร่างแมวพริ้มตารับสัมผัสนั้นย่างเคลิบเคลิ้ม ยิ่งเขาเลื่อนมือลงไปแถวใต้คาง เพื่อนก็ครางในคอเบา ๆ อย่างชอบใจ เด็กหนุ่มเห็นแบบนั้นก็นึกสนุก จึงขยับเข้าไปใกล้เพื่อนมากขึ้นก่อนจะลากขึ้นมานั่งบนตัก แล้วใช้มือทั้งสองไล้ขนนุ่มลนตัวเพื่อนตั้งแต่หัวจรดหางกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น

 

อัลบัสเริ่มร้องม๊าวประท้วง กรงเล็บจิกลงบนกางเกงนักเรียนของเพื่อน ก่อนจะหันมากัดเมื่อมือของสกอร์เปียสมาป้วนเปียนแถวข้างแก้ม

 

“โอ้ย!”

 

ถึงอัลบัสจะกัดเบา ๆ แต่เพราะ สกอร์เปียสตกใจจนเผลอชักมือออก มือขาวจึงปรากฎรอยขูดสีแดงเป็นทางยาวสองรอย

 

“ม๊าว…”

 

อัลบัสลุกจากตักเขาแล้วหันมามองรอยแผลบนมือของเพื่อน หางตกลู่และครางเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะบอกว่าขอโทษ สกอร์เปียสเห็นแบบนั้นจึงรีบบอกว่า

 

“ไม่เป็นไร ๆ ฉันผิดเองละที่แกล้งนายก่อน แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หายน่า”

 

พร้อมส่งรอยยิ้มสดใสจนแมวหนุ่มตาแทบพร่า อัลบัสจึงถูศีรษะกับแขนเพื่อนอย่างออดอ้อน ก่อนจะล้มตัวนอนลงโดยเอาหัวเกยบนขาของสกอร์เปียสแล้วหลับตาลง

 

“อัลบัส…”

 

เด็กหนุ่มเรียก แต่เพื่อนในร่างแมวไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา

 

“อัลบัส… นายจะมานอนอย่างนี้ไม่ได้นะ”

 

จะนอนบนเตียงเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่มานอนหนุนขาเขาแบบนี้มัน… สกอร์เปียสพยายามอดทนไม่ผลักเพื่อนออกไป เขาเป็นพวกบ้าจี้แถวขา ไม่อาจให้ใครหรือสัตว์มีขนตัวไหนมานอนหนุนตักได้ทั้งนั้น มันจั๊กจี้!

 

ขณะที่จะค่อย ๆ ดึงขาออกอยู่นั้น สกอร์เปียสก็ได้ยินเสียง ป๊อบ เบา ๆ ก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบนหน้าขา และเส้นผมสีนิลที่ปกคลุมบนตัก อัลบัสกลับคืนร่างเดิมแล้ว

 

“อัลบัส! นายคืนร่างแล้ว!!!”

 

เสียงตะโกนอย่างยินดีของสกอร์เปียสปลุกให้อัลบัสที่กำลังหลับเพลินลืมตาตื่นขึ้นมา และเห็นดวงตาสีเทาก้มมองลงมาที่เขา ใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้างสดใสที่ทำให้เขาต้องคลี่ยิ้มตอบเสมอ

 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน อัลบัสที่ยังคงนอนหนุนตักเพื่อนคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับแก้มขาวที่ขึ้นสีชมพูด้วยความยินดีที่เห็นเขาคืนร่างเดิม ก่อนจะยกตัวขึ้นให้ปลายจมูกสัมผัสกับแก้มข้างหนึ่งของสกอร์เปียสเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ผละออกอย่างเชื่องช้า

 

คนถูกขโมยหอมแก้มตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งอัลบัสเลื่อนศีรษะออกจากตักของเขา ลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ก่อนจะเรียกชื่อเขา

 

“สกอร์เปียส”

 

เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนด้วยพวงแก้มขึ้นสีกับดวงตาสีเทาที่เบิกกว้างอย่างตกตะลึง ปากบางเผยอออกเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา อัลบัสเห็นท่าทางเงอะงะของเพื่อนแล้วก็เผยรอยยิ้มอย่างรักใคร่ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เพื่อน และกระซิบข้างหูว่า

 

“ขอบคุณที่พยายามช่วยฉันนะ”

 

ถ้อยคำนั้นเหมือนจะเรียกสติของสกอร์เปียสได้ เด็กหนุ่มค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบว่า

 

“มะ…. ไม่เป็นไร… ถ้าเป็นฉันนายก็ต้องช่วยแน่นอน ใช่ไหมล่ะ”

 

“แน่อยู่แล้ว”

