Uncategorized

สารบัญ Fiction

Fan Fiction

แฟนฟิค แฮร์รี่ พอตเตอร์

  • This Time I Will Never เซเวอรัส สเนป กับ ลิลี่ เอฟเวนส์ (ยังไม่จบ)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่า
    :: หลังจากที่ เซเวอรัส สเนป ตายแล้ว เขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างตัวเองวัย 11 ปี ตอนที่ยังไมไ่ด้รับการคัดสรร เขาไม่รู้ว่านี่เป็นความฝันหรือความจริง แต่คราวนี้เขาจะไม่ยอมให้ลิลี่เป็นอะไรไปอีกแล้ว เขาจะปกป้องเธอเอง
    บทที่ 1
    บทที่ 2
    บทที่ 3
    บทที่ 4
    บทที่ 5
    บทที่ 6
  • Winter’s Dream อัลบัส พอตเตอร์ x สกอร์เปียส มัลฟอย (ยังไม่จบ)
    :: เรื่องสั้น, สกอร์เปียสหญิง, ข้ามมิติ
    :: แม้จะถูกส่งไปโบซ์บาตง แต่ สกอร์เปียส มัลฟอยก็ยังคงโดดเดี่ยวจนกระทั่งถูกกระจกดูดข้ามมิติไปเจอ อัลบัส พอตเตอร์ในอีกมิติหนึ่ง
    ตอนที่ 1
    ตอนที่ 2
    ตอนที่ 3
    ตอนที่ 4
    ตอนที่ 5

  • Only Me อัลบัส พอตเตอร์ x สกอร์เปียส มัลฟอย (ยังไม่จบ)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่านิด ๆ
    :: อัลบัสคิดว่าตนตกหลุมรักสกอร์เปียส แต่สกอร์เปียสคบกับโรสญาติของเขาอยู่แล้ว
    ตอนที่ 1
    ตอนที่ 2

  • Fluffy Issue อัลบัส x สกอร์เปียส (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, มุ้งมิ้ง, หางและหูแมว
    :: เมื่ออัลบัสกับสกอร์เปียสพยายามฝึกเป็นแอนิเมจัสเหมือนกับพวกปู่เจมส์ ซิเรียส

แฟนฟิค สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

#NiffNewt เจ้านิฟเฟลอร์ตัวแสบกับนิวท์ สคามันเดอร์

  • [NiffNewt] His Name is? (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, โรแมนติก(?)
    :: สาเหตุที่นิวท์ไม่ตั้งชื่อให้นิฟเฟลอร์ของเขา
  • บันทึกของนิฟเฟลอร์นักล่าขุมทรัพย์ Part 1-5 (ยังไม่จบ)
    :: เรื่อยเปื่อยและโรแมนติกนิด ๆ มั้ง ฮา
    :: นิฟเฟลอร์เป็นพ่อมดแอนิเมจัสนักขุดทองตามเหมือง บังเอิญได้มาเจอกับนิวท์ผู้อยากได้นิฟเฟลอร์สักตัวมานานแล้ว จึงโดนซื้อตัวมาและท่องโลกไปด้วยกันอย่างมึน ๆ
  • Live Happily Ever After (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ซึ้งนิด ๆ
    :: นิฟเฟลอร์เปรียบตัวเองเสมือนตัวประกอบในนิทานที่คอยช่วยเจ้าหญิง(นิวท์)ให้สมหวัง

#JacobQueenie

  • Exception (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, โรแมนติก
    :: เจคอบเป็นความสงบใจของควีนนี่

#Gradence

  • Grave SenSei (ยังไม่จบ)
    :: เรื่องสั้น(มั้ง), โรแมนติก(?)
    :: AU คุณเกรฟ์มาเป็นอาจารย์พิเศษให้กับ โรงเรียนมาโฮโทะโคะโระ โรงเรียนเวทมนตร์ของญี่ปุ่นที่ครีเดนซ์เรียนอยู่
    Graves Sensei [1]
    Graves Sensei [2]
    Graves Sensei [3]

แฟนฟิค แฮร์ริสัน ออสเตอร์ฟิลด์ กับ ทอม ฮอลแลนด์
#HarrisonTom

  • Happy Birthday, Haz 1 – 2 (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, มุ้งมิ้ง
    :: เมื่อแฮร์ริสันได้รับสิ่งที่ไม่คาดฝันจากทอมเป็นของขวัญ
  • Bad Mate  1  –  2  – 3  –  4  – 5  –  6  –  7  –  8  –  9  – 10  (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่านิด ๆ
    :: แฮร์ริสันตัดสินใจจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความรักของไรอันกับทอม
  • Luckiest Happiest (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, สบาย ๆ, โรแมนติก(มั้ง)
    :: แฮร์ริสันคิดว่าตนเป็นคนโชคดีที่สุดในโลกที่มีทอมอยู่ข้าง ๆ
  • Hold You Dear (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น. สบาย ๆ. โรแมนติก
    :: แฮร์ริสันผู้ดูแลทอมอย่างดี
  • The Fool เจ้าคนซื่อบื้อ (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, มุ้งมิ้งมั้ง
    :: คนซื่อบื้อ ไม่รู้เลยว่าอีกคนเขาแอบรักอยู่

 

แฟนฟิค Dunkirk

  • Aftermath กิ๊บสัน และ ทอมมี่ (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, หม่น
    :: ทอมมี่หลังจากสงครามจบลง

 

แฟนฟิค เฮตาเลีย

  • หนึ่งปีหกเดือน (อเมริกา x ญี่ปุ่น) 1 – 2 – 3 – 4 (ยังไม่จบ)
    :: เรื่องสั้น, สบาย ๆ, น่ารักมั้ง
    :: ฮอนดะ คิคุ นักเขียนญี่ปุ่นวัยสี่สิบได้รับอัลเฟรดหนุ่มอเมริกาวัยสิบเก้าปีมาอยู่ด้วยชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง

 

แฟนฟิค มาร์เวล ฮีโร่

  • Don’t Be Greedy แซม วิลสัน กับ สตีฟ โรเจอร์ส  (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่านิด ๆ
    :: แซมเกิดความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นมา
  • Till The End of The Feeling ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ x โทนี่ สตาร์ค (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่านิด ๆ
    :: โทนี่ขอปีเตอร์แต่งงาน แต่ว่าถูกปฏิเสธ

  • Never Answer ฮาเวิร์ด สตาร์ค กับ สตีฟ โรเจอร์ส (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่า
    :: ฮาเวิร์ดสงสัยว่าคนที่พร้อมจะสละตัวเองเพื่อช่วยผู้อื่นอย่างสตีฟจะมีจริง ๆ หรือ

  • After The Rainbow แซม วิลสัน กับ เจมส์ บาร์นส์ (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, สบาย ๆ
    :: แซมกับเจมส์พักอยู่ในตึกเดียวกัน แต่ไม่เคยพบกันเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง…

