หนึ่งปีหกเดือน

หนึ่งปีหกเดือน 3 [Hetalia Fan Fiction]

หนึ่งปีหกเดือน 3
[Hetalia fan fiction]

Genre: Shonen ai, Slice of life
USA x JAPAN

เมื่ออัลเฟรด โจนส์ เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าจากอเมริกา ตัดสินใจมาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น โดยอาศัยอยู่กับฮอนดะ คิคุ ชายชาวญี่ปุ่นแท้วัยสี่สิบปีที่ยังหน้าเหมือนหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ชีวิตเรื่อยเฉื่อยของอัลเฟรดกับคิคุก็เริ่มต้นขึ้น

เขียนสนองตัณหาตัวเองโดย
มุลิลา

3 日 หนึ่งวันของคิคุ

วันนี้เป็นวันที่สถาบันสอนภาษาเปิดเรียนวันแรก อัลเฟรดจึงตื่นเช้าเป็นพิเศษ หลังจากแต่งตัวเสร็จ นำของที่จำเป็นต้องใช้ใส่กระเป๋าเรียบร้อย เขาก็ลงบันได ตามกลิ่นเบคอนเข้าไปในห้องครัว

อาหารเช้าวันนี้มีขนมปังปิ้งกองย่อม ๆ วางซ้อนกันเป็นชั้น ไข่ดาวทั้งแบบยางมะตูมและสุกทั้งฟองอย่างละสามสี่ฟองแยกใส่จานสองใบ เบคอนกองเพนิน มีมะเขือเทศกับแตงกวาหั่นบาง และผักกาดเขียวเป็นเครื่องเคียง

คิคุที่เพิ่งถอดผ้ากันเปื้อนแขวนบนราว หันมาพูดอรุณสวัสดิ์กับเด็กหนุ่ม ก่อนจะหยิบซอสมะเขือเทศ โชยุ พริกไทยป่น มายองเนส เนยถั่ว แยมสตรอว์เบอร์รี่ มาวางเรียงกันบนโต๊ะ ให้เลือกกินได้ตามใจชอบ

ทั้งสองกินอาหารเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย ตอนแรกเจ้าบ้านคิดว่าเขาทำมาเยอะไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ถ้าเหลือก็เก็บไว้กินมื้อเที่ยงก็ได้ แต่ปรากฎว่าอัลเฟรดที่ชมไม่หยุดปากว่าไข่ดาวยางมะตูมสุดยอดบ้าง เบคอนทอดได้ดี กรอบแต่นุ่ม สุดท้ายก็เหลือเพียงจานเปล่า

เมื่อมั้งสองอิ่มแปล้แล้ว เด็กหนุ่มก็นำจานไปล้าง แม้คิคุจะบอกว่าไม่ต้องก็ได้ อัลเฟรดก็ยังยืนยันจะทำอยู่ดี เจ้าบ้านจึงบอกให้สวมผ้ากันเปื้อนด้วย จะได้ไม่เลอะเสื้อผ้า เด็กหนุ่มทำตามอย่างเชื่อฟัง ภาพอัลเฟรดที่ตัวสูงใหญ่สวมผ้ากันเปื้อนสีเหลืองที่มีรูปการ์ตูนคุณแมวสีดำตรงหน้าอก ทำให้คิคุต้องกลั้นหัวเราะจนตัวเกร็ง

ไม่เข้ากันเลยสักนิด แต่ก็น่ารักดี…ละมั้ง

อัลเฟรดไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าถูกนินทาในใจ ตั้งหน้าตั้งตาล้างจานเช็ดจานอย่างคล่องแคล่ว เมื่อล้างเสร็จก็ถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ที่เดิม เดินไปหยิบกระเป๋าเป้สีแดงที่วางไว้บนเก้าอี้ ก่อนจะบอกลาคิคุ

เจ้าของบ้านเดินไปส่งเด็กหนุ่มที่หน้าประตู ระหว่างที่อัลเฟรดสวมรองเท้า ก็เอ่ยถามว่าเตรียมของไปครบแล้วใช่ไหม ดินสอ ยางลบ ปากกา สมุดจด เรียบร้อยแล้วสินะ พาสปอร์ตกับบัตรนักเรียนล่ะ ต้องนำติดตัวไปด้วยนะ อัลเฟรดฟังแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะบอกว่า คุณคิคุเหมือนคุณพ่อส่งลูกไปโรงเรียนครั้งแรกเลย

หลังจากบอกลากันอีกสองสามคำ อัลเฟรดก็ออกจากบ้านไป คิคุยืนมองประตูที่อีกคนเพิ่งออกไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มกิจวัตรประจำวันของตัวเอง เขาแวะเล่นกับโปจิที่สวนหลับบ้านอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสอง ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง

