หนึ่งปีหกเดือน

หนึ่งปีหกเดือน 2 [Hetalia Fan Fiction]

หนึ่งปีหกเดือน 2
[Hetalia fan fiction]

Genre: Shonen ai, Slice of life
USA x JAPAN

เมื่ออัลเฟรด โจนส์ เด็กหนุ่มวัยสิบเก้าจากอเมริกา ตัดสินใจมาเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น โดยอาศัยอยู่กับฮอนดะ คิคุ ชายชาวญี่ปุ่นแท้วัยสี่สิบปีที่ยังหน้าเหมือนหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ชีวิตเรื่อยเฉื่อยของอัลเฟรดกับคิคุก็เริ่มต้นขึ้น

เขียนสนองตัณหาตัวเองโดย
มุลิลา

2 日 อากิฮาบาระกับราเมน

          กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเรียกให้อัลเฟรดที่เพิ่งตื่นต้องเดินตามกลิ่นนั้นไปยังห้องครัว สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือ ชายร่างเล็กผอมบางในชุดนอนแบบตะวันตก เสื้อแขนยาวมีปกกับกางเกงขายาวลายหมีสีน้ำตาลครีม สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีเหลืองอบอุ่น คิคุกำลังจดจ่ออยู่กับการพลิกปลาบนกระทะ จึงไม่ทันสังเกตว่าเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่าเขาสิบกว่าเซนติเมตรเดินเข้ามายืนอยู่ข้างหลัง จนกระทั่งอีกฝ่ายส่งเสียงทักขึ้นมา

          “ปลาแซลมอนย่างเกลือเหรอครับ?!”

เสียงที่ดังขึ้นใกล้ตัวอย่างกะทันหันทำให้คิคุสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อหันไปทางต้นเสียง ก็เจอกับอัลเฟรดที่อยู่ในชุดนอนเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงนอนขายาวสีขาวน้ำเงินลายทางกำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ด้านหลังเขา ผมสีทองของเด็กหนุ่มยุ่งเหยิงชวนให้นึกถึงรังนก ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายสดใสขณะชะโงกตัวข้ามไหล่ชายหนุ่มเจ้าบ้าน เพื่อมองปลาแซลมอนร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมในกระทะ

“อรุณสวัสดิ์ครับ อัลเฟรดคุง”

เมื่อหายตกใจกับการปรากฎตัวอย่างกะทันหันแล้ว คิคุก็เอ่ยปากทักทาย พลางขยับเท้าเล็กน้อยเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างเขากับเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง อัลเฟรดยืนใกล้เกินไป ตอนที่หันไปมอง ปลายจมูกของคิคุเกือบจะปะทะกับแก้มของอีกฝ่ายแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ครับ! คุณคิคุ”

เด็กหนุ่มกล่าวตอบด้วยเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า คิคุยิ้มบาง ๆ ให้ ก่อนจะบอกว่า ปลาใกล้จะสุกได้ที่แล้ว อัลเฟรดคุงช่วยหยิบถ้วยในตู้ไปตักข้าวรอไว้หน่อย คนอายุน้อยกว่ารีบตอบ รับทราบ พร้อมยกมือขวาขึ้นทำวันทยาหัตถ์ ก่อนจะหยิบถ้วยกระเบื้องสีครีมสองใบไปตักข้าวจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้า และส่งเสียงดีใจเมื่อเห็นว่าข้าวในหม้อเป็นข้าวขาวผสมข้าวกล้องแบบที่เขาอยากลองกินมานานแล้ว

ห้านาทีต่อมา ทั้งคู่ก็นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แบบมีพนักพิง ขั้นกลางด้วยอาหารเช้าอันประกอบด้วย ข้าวสองสีหุงร้อน ๆ ปลาแซลมอนย่างเกลือสองชิ้นหนาเคียงคู่ด้วยหัวไชเท้าขูดสีขาวที่ดูราวกับหิมะก้อนเล็ก ๆ ยังมีไข่ม้วนหั่นเป็นชิ้นพอดีคำหกชิ้น ซุปมิโสะซึ่งใส่สาหร่ายวากาเมะกับเต้าหู้ขาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าสองถ้วย และผักดองจานเล็ก