  • Keep Dancing On My Own เอ็ดวิน จาร์วิส กับ โทนี่ สตาร์ค (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่า
    :: โทนี่คิดถึงจาร์วิสของเขา

  • I (am) Like Bird แซม วิลสัน กับ เจมส์ บาร์นส์ (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, สบาย ๆ
    :: แซมกับเจมส์แอบชอบนาตาชาแต่นกทั้งคู่

  • Like The Rainbow Cake แซม วิลสัน กับ เจมส์ บาร์นส์ (จบแล้ว)
    :: เรื่องสั้น, ดราม่านิด ๆ
    :: วันเกิดเจมส์

 

 

Original

 

AI Story

นิยายไซไฟอบอุ่น เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ในโลกอนาคตกับแม่ของเขา

Advertisements
SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 13 (จบ)

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1  บทที่ 2  บทที่ 3  บทที่ 4  บทที่ 5  บทที่ 6

บทที่ 7  บทที่ 8  บทที่ 9  บทที่ 10  บทที่ 11  บทที่ 12

 

 

XIII

 

เซเวอรัสจัดฉากให้ลูเซียสรู้ว่าเขาเองที่เป็นผู้รักษาความลับของครอบครัวพอตเตอร์ จอมมารจึงโกรธมากเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกตัวหมากที่ไว้ใจทรยศ เขาบังคับให้ชายหนุ่มบอกที่อยู่ของพวกนั้นแก่เขา แต่แน่นอนว่าเซเวอรัสไม่มีทางพูด

 

ชายหนุ่มทิ้งไม้กายสิทธิ์ลง ไม่มีการป้องกันตัวใดใด เขาตัดสินใจแล้วว่าจะยอมตายเพื่อครอบครัวพอตเตอร์

 

โทสะของจอมมารถึงขีดสุด เขาเสกคำสาปกรีดแทงทรมานเซเวอรัสจนชายหนุ่มแทบจะอยากจะตายไปให้พ้น เสียงกรีดร้องของเขาดังระงมไปทั่วท่ามกลางรอยยิ้มอย่างสะใจของผู้เสพความตายคนอื่น ๆ

 

จอมมารทรมานเขาและหยุดเพื่อบังคับให้เขาพูด แต่ไม่ว่าจะโดนทรมานจนเสียงกรีดร้องแหบแห้งแค่ไหน เซเวอรัสก็ไม่ยอมปริปาก โวลเดอมอร์จึงเริ่มหมดความอดทน เขาลงมือสังหารเซเวอรัสด้วยตัวเอง ก่อนจะบุกไปยังก็อดดริกส์โฮลโล่ ตามที่เขาเค้นเอาภาพความทรงจำของเซเวอรัสมาได้ ครอบครัวพอตเตอร์จะต้องอยู่ที่นั่น

 

คืนนั้นเอง ดัมเบิลดอร์เป็นคนชวนเจมส์กับลิลี่ออกมาเดินเล่น ทั้งสองคิดว่าหากตนอยู่กับดัมเบิลดอร์ก็คงไม่เป็นไร แต่จอมมารกลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโบสถ์ซึ่งพวกเขาเคยใช้จัดงานแต่งของเจมส์กับลิลี่

 

ทั้งสี่คนดวลกัน แต่โวลเดอมอร์ไม่อาจเอาชนะอีกสามคนได้ และไม่ว่าจะเสกคำสาปใดไปก็สะท้อนกลับหมด เขาไม่อาจแตะต้องลิลี่ เจมส์ และดัมเบิลดอร์ได้เลย

 

“ทำไมถึง–”

 

“เธอไม่เข้าใจหรือ ทอม” ดัมเบิลดอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังสั่งสอนศิษย์หัวทึบคนหนึ่ง “เซเวอรัส สเนป สละชีวิตเพื่อปกป้องลิลี่ เจมส์ และแฮร์รี่ เธอจึงไม่มีทางแตะต้องพวกเขาได้เลย ทอม”

 

โวลเดอมอร์ไม่เชื่อคำนั้น เขาพยายามเสกคำสาปพิฆาตใส่ลิลี่ แต่แล้วคำสาปสะท้อนกลับใส่ตัวเอง

 

เสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานดังก้องไปทั่วก็อดดริกส์โฮลโล่ ก่อนที่ร่างของโวลเดอมอร์จะสลายกลายเป็นผงธุลี เจ้าแห่งศาสตร์มืดจากไปแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่พวกเขาทั้งสามคนปลอดภัย และแฮร์รี่ที่นอนหลับอยู่ในเปลก็ปลอดภัยเช่นกัน

 

เซเวอรัสได้ทิ้งจดหมายฉบับหนึ่งไว้ให้ดัมเบิลดอร์ ในนั้นเล่าเรื่องฮอร์ครักซ์ของโวลเดอมอร์ไว้ และเตือนเรื่องพวกเลสแตรงจ์จะบุกโจมตีครอบครัวลองบัตท่อม ขอให้พวกเขาระวังไว้ จนกว่าจะจับผู้เสพความตายตามรายชื่อที่เซเวอรัสแนบมาด้วยได้หมดทุกคน

 

งานศพของเซเวอรัส สเนปจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยดัมเบิลดอร์เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด เขาเล่าวีรกรรมของเซเวอรัสให้ทุกคนที่มาร่วมงานฟัง เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไป ผู้วิเศษจากทั่วสารทิศก็มาเคารพศพของเซเวอรัส แม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักชายหนุ่มเลยก็ยังดื่มให้เขาในฐานะวีรบุรุษผู้เสียสละตนเพื่อปราบเจ้าแห่งศาสตร์มืด

 

พ่อแม่ของเซเวอรัสใจสลาย แม้เจมส์กับลิลี่สัญญาว่าจะดูแลพวกเขาทั้งสองคนแทนเซเวอรัส แต่พวกเขาแทบไม่อยากมองหน้าครอบครัวพอตเตอร์เลย พ่อของเซเวอรัสเกือบจะต่อยหน้าเจมส์กลางงานศพ แต่ดัมเบิลดอร์เข้ามาไกล่เกลี่ยได้ทัน

 

ความโศกเศร้ายังคงเกาะกินใจของลิลี่ไปนานแสนนาน จนกระทั่งหนึ่งปีต่อมา เธอได้รับจดหมายเซเวอรัส โดยมีม้วนกระดาษแผ่นเล็กจากแม่ของเขาแนบไว้ว่าเซเวอรัสทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้ให้เธอ

 

 

ลิลี่ที่รัก

 

เมื่อเธอได้รับจดหมายฉบับนี้ ฉันคงจากไปนานแล้ว

ขอให้เธอรู้ไว้ว่า ฉันเต็มใจทำแบบนี้ด้วยตัวเอง ฉันไม่อาจทนเสียเธอไปโดยไม่ทำอะไรได้อีกแล้ว ไม่ว่าโลกแห่งนี้จะเป็นความจริงหรือเป็นเพียงความฝันของฉันก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ชีวิตของฉันหลังจากที่เธอจากไป มันช่างว่างเปล่า ฉันมีชีวิตอยู่ราวกับร่างไร้วิญญาณ ทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ แต่ไร้ความรู้สึก คราวนี้ฉันจึงเลือกทางนี้ ทางที่ฉันจะไม่ต้องทุกข์ทรมานหลังจากเสียเธอไป