ห้องของคิคุเป็นสีครีม เครื่องเรือนทุกชิ้นอันได้แก่ เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือ ทำจากไม้สีอ่อน ให้บรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลาย ผ้าปูเตียงกับปลอกหมอน และผ้าห่ม เป็นสีฟ้าอ่อนลายแพนด้า บนเตียงยังมีตุ๊กตารูปสัตว์น่ารัก ๆ วางเรียงกันหลายตัว ชั้นหนังสือจัดเป็นระเบียบ มีหนังสือหลากหลาย ทั้งหนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือเกี่ยวกับเอกภพ โลก ทฤษฎีฟิสิกส์ หนังสือชุดสารานุกรมความรู้ทั่วไป หนังสือทำอาหาร ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารนานาชาติ ขนมปัง ของว่าง ขนมญี่ปุ่น การชงชา กาแฟ หนังสือการจัดดอกไม้ หนังสือเย็บปักถักร้อย แต่ที่มีเยอะที่สุดเห็นจะเป็นหนังสือนวนิยายและการ์ตูน

คิคุเดินไปนั่งทหน้าโต๊ะทำงานที่มีคอมพิวเตอร์พกพา สมุดจด และขวดแก้วใส่เครื่องเขียน วางอย่างเป็นระเบียบ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ เรียกดูเอกสารที่พิมพ์ค้างไว้ขึ้นมา ก่อนจะลงมือพิมพ์ต่ออย่างตั้งใจ

คิคุเป็นนักเขียนนวนิยายรัก เขามีผลงานตีพิมพ์แล้วแปดเรื่อง ไม่จัดว่าเป็นนักเขียนขายดีติดอันดับ แต่มีกลุ่มแฟนที่ติดตามอ่านนิยายของเขาอย่างเหนียวแน่น นิยายของเขาจึงขายได้เรื่อย ๆ เรื่องที่เขากำลังเขียนมีกำหนดส่งภายในสองเดือนข้างหน้า ตอนนี้คิคุเขียนไปได้เพียงบทเดียว เขาจึงต้องเร่งมือขึ้นอีกหน่อย

ปกติแล้ว เวลาคิคุพิมพ์งาน จะมีสมาธิจดจ่อจนไม่สนใจสิ่งใด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด ตัวเองจะหิวหรือไม่ เขาจะไม่ขยับตัวไปไหนเลยจนกว่าจะพิมพ์สิ่งที่คิดได้ ณ ตอนนั้นออกมาจนหมด และแม้ว่าจะพิมพ์สิ่งที่คิดออกมาจนหมดแล้ว แต่ถ้ายังไม่ถึงเวลาพักที่ตัวเองกำหนดไว้ คือ พิมพ์งานสองชั่วโมง พักสิบนาที พิมพ์งานต่อจนถึงเที่ยงค่อยพักทานข้าว ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนนั่งพิมพ์งานครบวันละแปดชั่วโมงเป็นอย่างน้อย บางครั้งเมื่อถึงช่วงที่ต้องปิดต้นฉบับ เขาก็นั่งพิมพ์งานทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้พักเลยก็มี แต่คิคุชอบแต่งนิยาย ดังนั้นเขาจึงอดทน และผ่านช่วงเวลาบีบคั้นนั้นมาได้เสมอ

สองสามวันที่ผ่านมานี้ เขาแทบไม่ได้พิมพ์งานเลย เพราะมัวสนุกกับการทำความรู้จักเพื่อนต่างวัยอย่างอัลเฟรด อัลเฟรดเป็นเด็กสดใส สนใจสิ่งใหม่ ๆ และสนุกกับทุกสิ่งในชีวิต อยู่กับอัลเฟรดแล้วสนุกมาก บางทีคิคุก็ลืมไปว่าตัวเองอายุมากแล้ว เผลอเล่นสนุกอย่างเด็ก ๆ ไปบ้าง แต่เขาก็คิดว่าดีแล้วที่ตัดสินใจให้อัลเฟรดมาอยู่ด้วย

ตั้งแต่วันนี้ อัลเฟรดจะต้องไปเรียนทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น คิคุคิดว่าพอดีเลย ระหว่างที่เด็กหนุ่มไม่อยู่บ้าน เขาจะพยายามพิมพ์งานให้ได้มากที่สุด เวลาที่อัลเฟรดอยู่บ้านพวกเขาจะได้ดวลเกมกันทุกเย็น ส่วนวันเสาร์อาทิตย์อาจจะออกไปเที่ยว ยังมีหลายที่ที่อัลเฟรดอยากไป คิคุจึงคิดว่าจะพาไป