อัลเฟรดมองดูอาหารเหล่านี้วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้สีอ่อนตรงหน้าด้วยดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย คิคุเห็นแบบนั้นก็พลันนึกถึงโปจิขึ้นมา เมื่อสักครู่เขาเพิ่งนำข้าวเช้าออกไปให้เจ้าหมาที่สวนหลังบ้าน สีหน้าแววตาของอัลเฟรดคุงตอนนี้ช่างคล้ายกับสีหน้าแววตาของโปจิตอนเห็นเขาถือชามอาหารไม่มีผิด

“ทานกันเถอะครับ”

เมื่อเขาเอ่ยปาก เด็กหนุ่มก็รีบประกบมือพลางพูดเสียงดังฟังชัดว่า “ทานละนะครับ” ก่อนจะจับตะเกียบขึ้นมาคีบแซลมอนย่างเกลือหอมกรุ่นใส่ชามข้าวของตัวเอง สีหน้าตอนที่กินคำแรก บ่งบอกว่าเด็กหนุ่มพึงพอใจกับอาหารเช้ามื้อแรกที่ญึ่ปุ่นมากแค่ไหน

“อร่อย! อร่อยจังเลยครับ”

เด็กหนุ่มพูดออกมาเสียงใส หลังจากกลืนข้าวเรียบร้อยแล้ว

“อัลเฟรดคุงชอบ ผมก็ดีใจครับ”

เจ้าของบ้านตอบด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะเริ่มกินแซลมอนของตัวเองบ้าง

ตลอดช่วงเวลาที่กินอาหารเช้า อัลเฟรดเอาแต่พูดว่า อร่อย ๆๆๆๆ ไม่ขาดปาก คิคุจึงกินไปพลางหน้าแดงไปพลาง ด้วยดีใจที่มีชมอาหารที่ตัวเองทำ แต่ก็เขินจนไม่กล้ายิ้มแสดงความดีใจออกมา

เมื่อจัดการอาหารและเก็บล้างเรียบร้อย คิคุจึงเอ่ยถามว่า วันนี้อัลเฟรดคุงมีแผนจะทำอะไรเป็นพิเศษไหม และก็ได้ความว่า เด็กหนุ่มอยากจะไปย่านอากิฮาบาระ ที่เพื่อน ๆ ย้ำว่าต้องลองไปดูสักครั้งให้ได้ ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“อัลเฟรดคุงชอบดูอนิเมะเหรอครับ”

ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป และได้คำตอบว่า ชอบโดราเอมอนกับโคนัน ก่อนจะเสริมว่าชอบเล่นวิดีโอเกมมากกว่า คิคุจึงทำตาโตขณะบอกว่า ตัวเองก็ชอบเล่นวิดีโอเกมเหมือนกัน จากนั้นชายสองวัยก็คุยเรื่องเกมอย่างเมามัน เมื่อคิคุเอ่ยถึงร้านเกมในย่านอากิฮาบาระที่อัลเฟรดน่าจะชอบ สุดท้ายทั้งสองจึงตัดสินใจไปที่นั่นด้วยกัน

นั่งรถไฟจากสถานีนะกะโนะไปถึงอากิฮาบาระ เปลี่ยนสายรถไฟหนึ่งครั้ง ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนเขตแดนเชื่อมระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกแห่งความฝัน ตึกอาคารสูงต่ำล้วนประดับไปด้วยแผ่นป้ายสีสันสดใส ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพตัวละครน่ารัก ๆ จากการ์ตูน หน้าร้านรวงต่าง ๆ ก็เต็มไปด้วยตุ๊กตา ของเล่น โมเดลจำลอง ตู้เกมซึ่งชวนให้ลองท้าทายดูสักตั้ง แต่สิ่งที่ทำให้อากิฮาบาระมีชีวิตชีวาก็คือ ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ในย่านนี้ เด็กหนุ่มผู้มาจากอเมริการู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก เมื่อเห็นหลาย ๆ คนแต่งตัวราวกับหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน

“อัลเฟรดคุงอยากแวะร้านไหนก็บอกได้เลยนะครับ”

คิคุผู้ดูคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี เอ่ยกับเด็กหนุ่มที่กำลังมองไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย ราวกับเด็กน้อยที่มาเยือนสวนสนุกเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มค่อย ๆ พาอัลเฟรดเดินไปตามถนนสายหลักอย่างไม่เร่งรีบ ทั้งสองแวะชมร้านข้างทางบ้างเป็นพัก ๆ ในที่สุดก็มาถึงเกมเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของวันนี้

ตึกเกมเซ็นเตอร์ที่ทั้งสองมาเยือนมีทั้งหมดห้าชั้น ชั้นแรกกับชั้นที่สองเป็นเกมจับตุ๊กตาสารพัดรูปแบบ อัลเฟรดลองเล่นดูสองสามแบบ แต่ไม่ได้อะไรติดมือกลับมา ทั้งสองจึงขึ้นไปยังชั้นสามซึ่งเป็นชั้นรวมตู้เกมหลากหลายชนิด และเปิดการประลองเกมกันอย่างสนุกสนาน

ทั้งสองเพลิดเพลินกับเกมจนเลยเวลามื้อเที่ยงไปแล้ว ในที่สุดก็ออกมาจากเกมเซ็นเตอร์ด้วยสภาพหิวไส้กิ่ว คิคุจึงซื้อคร๊อกเก้ไส้เนื้อกับมันฝรั่งจากร้านข้างทางแถวนั้นมาให้กินรองท้องกันก่อน ก่อนจะพาเดินไปยังร้านราเมนขึ้นชื่อ ตามปกติแล้วต้องต่อแถวรอกันนานทีเดียว แต่ตอนที่ทั้งคู่ไปถึงร้านเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่กินกันสร็จพอดี จึงได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะยาวหน้าเคาน์เตอร์ในร้านทันที ไม่ต้องยืนรอคิวหน้าร้าน คิคุสั่งราเมนซุปมิโสะ ส่วนอัลเฟรดสั่งซุปกระดูกหมูซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของร้าน ยังเพิ่มเนื้อหมูกับไข่เป็นพิเศษด้วยความหิว

“คุณคิคุ ขอชิมน้ำซุปหน่อยได้ไหมครับ”

อัลเฟรดเอ่ยขึ้นหลังจากกินราเมนของตัวเองไปสองสามคำ แน่นอนว่าคิคุอนุญาต เด็กหนุ่มจึงใช้ช้อนของตัวเองตักน้ำซุปจากชามของอีกคนขึ้นมาชิม

“ซุปมิโสะก็อร่อย แต่ผมชอบซุปกระดูกหมูมากกว่า คุณคิคุลองชิมดูไหมครับ”

ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ใช้ช้อนของตัวเองตักซุปกระดูกหมูขึ้นมา แล้วยื่นช้อนมาใกล้ปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าเชิญชวนให้อีกคนอ้าปาก เพื่อที่เขาจะได้ป้อนน้ำซุปให้ ไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยว่า การกระทำนั้นทำให้คิคุตกใจจนตัวแข็งทื่อไปแล้ว

“อะ… เอ่อ… ไม่เป็นไรครับ ผมเคยกินแล้วน่ะ”