เพราะงั้นเธออย่าได้โทษตัวเองเลยนะ ฉันเป็นคนเลือกทางที่เห็นแก่ตัวนี้เอง

ขอโทษด้วยที่ตัดสินใจเอาเองโดยไม่ได้บอกเธอ

ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอเธอ ดีใจจริง ๆ ที่เราเป็นเพื่อนกัน ขอบคุณนะ ลิลี่ เธอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันเลย

 

รักเสมอ

เซเวอรัส สเนป

 

End

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนจบนี้นะคะ

จริง ๆ เราจัดรวมเล่มด้วย เล่มล่ะ 200 บาท หนังสือขนาด B6 จำนวน 125 หน้า ในเล่มเป็นกระดาษ Green Read ค่ะ

ส่วนหน้าปกเป็นแบบนี้ค่ะ

wCYNBECv

ขอบคุณมายที่ทำปกให้พี่นะคะ (ใครสนใจติดต่อนักวาดได้ที่เพจ คุณมายฝึกวาดรูป)

หากสนใจซื้อหนังสือเรื่องนี้สามารถติดต่อเราทางคอมเม้นท์หรือทางทวิตเตอร์ @nonsenseman ได้เลยค่ะ

โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นผลงานที่ผิดพลาดเรื่องหนึ่งของเราค่ะ เหมือนยังเขียนได้ไม่ถึงขั้น แต่ก็สุด ๆ แล้วสำหรับเราในตอนนี้ เราต้องพัฒนาอีกเยอะเลยค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกล้มเหลวนี้อีกในครั้งต่อ ๆ ไป

ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 12

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่ บทที่ 1  บทที่ 2  บทที่ 3  บทที่ 4  บทที่ 5

บทที่ 6  บทที่ 7  บทที่ 8  บทที่ 9  บทที่ 10  บทที่ 11

 

 

XII

 

เมื่อคนเรามีความสุข เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ วันเวลาของเซเวอรัสจึงเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว สวนทางกับความรู้สึกเปี่ยมสุข ช่วงเวลาที่เขาได้ใช้ชีวิตในฮอกวอตส์อย่างมีความสุขทุกวันกับลิลี่ได้ผ่านไปแล้ว

 

ลิลี่เริ่มเปิดใจให้เจมส์ตอนที่ทั้งคู่เรียนปีหก และตกลงคบกันในฐานะคนรัก

 

ก่อนที่ลิลี่จะตัดสินใจคบกับเจมส์ เธอบอกกับเซเวอรัสตามตรงว่า เธอคิดกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น เธอรู้ตัวแล้วหลังจากขบคิดมานาน เธอรู้แล้วว่าความรักที่มากกว่าเพื่อนเป็นอย่างไร และเธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเขา

 

เซเวอรัสนิ่งฟังเธอด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เขาคงชินชาเสียแล้วกับความจริงที่ว่า ลิลี่ไม่ได้รักเขา เด็กหนุ่มจึงบอกเธอว่า ไม่เป็นไรหรอก แค่เธอยังเป็นเพื่อนเขา เขาก็ดีใจมากแล้ว และไม่ได้คัดค้านหรือแสดงท่าทีต่อต้านใดใด เมื่อลิลี่บอกเขาว่า เธอตัดสินใจจะคบกับเจมส์ เซเวอรัสคิดว่าเขาได้พยายามแล้ว พยายามที่จะเปลี่ยนใจเธอ พยายามที่จะให้เธอหันมารักเขา แต่ลิลี่ยังเลือกเจมส์ แม้จะรู้สึกเจ็บใจ แต่เขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

 

ลิลี่กับเจมส์แต่งงานกันหลังจากจบจากฮอกวอตส์ได้หนึ่งปี พิธีจัดที่โบสถ์เล็ก ๆ ใกล้บ้านของเจมส์ที่ก็อดดริกส์โฮลโล่ แขกเรื่อในงานมีเพียงพ่อแม่ของทั้งสอง เพ็ตทูเนียที่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องตามคำขอร้องของแม่ เพื่อน ๆ ในกลุ่มของลิลี่ ซิเรียสซึ่งเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว รีมัส ปีเตอร์ คนในภาคีนกฟีนิกซ์ บาธิลดา แบ็กช็อต เพื่อนบ้านของครอบครัวพอตเตอร์ ดัมเบิลดอร์ และเซเวอรัสที่เข้าร่วมเพียงเพราะลิลี่ขอร้องให้มา

 

ลิลี่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสวยจนเซเวอรัสแทบหยุดหายใจ เรือนผมสีแดงของเธอถูกม้วนขึ้นและประดับด้วยมงกุฎกุหลาบขาว ดวงตาสีเขียวสดใสของเธอทอประกายสุขล้น รอยยิ้มร่าเริงของเธอที่ส่งมาให้ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเต็มตื้นและขณะเดียวกันก็ปวดใจด้วย ลิลี่ดูมีความสุขมากเสียจนเซเวอรัสรู้สึกเจ็บปวด กระนั้นเขาก็ส่งยิ้มอย่างฝืดฝืนให้เธอ และอดทนร่วมพิธีจนจบ และเร่งจากไปโดยไม่ได้บอกลาเธอ

 

เซเวอรัสไม่อาจยินดีไปกับลิลี่ได้ เขาจึงหันเหความสนใจโดยการทุ่มเทเป็นสายลับให้กับภาคีนกฟีนิกซ์ ซึ่งทั้งเขา ลิลี่ และพวกพอตเตอร์เข้าร่วมทันทีที่บรรลุนิติภาวะ

 

นอกจากเขาแล้วยังมีรีมัส ลูปิน ซึ่งเป็นสายลับให้กับภาคีด้วย เซเวอรัสตัดสินใจบอกดัมเบิลดอร์ว่า เขาปรุงยาระงับหมาป่าได้เมื่อเขาขึ้นปีเจ็ด ดัมเบิลดอร์ดีใจมากที่รีมัสจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในคืนวันเพ็ญอีกต่อไป

 

รีมัสรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณของเขามาก แม้เซเวอรัสจะไม่ต้องการก็ตาม เขาแค่ทำไปเพราะรีมัสถือเป็นเพื่อนของลิลี่คนหนึ่ง และจะมีประโยชน์ต่อแฮร์รี่ในอนาคตก็เท่านั้นเอง

 