คิคุตั้งใจจะพิมพ์นิยายอย่างเต็มที่ แต่ปัญหามีอยู่ว่า ตอนนี้เขาไม่อาจเข้าถึงตัวละครได้เลย เขาอ่านนิยายที่เขียนค้างไว้ซ้ำไปมาอยู่สามสี่รอบ นิยายบทแรกของเขาเล่าถึงความเศร้าของชายหนุ่มผู้ถูกแฟนสาวที่คบกันมาหนึ่งปีบอกเลิก ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นผู้ชายน่าเบื่อ ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิง และไม่เคยทำให้เธอรู้สึกว่าเขารักเธอเลย ตัวเอกของคิคุเป็นผู้ชายวัยทำงานที่คิดว่าการตั้งใจทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ นั้น จะทำให้ภรรยาในอนาคตของเขามีความสุข ทว่า เขากลับถูกแฟนคนปัจจุบันบอกเลิก เพราะใส่ใจกับงานมากเกินไป จนไม่มีเวลาใส่ใจเธอ ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงจบลง คิคุมาอ่านทวน แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ตัวเอกของเขาช่างอาภัพนัก ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจทำงานเพื่อแฟนแท้ ๆ แต่แฟนไม่เข้าใจ และหนีไปหาคนใหม่ที่มีเวลาเอาใจใส่มากกว่า

อันที่จริง คิคุก็ไม่มั่นใจนักว่าจะมีผู้หญิงที่บอกเลิกกับแฟนเพราะเหตุผลแบบนี้อยู่จริงไหม เขาคิดว่าผู้ญิงส่วนใหญ่น่าจะทำตัวใจกว้าง และเข้าอกเข้าใจว่าผู้ชายทำงานหนักก็เพื่ออนาคตของพวกเธอ แต่ตอนที่เขาเขียนพล็อตส่งให้บรรณาธิการดู ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไรตรงจุดนี้ บอกให้เขาเขียนได้เลย งั้นเขาก็คงเขียนแบบนี้ต่อไปได้กระมัง

เรื่องที่วางพล็อตไว้แล้ว ให้เขียนตามพล็อตไปเรื่อย ๆ ก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าไม่มีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร สิ่งที่เขียนออกมาก็จะทื่อ ๆ คนเขียนยังเข้าถึงตัวละครไม่ได้ คนอ่านจะเข้าถึงตัวละครได้อย่างไร

พักนี้คิคุสนุกมากเกินไป จนเข้าไม่ถึงอารมณ์เศร้าของตัวละคร แต่อย่างไรเขาก็ต้องทำงาน ดังนั้นคิคุจึงพยายามสร้างอารมณ์อกหักให้ตัวเองโดยการเปิดเพลงเศร้า ๆ หม่น ๆ คลอไปขณะพิมพ์นิยาย พยายามจินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวเอกที่เพิ่งถูกทิ้งมา ใช้เวลาสักพัก เขาก็เริ่มพิมพ์นิยายได้ไหลลื่น ผ่านไปสี่ชั่วโมง เขาก็พิมพ์บทที่สองเสร็จ

คิคุลุกขึ้นบิดตัวยืดเส้นสาย ก่อนจะลงไปชั้นล่างเพื่อให้อาหารเจ้าโปจิ และทำราเมงสำเร็จรูปให้ตัวเอง

ขณะที่รอน้ำเดือด คิคุก็นึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่ได้แตะราเมงสำเร็จรูปมาหลายวันแล้ว เพราะถ้าไม่ออกไปกินข้างนอกกับอัลเฟรด ก็จะทำมื้อเที่ยงง่าย ๆ เช่น ข้าวห่อไข่สำหรับสองคน คิคุเป็นคนประเภทที่ ถ้าอยู่คนเดียวจะขี้เกียจทำอาหาร ราเมงสำเร็จรูปจึงเปรียบเสมือนเพื่อนสนิททั้งยามมีและยามอด แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย เขาจะขยันทำอาหารให้คนอื่นกิน คงเพราะอยากได้ยินคำชม และอัลเฟรดก็ชมเขาทุกครั้งเสียด้วย คิคุจึงยิ่งชอบทำอาหารให้เด็กหนุ่มทาน

คิดไปคิดมา คิคุก็สรุปได้ว่า การมีอัลเฟรดอยู่ด้วย ดีต่อสุขภาพของเขามาก ๆ และคิดต่อไปว่า มื้อเย็นนี้ทำข้าวอบถั่วลันเตา ไข่ตุ๋นใส่เห็ดหอมกับเนื้อไก่ และเทมปุระกุ้งกับผักรวม ที่ขาดไม่ได้คือซุปมิโสะใส่สาหร่ายวากาเมะซึ่งอัลเฟรดชอบมาก