หลังจากนั่งนิ่งอยู่ประมาณห้าวินาที คิคุก็เอ่ยปฎิเสธไป ทั้ง ๆที่แอบกลัวว่าจะเสียมารยาทต่ออัลเฟรดรึเปล่า แต่จะยอมให้เด็กหนุ่มป้อนก็ไม่ไหวจริง ๆ ถึงตอนนี้ร้านแทบจะไม่มีคน แต่ยังไงเขาก็เกรงสายตาของเจ้าของร้านและพ่อครัวที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ซึ่งถึงจะก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดครัวกับเก็บล้างอุปกรณ์อย่างขยันขันแข็ง แต่ชายหนุ่มก๋รู้สึกได้ถึงสายตาแปลก ๆ ที่ชำเลืองมองมาเป็นระยะ

อัลเฟรดไม่รู้สึกถึงเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย จึงกินราเมนของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป ขณะที่คิคุนั้นรีบกินให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากตรงนั้นเร็ว ๆ

ทั้งสองเดินดูร้านรวงและแวะเล่นเกมเป็นระยะจนกระทั่งตะวันตกดินจึงจับรถไฟกลับบ้าน รถไฟขากลับเบียดเสียดมากจนแทบไม่มีที่จะยืน ทันทีที่ถึงสถานีนะกะโนะ อัลเฟรดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะนึกขอบคุณที่โรงเรียนสอนภาษาของเขาเดินจากบ้านของคิคุไปได้ ไม่ต้องขึ้นรถไฟ เพราะถ้าต้องเจอแบบนี้ห้าวันต่อสัปดาห์ เขาคงผอมลงไปอีกสิบกิโลแน่นอน

คิคุพาเด็กหนุ่มไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อแวะซื้อข้าวกล่องลดราคาก่อนจะกลับบ้าน ทันทีที่ถึงบ้าน คิคุรีบไปหาโปจิที่หลังบ้าน เติมอาหารและน้ำใส่ชามให้ แต่เจ้าหมาแค่ดม ๆ ไม่ยอมกิน ซ้ำยังทำหน้าอยากออกไปข้างนอก ชายหนุ่มจึงใส่สายจูงให้เจ้าหมา บอกอัลเฟรดว่าจะพาโปจิไปเดินเล่นแถวนี้สักครู่ ให้กินข้าวก่อนได้เลย ไม่ต้องรอเขา แต่เด็กหนุ่มอยากไปเดินเล่นด้วย สองคนกับหนึ่งตัวจึงออกเดินไปด้วยกัน

อากาศยามค่ำในปลายเดือนมีนาคมเย็นสบาย เจ้าโปจิเดินนำหน้าชายทั้งสองอย่างร่าเริง ขนสีขาวพัดพลิ้วตามแรงลม คิคุกับอัลเฟรดเดินมองความคึกของเจ้าหมาอย่างเอ็นดู ก่อนที่อัลเฟรดจะพูดขึ้นมาว่า วันนี้สนุกมากเลย คุณคิคุเล่นเกมเก่งมากจริง ๆ ชนะเขาเกือบทุกครั้งเลย

“ไว้ไปกันอีกนะครับ”

อัลเฟรดชวนเขาด้วยดวงตาเป็นประกายคาดหวัง คิคุเห็นอย่างนั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ขณะพยักหน้าตอบรับ

วันนี้เขาเองก็สนุกมาก ๆ อย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว ทั้งหมดนี่คงต้องขอบคุณอัลเฟรด

“ราเมนร้านนั้นก็อร่อยมากเลยนะครับ ไว้ไปกินกันอีกนะครับ”

คิคุเกือบจะเผลอพยักหน้ารับคำชวนไปแล้ว ถ้าไม่เกิดนึกถึงตอนที่อัลเฟรดพยายามจะป้อนน้ำซุปให้เขาขึ้นมาเสียก่อน

เมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกร้อนที่สองแก้ม จึงพยายามกดความรู้สึกอายไว้ ตีหน้านิ่ง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติว่า

“…ไว้ผมพาไปชิมร้านอื่นบ้างดีกว่านะครับ”

Advertisements

2 thoughts on “หนึ่งปีหกเดือน 2 [Hetalia Fan Fiction]”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s