เซเวอรัสทำหน้าที่สายลับได้ดีเช่นเคย เขาทำให้ลูเซียสไว้ใจและพาเขาเข้าร่วมกลุ่มได้ จอมมารเองก็ไว้ใจเขามาก เพราะเซเวอรัสเป็นสายสืบให้พวกเขาได้อย่างไร้ที่ติ เขาบอกข้อมูลสำคัญให้จอมมารมากมาย เขาบอกที่อยู่ของคนในภาคีนกฟีนิกซ์ให้ได้ แต่ก็บอกให้คนในภาคีเตรียมรับมือผู้เสพความตายไว้เช่นกัน และบอกที่อยู่ของผู้เสพความตายให้กับภาคีด้วย เพราะอย่างนั้นแทนที่ผู้เสพความตายจะเก็บคนของภาคีได้ทีละคนเหมือนเมื่อก่อน กลับกลายเป็นคนของภาคีจับผู้เสพความตายได้ทีละคน ผู้เสพความตายที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาหลายสิบเท่าจึงลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงสองในสาม

 

โวลเดอมอร์เริ่มสงสัยหลังจากผู้เสพความตายถูกจับกุมมากจนผิดสังเกต จอมมารรู้สึกตัวช้าเพราะในสายตาของเขา ผู้เสพความตายก็เป็นเพียงหมากให้เขาใช้เดินเกมเท่านั้น แต่เมื่อหมากในมือลดลงไปถึงหนึ่งในสาม จอมมารก็เริ่มสืบหาหนอนบ่อนไส้

 

ตอนแรกโวลเดอมอร์สงสัยรีมัส ลูปินมากที่สุด แต่เมื่อเขาออกคำสั่งให้เซเวอรัสกำจัดรีมัส เซเวอรัสไม่อาจทำได้ จึงบอกให้ลูปินไปซ่อนตัว ส่วนตัวเองกลับไปรายงานว่าเขาคลาดกับลูปิน ตอนนั้นเองที่จอมมารเริ่มสงสัยเซเวอรัส จึงจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

 

เซเวอรัสไม่อาจกระดิกตัวทำอะไรได้ ได้แต่รับคำสั่งของจอมมารอย่างว่าง่าย แม้จะเป็นคำสั่งทรมานหรือฆ่ามักเกิ้ลและพ่อมดแม่มดผู้ไร้ความผิดใดใด แค่เพียงเพราะเป็นมักเกิ้ลและเกิดจากมักเกิ้ลเท่านั้น เซเวอรัสจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อให้จอมมารเชื่อใจเขา แม้ตัวเองจะต้องทุกข์ทรมานกับการฝันร้ายคืนแล้วคืนเล่าก็ตาม

 

เมื่อดัมเบิลดอร์เปิดรับสมัครอาจารย์วิชาปรุงยา จอมมารสั่งให้เซเวอรัสไปสมัครตำแหน่งนี้ เพื่อสืบข่าวจากฮอกวอตส์ให้เขา เซเวอรัสรู้ว่าในวันสัมภาษณ์งาน เขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ชายหนุ่มพยายามขอร้องดัมเบิลดอร์ว่า เขาจะไม่บอกคำพยากรณ์นี้ให้กับจอมมาร หากจอมมารไม่รู้ ลิลี่ก็จะไม่ต้องตกเป็นเป้าหมาย แต่ดัมเบิลดอร์สั่งให้เขาบอกเพียงครึ่งเดียว เหมือนกับที่เขาเคยบอกจอมมารไปแล้ว เพื่อให้คำพยากรณ์เป็นจริง

 

“ถึงเธอไม่บอก คนอย่างเขาก็ต้องหาทางรู้จนได้ สู้เธอไปบอกเขาเองไม่ดีกว่าหรือ เพื่อให้มั่นใจว่า เขาจะได้รู้เพียงครึ่งเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด”

 

ดัมเบิลดอร์พยายามกล่อมเซเวอรัส และชายหนุ่มต้องยอมรับว่าดัมเบิลดอร์มีเหตุผล เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำตามที่ดัมเบิลดอร์ต้องการ

 

เมื่อถึงเวลาเตือนเจมส์กับลิลี่ที่กำลังตั้งครรภ์ว่า ลูกชายของพวกเขาตกเป็นเป้าหมาย แม้ลิลี่จะอยากให้เซเวอรัสเป็นผู้รักษาความลับ แต่เจมส์ไม่ยอม เจมส์ไม่ไว้ใจเขา ซึ่งเซเวอรัสก็คาดไว้แล้วว่าชายหนุ่มจะต้องไม่ยอม เขาจึงงัดสิ่งที่เจมส์เคยสัญญากับเขาไว้ตอนปีหนึ่งขึ้นมา

 

“จำที่เราพนันกันตอนปีหนึ่งได้ไหม นายสัญญาว่าจะทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”

 

เซเวอรัสมองหน้าเจมส์ซึ่งขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มย่อมจำได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ให้กับเซเวอรัส

 

“ฉันขอให้นายยอมให้ฉันเป็นผู้รักษาความลับ”

 

แม้ตอนแรกเจมส์จะยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว กระทั่งดัมเบิลดอร์ยืนยันว่าเซเวอรัสไว้ใจได้ เจมส์ก็ยังไม่ยอม จนลิลี่ต้องยอมบอกเรื่องที่เซเวอรัสรู้ว่า หากพวกเขาให้ปีเตอร์เป็นผู้รักษาความลับจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปีเตอร์จะทรยศพวกเขาเพราะกลัวจอมมาร และหลบหนีตลอดชีวิต ซิเรียสจะต้องไปลงเอยในคุก
อัซคาบันถึงสิบสองปี แม้หนีออกมาได้ก็ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนจนตาย เธอกล่อมจนเจมส์ยอมเชื่อ และตกลงให้เซเวอรัสเป็นผู้รักษาความลับในที่สุด เพื่อเพื่อน ๆ ของเขา

 

ดัมเบิลดอร์บอกทั้งสองว่า มีเวลาจนถึงวันฮาโลวีนปีหน้า เจมส์กับลิลี่กอดกันแน่น เซเวอรัสหลุบตาลงมองพื้นอย่างขมขื่น

 

~*~*~*~

 

เซเวอรัสทำให้แน่ใจว่าจอมมารจะไม่ล่วงรู้ความลับของเขา จนกว่าจะถึงวันฮาโลวีนปีหน้า ชายหนุ่มไปหาลิลี่ที่ก็อดดริกส์โฮลโล่บ้างตามคำขอร้องของเธอ เซเวอรัสอยากเจอเธอ แต่ก็ไม่อยากเห็นหน้าเจมส์ และเพราะเขาเกรงว่าจอมมารอาจจะล่วงรู้ เขาจึงไม่อาจไม่หาเธอบ่อย ๆ ได้

 

หลังจากแฮร์รี่เกิด เซเวอรัสก็ไม่ได้ไปหาเธออีกเลย เขาปล่อยให้เธอใช้เวลากับครอบครัวของเธอ ในขณะที่เขาพาพ่อกับแม่ไปซ่อนไว้ในชนบทที่ห่างไกล เพื่อป้องกันไม่ให้จอมมารและ
ผู้เสพความตายตามไปเจอ และใช้พ่อแม่บีบบังคับเขา

 