 

สกอร์เปียสยิ้มให้กับคำตอบของอัลบัส ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะกลายเป็นสีหน้าตื่นตะลึงเมื่อได้ยินคำต่อไปของเพื่อน

 

“เพราะว่าฉันรักนายไง”

 

สกอร์เปียสอ้าปากค้าง ดวงตาสีเทามองสบตาอัลบัสราวกับจะถามว่า ล้อเล่นใช่ไหม แต่ดวงตาสีเขียวที่ปกติจะมีประกายวิบวับเสมอ ตอนนี้กลับไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย อัลบัสเขยิบเข้ามาใกล้อีกครั้งจนปลายจมูกของพวกเขาแทบจะแตะกัน ดวงตาสีเขียวเลื่อนลงมองริมฝีปากบางของอีกคน ก่อนจะเอ่ยถาม

 

“ฉันขอนะ”

 

เป็นคำขอที่ไม่รอฟังคำตอบ อัลบัสกดริมฝีปากลงบนกลีบปากบางของสกอร์เปียส เริ่มแรกก็แตะอย่างไม่มั่นใจ ก่อนจะแตะซ้ำ ซ้ำอีกหลายครั้ง เมื่อสกอร์เปียสไม่ได้ปฏิเสธแถมยังหลับตาลงรับสัมผัสนั้น เด็กหนุ่มจึงเลื่อนมือขึ้นมาจับแก้มขาวที่เริ่มขึ้นสีเข้ม กดริมฝีปากลงหนักขึ้น

 

อัลบัสขยับตัวเองเข้าไปใกล้อีก มืออีกข้างโอบเอวของเด็กหนุ่มผมบลอนด์เข้ามา ใช้ขาของตัวเองช้อนเข่าของสกอร์เปียสขึ้นมาจนเด็กหนุ่มผมบลอนด์ขึ้นมาอยู่บนตักของเขา สกอร์เปียสยกมือขึ้นคล้องคออัลบัสไว้ ตอบรับจูบของเขาทีละนิด เผยอปากให้ลิ้นของอีกคนเข้ามาชิมรสในปากของเขา

 

นิ้วเรียวของสกอร์เปียสเริ่มไล้ไปตามกลุ่มผมสีเข้ม ก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่ขยับได้

 

“อัล….”

 

เด็กหนุ่มพยายามส่งเสียงผ่านลำคอ พลางใช้มือดันร่างของอัลบัสเบา ๆ เด็กหนุ่มผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า สองมือโอบเอวคนบนตักไว้ ก่อนจะมองสกอร์เปียสด้วยดวงตาสีเขียวช่ำที่เต็มไปด้วยความปรารถนา แล้วถามด้วยเสียงพร่าว่า

 

“อะไรเหรอ”

 

“นาย…” สกอร์เปียสยืดตัวขึ้นมองบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผมยุ่งเหยิงสีเข้มของอัลบัส ก่อนจะบอกว่า “หูนาย… นายมีหูแมว”

 

“หา!?”

 

“เนี่ย”

 

สกอร์เปียสใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งหนีบใบหูสามเหลี่ยมเล็ก ๆ นุ่มนิ่มที่มีขนสีดำขึ้นปกคลุมทั้งสองข้าง อัลบัสจับข้อมือทั้งสองไว้ก่อนจะดึงออกห่างจากหูเขา แล้วรีบยกสกอร์เปียสลงจากตัก ก่อนจะพุ่งไปที่กระจกยาวข้างตู้เสื้อผ้า

 

แม้จะเห็นไม่ค่อยชัดท่ามกลางผมฟูยุ่งเหยิง แต่หูของเขากลายเป็นหูสามเหลี่ยมแบบแมวไปแล้ว

 

“โอ๊ะ! หาง! อัลบัส นายมีหาง!!!”

 

สกอร์เปียสที่เดินตามมาเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึงเมื่อเห็นหางสีดำที่มีขนปกคลุมกวัดแกว่งออกมาจากใต้เสื่อคลุม

 

อัลบัสรีบหมุนตัวเพื่อส่องดูด้านหลัง แล้วกผ้เห็นหางวีดำยาวอย่างหางแมวโผล่พ้นชายเสื่อคลุมออกมา

 

อัลบัสสบถคำหยาบออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี สถานการณ์ที่ตะวเองกลายเป็นครี่งคนครึ่งแมวแบบนี้

 

“ไปหามาดามพร็อมฟรีย์กันเถอะ”

 

สกอร์เปียสพูดขึ้นขณะเดินเข้ามายืนข้าง ๆ และสอดมือของตัวเองเข้ามาในมือของอัลบัส แม้เด็กหนุ่มจะไม่อยากให้ใครรู้เพราะกลัวจะวุ่นวายกัน แต่ถ้าเจอแบบนี้คงต้องยอมขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่แล้ว

 

“อือ ก็ได้”

 

อัลบัสตอบรับแต่โดยดี แต่ว่า..