หลังจากกินราเมงและเก็บล้างเรียบร้อย แล้ว คิคุก็พิมพ์งานต่อจนถึงสี่โมงครึ่ง ก่อนจะออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเย็น ฤดูใบไม้ผลินี้ดีตรงที่ผักหลายชนิดราคาถูกลง เขาจึงได้ผักมาทำเทมปุระเยอะพอสมควร ที่แพงหน่อยก็มีกุ้งซากุระ แต่คิคุคิดว่า ถ้าทำเทมปุระแล้วไม่มีกุ้งจะเหมือนขาดอะไรไป ดังนั้นเขาจึงซื้อมาด้วย

คิคุกลับมาถึงบ้านตอนห้าโมงสิบห้า อัลเฟรดยังไม่กลับมา ทำให้เขาประหลาดใจนิดหน่อย เพราะระหว่างโรงเรียนของอัลเฟรดกับบ้านเขา ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมง แต่เด็กหนุ่มอาจจะพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนอยู่ก็ได้ ดังนั้นคิคุจึงเข้าครัวไปเตรียมข้าวเย็นก่อน

สี่สิบนาทีต่อมา อาหารเย็นก็พร้อมเสิร์ฟ ทว่า อัลเฟรดก็ยังไม่กลับมา คิคุจึงแบ่งข้าวเย็นส่วนหนึ่งให้โปจิกินก่อน แล้วค่อยขึ้นไปพิมพ์งานรอ

คิคุพิมพ์ไปเรื่อย ๆ เวลาก็ล่วงเลยไป รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน คิคุมองนาฬิกา อีกห้านาทีจะหนึ่งทุ่ม เขาเซฟงาน ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์ แล้วลงไปรับอัลเฟรดที่โถงทางเดินชั้นล่าง

เมื่อเห็นคิคุเดินลงบันไดมา อัลเฟรดที่กำลังเก็บรองเท้าผ้าใบใส่ชั้นวาง หันมาส่งยิ้มให้เขาพร้อมพูดว่า กลับมาแล้วครับ อย่างร่าเริง คิคุจึงพูดตอบว่า ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ก่อนจะถามต่อว่า กินข้าวมาหรือยัง จะกินข้าวเลยไหม หรือจะอาบน้ำก่อน เมื่อถามออกไปแล้ว ก็คิดขึ้นมาได้ว่า คำพูดของตัวเองเหมือนภรรยาพูดกับสามีที่เพิ่งกลับจากที่ทำงานไม่มีผิด

อัลเฟรดดูไม่ได้คิดมากอะไร เขาบอกว่า เขากินข้าวกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาแล้ว แต่ยังไม่อิ่ม ขอกินข้าวฝีมือคุณคิคุอีกรอบได้ไหม คิคุพยักหน้า ก่อนจะเข้าไปอุ่นอาหารในครัว ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสองก็กินข้าวเย็นด้วยกัน อัลเฟรดที่กินข้าวเย็นรอบสอง ไม่เพียงแต่ชมไม่หยุดปากว่า กับข้าวฝีมือคุณคิคุอร่อยกว่าที่ร้านทำจริง ๆ ด้วย ยังกินข้าวอบถั่วลันเตาไปสองถ้วย และแน่นอนว่ากับข้าวก็ไม่มีเหลือทิ้ง ทำให้คิคุดีใจมาก

กินข้าวเสร็จก็ปล่อยให้อัลเฟรดช่วยเก็บล้าง ส่วนเขาก็พาเจ้าโปจิไปเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์ พลางคิดเมนูสำหรับมื้อเช้าว่า จะนำถั่วลันเตามาผัดกับเนื้อไก่และเห็ดหอม แล้วก็ทำไข่ม้วนสักหน่อยน่าจะดี

ระหว่างที่คิดเมนูเพลิน ๆ อยู่นั้น คิคุก็เผลอฮัมเพลงออกมา เป็นเพลงเศร้าที่เขาฟังมาทั้งวันเพื่อสร้างอารมณ์แต่งนิยาย แต่เมื่อเขาฮัมออกมาตอนนี้ กลับไม่ให้ความรู้สึกหม่นหมองเลยแม้แต่น้อย กลายเป็นเพลงฟังสบายคลายอารมณ์ไปเสียอย่างนั้น

Advertisements

2 thoughts on “หนึ่งปีหกเดือน 3 [Hetalia Fan Fiction]”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s