คืนก่อนวันฮาโลวีน ดัมเบิลดอร์เรียกเซเวอรัสไปที่ห้องทำงาน

 

“เซเวอรัส นั่งลงก่อนสิ”

 

เมื่อชายหนุ่มมาถึง อาจารย์ใหญ่ก็เชิญให้เขานั่งลงบนเก้าอี้นวมมีที่รองแขนหนานุ่ม เซเวอรัสนั่งเงียบ รอให้ดัมเบิลดอร์เอ่ยธุระ แต่ชายชรากลับจ้องเขาด้วยดวงตาสีฟ้าที่บัดนี้ไม่มีประกายวิบวับอย่างเคย มีเพียงความเห็นใจและเศร้าโศก เซเวอรัสไม่อาจทนสายตานั้นได้นาน จึงเอ่ยถามขึ้น

 

“คุณเรียกผมมาทำไม”

 

ดัมเบิลดอร์ยังไม่ตอบคำถามของเขาทันที ชายชราถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยปาก

 

“เธอจะทำอย่างนี้จริง ๆ หรือ เซเวอรัส”

 

ชายหนุ่มนิ่งงันไปเมื่อได้ฟังคำถามนั้น ดัมเบิลดอร์รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร

 

“คุณห้ามผมไม่ได้หรอก ดัมเบิลดอร์ ผมตัดสินใจแล้ว”

 

ดัมเบิลดอร์จ้องมองเขาเนิ่นนาน เซเวอรัสรู้สึกเหมือนเขาเห็นดวงตาสีฟ้าคู่นั้นมีน้ำตาคลอ แต่นั่นอาจจะเป็นแค่เงาจากแว่นตาของชายชราก็ได้

 

“ถ้าอย่างนั้น เรามาดื่มกันหน่อยไหม”

 

ดัมเบิลดอร์โบกไม้กายสิทธิ์ ประตูตู้ใบหนึ่งเปิดออก ก่อนที่ขวดใส่บัตเตอร์เบียร์กับแก้วใสสองใบจะลอยมาจัดเรียงตัวเองที่โต๊ะตรงหน้าพวกเขา

 

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบดื่มเหล้า แต่ถ้าเป็นบัตเตอร์เบียร์ คงได้สินะ” อาจารย์ใหญ่รินบัตเตอร์เบียร์จากขวดใส่แก้วทั้งสองใบ ก่อนจะหยิบแก้วใบหนึ่งชูขึ้นแล้วพูดว่า

 

“ฉันขอดื่มให้เธอ เซเวอรัส สเนป”

 

แล้วชายชราก็ยกเครื่องดื่มในมือ ดื่มจนหมดแก้วในครั้งเดียว เซเวอรัสมองดัมเบิลดอร์ดื่มบัตเตอร์เบียร์ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีก้อนอารมณ์จุกอยู่ที่คอ เขาค่อย ๆ ยกแก้วที่เหลือขึ้นจิบบ้าง รสชาติหวานละมุนของบัตเตอร์เบียร์แผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก ก้อนความรู้สึกที่อยู่ในอกค่อย ๆ คลายลง เหลือเพียงความอบอุ่นจากเครื่องดื่มที่แทรกซึมไปทั่วร่าง

 

“ฝากเธอด้วยนะครับ”

 

เซเวอรัสรวบรวมเสียงของตัวเองเอ่ยออกมา แม้จะเป็นเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ดัมเบิลดอร์ก็ได้ยิน เขาพยักหน้ารับคำ

 

“แน่นอน ฉันให้สัญญา”

 

~*~*~*~

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ T T

บทที่ 13 (จบ)

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 11

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

บทที่ 8

บทที่ 9

บทที่ 10

 

 

XI 

 

เมื่อปีสามมาเยือน สิ่งที่เด็กนักเรียนฮอกวอตส์ต่างรอคอยก็คือ การได้ไปเที่ยวฮอกส์มี้ดในวันหยุด เซเวอรัสและลิลี่ได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวทั้งคู่ ทว่า สำหรับเซเวอรัสแล้ว การไปฮอกส์มี้ดก็ไม่ต่างจากการทรมานตัวเอง เนื่องจากฐานะทางบ้านของเขาไม่ดีพอจะให้เด็กชายใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย การต้องไปเห็นร้านรวงที่เต็มไปด้วยขนมน่าอร่อยและของเล่นน่าสนใจ แต่ไม่อาจซื้อได้ ทำให้เด็กชายรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อก่อนเซเวอรัสจึงเลือกที่จะอยู่โยงเฝ้าปราสาท ทว่า สำหรับเขาตอนนี้
ที่ผ่านความยากแค้นมาหลายสิบปี มีความอดทนมากขึ้น หรือจะบอกว่าความอยากได้สิ่งของต่าง ๆ ของเขาลดลง เซเวอรัสจึงตัดสินใจไปฮอกส์มี้ดเพื่อจะได้คอยดูแลลิลี่ หรือหากจะพูดอีกอย่างคือ เพื่อคอยกันท่าไม่ให้พอตเตอร์เข้าใกล้เธออย่างง่ายดายเกินไปนัก

 

เจมส์ พอตเตอร์ เริ่มแสดงออกว่าเด็กชายมีใจให้ลิลี่ เริ่มจากการแกล้งเดินเล่นบนรถไฟด่วนฮอกวอตส์ เพื่อจะดูว่าเด็กหญิงนั่งอยู่ตู้ไหน เมื่อเห็นลิลี่นั่งอยู่กับเซเวอรัส เด็กชายก็ประตูเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะกลับไปยังตู้ของตัวเองเมื่อได้รับคำทักทายจากเธอแล้ว แม้เซเวอรัสจะไม่สบอารมณ์ แต่เขาก็ฉลาดเกินกว่าจะแสดงออกว่าหึงหวงลิลี่อย่างที่เมื่อก่อนเขาเคยทำ เด็กหญิงจะไม่ชอบใจ และเจ้านั่นจะมีข้ออ้างให้อยู่ที่ตู้โดยสารนี้นานขึ้น หากเขาสอดปากขึ้นมา

 

ต่อมา เจมส์ยังคงแสดงออกชัดเจนว่าเขาชอบลิลี่ เด็กชายทักทายเธอทุกครั้งที่เห็นเธอ และยังเอ่ยปากขอให้เธอไปดูเขาแข่งควิดดิช จนเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มของลิลี่เอ่ยปากแซว ทุกครั้งที่แข่งชนะ เจมส์จะมองหาลิลี่ท่ามกลางฝูงชน เพื่อดูว่าเธอปลื้มชัยชนะของเขาหรือไม่

 

แม้ลิลี่จะไม่ได้แสดงท่าทีว่าชอบเจมส์ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกว่ารังเกียจเขา แน่ล่ะว่าเธอยังมองว่าเขาเป็นคนอวดดี ขี้โอ่ ชอบเป็นจุดสนใจ และหลงตัวเอง แต่เพราะพวกเจมส์ไม่ได้ยุ่งกับเซเวอรัส ไม่ได้คอยหาเรื่องเพื่อนของเธอ ความรู้สึกของเด็กหญิงที่มีต่อพวกเจมส์จึงดีขึ้นมาเล็กน้อย