 

“แต่มีข้อแม้นะ”

 

“อะไรเหรอ”

 

เมื่อสกอร์เปียสเลิกคิ้วอย่างสงสัย อัลบัสจึงดึงมือคนข้างกายเข้ามาใกล้ แล้วฉวยโอกาสที่อีกคนทรงตัวไม่อยู่ คว้าตัวไว้แล้วกอดอย่างแนบแน่น พร้อมส่งเสียงข้างใบหูขาวว่า

 

“ถ้าฉันต้องนอนห้องพยาบาล นายต้องนอนเป็นเพื่อนฉันนะ ตกลงไหม”

 

“ได้สิ… แค่นอนเป็นเพื่อนเฉย ๆ ใช่ไหม”

 

“…หรือจะทำมากกว่านั้นก็ได้นะ”

 

แล้วอัลบัสก็จูบใบหูขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเบา ๆ ก่อนจะผละออกแล้วส่งรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจให้สกอร์เปียสที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นแถบลามไปถึงใบหูทั้งสองข้าง

 

“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น คิดอะไรกับฉันอยู่เหรอ”

 

อัลบัสอดไม่ได้ ต้องเอ่ยล้อทั้งรอยยิ้มกว้าง สกอร์เปียสตอนเขินนั้นน่ารักเป็นบ้า

 

“เปล่าสักหน่อย! ไปไกล ๆ เลย!”

 

สกอร์เปียสที่ยังคงหน้าแดงเริ่มโวยวาย พลางสะบัดมือเขาทิ้ง ก่อนจะผลักให้ออกห่าง แต่อัลบัสหัวเราะกับท่าทางเขินอายนั้นแล้วล้อว่า

 

“ทนไม่ไหวจนต้องไล่ฉันเลยเหรอ”

 

“อัลบัส!”

 

เด็กหนุ่มผมสีเข้มหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อเห็นว่าสกอร์เปียสเริ่มจะโกรธแล้ว เขาก็ค่อย ๆ เข้าไปใกล้ แล้วออดอ้อนให้พาไปห้องพยาบาล

 

เด็กหนุ่มผมบลอนด์ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะบอกให้เขาเก็บหางใส่กางเกงไว้ แล้วดึงฮู้ดของเสื้อคลุมขึ้นมาปิดหูแมวไว้ ก่อนจะพากันไปห้องพยาบาล สกอร์เปียสถือโอกาสแก้แค้นโดยแกล้งบอกว่าอัลบัสไม่สบาย มีตุ่มหนองขึ้นเต็มตัว สงสัยไปโดนยางพิษของคางคกในคาบวิชาปรุงยาเข้า เขาจึงจะพาเพื่อนไปห้องพยาบาล ทุกคนจึงหลีกทางให้และไม่มีใครพยายามเลิกฮู้ดคลุมของอัลบัสออกเลย

 

อัลบัสฟังสกอร์เปียสบรรยายสาเหตุการป่วยของเขาแล้วก็ทั้งขำทั้งฉุน

 

เอาไว้คิดบัญชีคืนนี้แล้วกัน

 

 

~><~>< จบค่ะ ><~><~

แต่งสนองตัณหาตัวเองล้วน ๆ /ยกมือปิดหน้า

Advertisements

5 thoughts on “[HP] Fluffy Issue”

  1. อุ่ยยยยขนาดอยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งแมวยังหื่นอีกนะคะคุณอัลบัส พอตเตอร์

    1. ก่อนอื่นต้องขอประทานอภัยอย่างสูงค่ะที่ไมไ่ด้มาตอบคอมเม้นท์ให้เร็วกว่านี้ ฮือออออ
      อัลบัสคงหื่นเฉพาะกับสกอร์เปียสแหละค่ะ คิดว่านะคะ 555555555555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่า ><

  2. นี่มันแมวหื่นชัดๆ 5555 นี่แอบคิดว่าถ้าสกอร์เปียสมีหูแหวหางแมวโผล่มาบ้างนี่ว่าคงน่ารักน่าฟัดน่าดู และคงไปไม่ถึงห้องพยาบาลแน่ๆ 55555

    1. หูยยยยยย นึกภาพสกอร์เปียสมีหูแมวแล้ว /เลือดกำเดาพุ่ง ก่อนจะไปห้องพยาบาล อัลบัสคงคลอเคลียแมวสกอร์ปจนหนำใจก่อนแน่เลยค่ะ
      ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s