 

เย็นวันหนึ่ง เจมส์พยายามชวนเธอไปเที่ยวฮอกส์มี้ดด้วยกัน แต่เด็กหญิงบอกว่าเธอมีนัดกับเซเวอรัสแล้ว

 

“เธอกับสเนปเป็นแฟนกันเหรอ”

 

เด็กชายเอ่ยถามเธอตามตรง ตรงเสียจนลิลี่หน้าแดง

 

“เปล่า! เราเป็นเพื่อนกัน”

 

เจมส์ยิ้มเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาบอกว่า “ถ้างั้น ไว้คราวหน้าไปด้วยกันนะ ตกลงไหม”

 

ลิลี่ไม่เห็นเหตุผลที่จะปฏิเสธเขา เธอจึงตอบ “ก็ได้” แล้วรีบเดินหนีเด็กชายไปยังห้องสมุด ทิ้งให้เจมส์ยืนยิ้มกว้าง ก่อนจะกระโดดตัวลอยกลับไปหาซิเรียส รีมัส และปีเตอร์ที่รอเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นรวมเพื่อเล่าเรื่องลิลี่ให้เพื่อน ๆ ฟัง

 

“เจ้านั่นต้องการอะไรเหรอ”

 

เซเวอรัสกระซิบถามอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อลิลี่มาสมทบกับเขาที่ห้องสมุด

 

“ก็แค่มาชวนไปฮอกส์มี้ดด้วยกัน แต่ฉันบอกไปแล้วว่าฉันจะไปกับเธอ” เด็กหญิงตอบขณะหยิบเรียงความวิชาแปลงร่างที่เขียนค้างไว้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ

 

เซเวอรัสมองเธอลุกไปค้นหนังสืออ้างอิง เด็กชายอ้าปากราวกับอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูด แล้วกลับไปสนใจเรียงความของตัวเองซึ่งไม่คืบหน้าเลย เพราะมัวแต่รอถามลิลี่เรื่องเจมส์

 

หลังจากเด็กหญิงนั่งลงเขียนเรียงความไปได้ไม่กี่นาที เซเวอรัสก็หมดความอดทน

 

“ลิลี่ เธอคิดยังไงกับเขา”

 

“เขาไหน” ลิลี่เอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าจากเรียงความ เธอรู้ดีว่าเด็กชายหมายถึงใคร แต่ถามเพื่อถ่วงเวลาเสียมากกว่า

 

“เจมส์ พอตเตอร์ เธอคิดยังไงกับเขาเหรอ”

 

เด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดโดยไม่หันมามองเซเวอรัสว่า “ไม่รู้สิ ฉันว่าเขาชอบอวดเก่งและหลงตัวเองมากไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนะ”

 

คำตอบของลิลี่ทำให้เซเวอรัสรู้สึกไม่พอใจ แต่ก่อนลิลี่ยังเรียกเจ้านั่นว่า “ผ้าขี้ริ้วจอมยโส” อยู่เลย

 

เด็กชายอยากจะบอกเธอว่าเจ้านั่นเคยทำอะไรเขาไว้ในอดีต อยากให้เธอเห็นว่าเจ้านั่นร้ายกาจกับเขาแค่ไหน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากับเธอต้องสิ้นสุดความเป็นเพื่อนกัน แต่เขารู้ดีว่าไม่ควรพูด จึงนั่งเขียนเรียงความของตัวเองไปเงียบ ๆ

 

~*~*~*~

 

เมื่อถึงวันไปฮอกส์มี้ด ลิลี่ดูสวยน่ารักในชุดกระโปรงสีน้ำเงินแขนตุ๊กตาที่มีลายดอกไม้เล็ก ๆ สีขาวกระจายทั่วผืนผ้า อากาศในเดือนตุลายังไม่ถึงกับหนาว แต่ก็เริ่มเย็น เธอจึงสวมเสื้อมีฮู้ดแขนยาวสีขาวทับอีกชั้น ส่วนเซเวอรัสนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มหมองกับกางเกงขายาวสีดำตัวเก่าของพ่อ ทำให้เขาดูเหมือนบริกรในร้านอาหารของมักเกิ้ล

 

“ชุดสวยดีนี่ สนิฟเวลลัส นายจะไปสมัครทำงานพิเศษที่ร้านไม้กวาดสามอันเหรอ”

 

ซิเรียสที่เดินตามหลังเซเวอรัสกับลิลี่อยู่ห่าง ๆ เอ่ยทักเสียงดังจนนักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนในบริเวณนั้นหันมามองเซเวอรัส บางคนหัวเราะอย่างเปิดเผย บางคนก็เบือนหน้าไปอีกทางเพื่อแอบขำ หน้าซีดขาวของเด็กชายขึ้นสีเข้มด้วยความอับอาย แต่ลิลี่หันไปถลึงตาใส่ซิเรียส และเจมส์ที่เดินตามหลังซิเรียสมา แล้วพูดกับเซเวอรัสว่า

 

“อย่าไปสนใจเลย ไปกันเถอะ”

 

เด็กหญิงเอื้อมมือมาคล้องแขนของเซเวอรัส ก่อนจะลากเขาให้เดินเร็วขึ้น เด็กชายแอบมองแขนของลิลี่ที่คล้องกับแขนเขา ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ขับไล่ความอับอายเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเองไปจนหมดสิ้น

 

ทั้งสองตรงไปยังหมู่บ้านฮอกส์มี้ดซึ่งเริ่มประดับประดาด้วยฟักทองและของตกแต่งต้อนรับวันฮาโลวีน ลิลี่ลากเซเวอรัสเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ และชี้ชวนให้ดูการประดับตกแต่งต่าง ๆ เช่น ตุ๊กตาค้างคาวที่บินอยู่เหนือเพดาน ดูสมจริงมากจนนึกว่าเป็นค้างคาวเป็น ๆ ทั้งสองเดินไปทั่วจนถึงเพิงโหยหวน แม้เซเวอรัสจะรู้ดีว่าผีอะไรนั่นไม่มีจริง แต่เขาก็ยังยอมตามลิลี่ไป และไม่ขัดจังหวะเธอเมื่อเธอเริ่มเล่าเรื่องผีที่ได้ยินมาจากเพื่อน ๆ อีกที

 

พวกเขาปิดท้ายวันด้วยบัตเตอร์เบียร์ร้านไม้กวาดสามอัน ลิลี่ยืนกรานจะเลี้ยงเขาให้ได้ เซเวอรัสจึงบอกเธอว่า เขาจะเก็บเงินค่าขนมมาจ่ายให้เธอทีหลัง แม้เธอจะทำหน้ามุ่ยตอนที่เขาพูดแบบนั้น แต่เด็กหญิงก็ยอมตกลง ทั้งสองจึงดื่มบัตเตอร์เบียร์อุ่น ๆ อย่างมีความสุข

 

~*~*~*~

เราอาจจะซอยตอนย่อยเกินไปหน่อย ขอโทษนะคะที่ทำให้ต้องลำบากคลิ๊กหลายรอบ ฮา

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้

บทที่ 12

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 10

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

 

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

บทที่ 8

บทที่ 9

 

 

 

 

เซเวอรัสไม่ได้คุยกับลิลี่เลยตั้งแต่วันนั้น รุ่งเช้า เมื่อเขาเจอเธอที่โต๊ะอาหาร เด็กหญิงก็ทักแค่ “อรุณสวัสดิ์” ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินขนมปังปิ้ง เมื่อขึ้นรถไฟด่วนฮอกวอตส์เพื่อกลับบ้าน ลิลี่ก็เลือกนั่งกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ เซเวอรัสจึงเลี่ยงไปนั่งตู้ว่างสุดขบวนเพียงลำพัง

 

ตอนนี้เขาปิดเทอมได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว เซเวอรัสออกตามหาเด็กหญิงทุกที่ที่พวกเขาเคยไป สนามเด็กเล่น ใต้ต้นไม้ริมแม่น้ำ เด็กชายไม่กล้าไปหาเธอที่บ้าน เขาจึงได้แต่วนเวียนอยู่แถวนั้น หวังว่าเธอจะปรากฎตัวขึ้นมาสักวัน

 

เด็กชายไม่โทษลิลี่ที่หลบหน้าเขา เพราะเขาพูดอะไรแบบนั้นออกไปกะทันหันเอง เธอคงตกใจ และต้องการเวลาคิด ไม่ว่าคำตอบจะออกมาเป็นแบบไหน เซเวอรัสก็เตรียมใจรับไว้แล้ว เรื่องเดียวที่เขาจะขอร้องลิลี่คือ ขอให้เธอเป็นเพื่อนเขาต่อไป อย่าได้หายไปจากชีวิตเขาอีกเลย เขาทนไม่ได้ที่จะต้องสูญเสียเธอไปอีกครั้ง

 

ขณะที่เซเวอรัสเฝ้ารออย่างกระวนกระวายอยู่นั้น ลิลี่เองก็คิดหัวแทบจะระเบิดว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี

 

ลิลี่เพิ่งเคยถูกเด็กผู้ชายบอกรักเป็นครั้งแรก เธอเข้าใจความหมายของคำว่า “รัก” ที่เขาบอกว่าไม่ใช่รักแบบเพื่อน แต่เด็กหญิงไม่เข้าใจตัวเองว่า เธอรู้สึกอย่างไรกับเซเวอรัสกันแน่

 

ตอนแรกเธอตกใจ เพราะคิดไม่ถึงว่าเซเวอรัสจะมีความรู้สึกแบบนั้นต่อเธอ ต่อมาเธอรู้สึกเขินอายและ…ดีใจ ใช่ เธอรู้สึกดีใจที่เขารักเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าเธอรักเซเวอรัสแบบเดียวกับที่เขารักเธอรึเปล่า เธอชอบที่พวกเขาสนิทกัน ชอบที่พูดคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ซึ่งหมายถึงทุกเรื่องจริง ๆ แม้แต่เรื่องที่คุยกับเพื่อน ๆ ผู้หญิงไม่ได้ เธอก็คุยกับเขาได้ เซฟเข้าอกเข้าใจเธอดี เขาฉลาดมาก และดีกับเธอเสมอ เธอชอบมีเขาอยู่ใกล้ ๆ เรียนด้วยกัน เล่นสนุกกัน พูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเรียนจบ ทำงานก็ยังเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ลิลี่ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกแบบนี้เป็นรักแบบเพื่อน หรือมากกว่านั้น เด็กหญิงลองไปถามเพ็ตทูเนียว่ารักแบบที่มากกว่าเพื่อนนั้นเป็นอย่างไร แต่พี่สาวของเธอกลับว่าเธอว่า หน้าไม่อาย

 

เด็กหญิงลอบถอนใจเมื่อนึกถึงพี่สาว บางทีทูนี่ก็ชอบทำเรื่องต่าง ๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก่อนเธอกับพี่สาวสนิทกันมากและทูนี่ก็ใจดีกับเธอมากกว่านี้ แต่หลังจากที่เธอเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ พี่สาวของเธอก็เปลี่ยนไป จ้องจะจับผิดเธอทุกอย่าง และบอกว่าเธอเป็นตัวประหลาด เมื่อตอนปิดเทอมหน้าร้อนคราวที่แล้ว ลิลี่พยายามจะสานสัมพันธ์กับพี่สาวให้เหมือนเมื่อก่อน แต่เพ็ตทูเนียแทบไม่เปิดใจรับเธอเลย เธอเขียนจดหมายไปกี่ฉบับ พี่สาวก็ไม่ตอบกลับ จนลิลี่เลิกเขียนไปเอง

 

ลิลี่เคยคิดว่าเธอเข้าใจเพ็ตทูเนียดี พี่สาวเธอแค่อยากมีเวทมนตร์เหมือนเธอเท่านั้น ไม่ได้เกลียดอะไรเธอจริงจังหรอก แต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้ว เธออาจจะไม่เข้าใจไรเลยก็ได้ ไม่เข้าใจพี่สาว ไม่เข้าใจเซฟ และไม่เข้าใจตัวเอง

 

เธอหลบอยู่แต่ในบ้านมาหลายวันแล้ว แม้จะยังคิดอะไรไม่ออก แต่เธอจะหลบหน้าเซเวอรัสต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ เธอต้องไปเผชิญหน้ากับเด็กชาย แค่บอกเขาไปตามตรงว่า เธอไม่รู้ เซเวอรัสคงเข้าใจเธอเหมือนที่เขาเข้าใจเธออย่างดีมาตลอด

 

วันรุ่งขึ้น ลิลี่ตื่นแต่เช้าไปที่ริมแม่น้ำซึ่งเธอกับเซเวอรัสมานั่งเล่นกันประจำ เด็กชายมาถึงก่อนแล้วอย่างที่เธอคาดไว้ เขานั่งพิงโคนต้นไม้ต้นโปรด สายตามองเหม่อไปยังแม่น้ำ

 

เด็กหญิงลอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความกล้าให้ตัวเอง ก่อนจะเดินตรงไปหาเซเวอรัส

 

เด็กชายหันมองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร เขาก็รีบผุดลุกขึ้นยืน และเดินตรงมาทางเธอช้า ๆ เรียกชื่อเธอออกมาด้วยความดีใจ

 

“ลิลี่”

 

“อรุณสวัสดิ์ เซฟ”

 

ลิลี่ยิ้มให้เขา แม้จะเป็นรอยยิ้มเกร็ง ๆ แต่เซเวอรัสก็ยิ้มตอบด้วยความโล่งใจ ในที่สุดเธอก็มา เธอไม่หลบหน้าเขาแล้ว

 

“เซฟ เรื่องที่เธอบอกฉันวันนั้น… ฉันอยากจะบอกกับเธอตามตรงนะ” เด็กหญิงสบตากับเด็กชายที่ยืนอยู่ห่างจากเธอสองก้าว แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวขาวซีดของเซเวอรัสจนดูราวกับว่า หากเธอกระพริบตา เขาอาจจะจางหายไปกับอากาศ

 

ลิลี่จึงไม่กล้ากระพริบตา ขณะพูดสิ่งที่เธอคิดออกไป

 

“ความจริงแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดกับเธออย่างไร ฉันรู้แค่ว่า ฉันชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ฉันชอบเวลาที่ได้อยู่กับเธอ แต่ฉันไม่รู้ว่าความรักที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนเป็นอย่างไร”

 

เด็กหญิงหยุดพิจารณาสีหน้าของเซเวอรัส เด็กชายเบิกตากว้างราวกับประหลาดใจในคำตอบของเธอ ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มซึ่งทำให้ใบหน้าที่ดูเย็นชาอยู่เสมอนั้นอบอุ่นขึ้นมา เด็กชายบอกกับเธอว่า

 

“ไม่เป็นไร ลิลี่ เธอยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร” เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาบ้าง “ฉันนึกว่าเธอจะไม่คุยกับฉันแล้วเสียอีก โล่งอกไปที”

 

“ฉันต้องคุยกับเธออยู่แล้ว เซฟ เราเป็นเพื่อนกันนะ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยรู้ไหม”

 

ลิลี่พูดอย่างจริงจัง เซเวอรัสรู้สึกตื้นตันใจ เขารู้ว่าเธอพูดจริง เขาจึงบอกเธอบ้าง “เธอก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ดีที่สุดในชีวิตฉันเลย”

 

เด็กหญิงยิ้มให้กับประโยคนั้น ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอเองก็โล่งใจเช่นกันที่เซเวอรัสไม่โกรธเธอ และดีใจที่เขาบอกว่า เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา

 

“ลิลี่ ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”

 

เด็กชายเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขาทรุดตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นโปรดที่ให้ร่มเงาเย็นสบาย แสงแดดที่ลอดผ่านกลุ่มใบไม้ซึ่งไหวตามแรงลมเอื่อย ๆ ทำให้เกิดแสงวิบวับจับต้องใบหน้าของเด็กทั้งสอง

 

“อะไรเหรอ”

 

เด็กหญิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม เธอยังคงรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาคุยกับเพื่อนเหมือนเดิม

 

“จากนี้ไปฉันอาจจะไปเข้าร่วมกับกลุ่มผู้เสพความตาย—แต่ไม่ใช่เพราะอยากเข้าหรอกนะ ฉันจะเป็นสายสืบให้ภาคีของดัมเบิลดอร์น่ะ” เซเวอรัสรีบบอกเมื่อเห็นลิลี่ขมวดคิ้ว หลังจากเธอมีสีหน้าผ่อนคลายลง เขาก็เอ่ยต่อ “ฉันอาจจะต้องทำตัวร้ายกาจเพื่อให้พวกนั้นเชื่อใจฉัน เมื่อถึงตอนนั้น ฉันขอร้อง ขอให้เธอเชื่อใจฉัน ขอให้เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม…ได้ไหม”

 

ลิลี่มองหน้าเด็กชาย มองแววตาสีดำที่มีแววอ้อนวอนของเขา แม้เด็กหญิงจะไม่แน่ใจว่า ‘ทำตัวร้ายกาจ’ ที่เซเวอรัสพูดนั้นถึงขั้นไหน เธอเคยเห็นเขาทำตัวร้ายกาจกับพี่สาวของเธอมาแล้ว และเธอก็ไม่ชอบเลย แต่ช่วงหลังมานี้เซเวอรัสทำตัวดีมาก แม้จะยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนอื่นเท่าไร แต่ก็มีมารยาทมากพอจะคุยกับเพื่อนของเธอดี ๆ และไม่แกล้งเพ็ตทูเนียอีกเลย

 

เธอจึงเลือกที่จะเชื่อใจเขา

 

“ได้สิ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเป็นเพื่อนกันเสมอ ฉันสัญญา”

 

เด็กหญิงชูนิ้วก้อยข้างซ้ายขึ้นมา เซเวอรัสค่อย ๆ ยกมือขึ้น และเกี่ยวนิ้วก้อยของเขากับนิ้วก้อยของลิลี่ เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างร่าเริง เด็กชายยิ้มตอบเธอ ความรู้สึกเป็นสุขแผ่ไปทั่วร่าง จนเขาอยากจะหยุดช่วงเวลานี้ไว้

 

~*~*~*~

 

ใกล้จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ

บทที่ 11

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 9

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

 

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

บทที่ 8

 

IX

 

 

“กบช็อกโกแลต พายฟักทอง ทรัยเฟิล ไม้กายสิทธิ์รสชะเอม”

 

เซเวอรัสพยายามเดารหัสผ่านห้องอาจารย์ใหญ่ แต่รูปปั้นหินการ์กอยล์ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

 

“พุดดิ้งคริสต์มาส เบอร์ตี้บอตต์เยลลี่เม็ดทุกรส หมากฝรั่งของดรูเบิล เปปเปอร์อิมพ์ ปากกาขนนกน้ำตาลปั่น”

 

ทันใดนั้นเอง รูปปั้นก็กระโดดหลบไปด้านข้าง พร้อมกับที่กำแพงหินด้านหลังแยกออก เผยให้เห็นบันไดเวียนที่นำไปสู่ห้องอาจารย์ใหญ่

 

“ปากกาขนนกน้ำตาลปั่นเหรอ”

 

ลิลี่ที่ยืนอยู่ข้างเด็กชายพึมพำอย่างเหลือเชื่อ เซเวอรัสหลุดยิ้มกับท่าทางของเธอ ก่อนจะเดินนำไปยังบันไดหิน เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นไปยืนบนขั้นบันไดแล้ว บันไดหินก็เริ่มเคลื่อนขึ้นไปด้านบนช้า ๆ

 

ในที่สุดพวกเขาก็มายืนอยู่หน้าประตูไม้โอ๊กมันวาว เด็กชายมองที่เคาะประตูทองเหลืองรูปกริฟฟิน ก่อนจะเอื้อมไปจับมันเคาะเบา ๆ

 

ประตูไม้ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นห้องทำงานทรงกลมที่เต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือน่าสนใจ มันอยู่ในสภาพเกือบเหมือนที่เซเวอรัสจำได้ ยกเว้นแต่ไม่มีรูปดัมเบิลดอร์ประดับไว้บนผนัง

 

ดัมเบิลดอร์ตัวจริงนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน ชายชรามองเด็กทั้งสองแล้วยิ้ม

 

“สายัณห์สวัสดิ์ เซเวอรัส ลิลี่ นั่งลงก่อนสิ”

 

ดัมเบิลดอร์เอ่ยราวกับรอเด็กทั้งสองอยู่แล้ว ขณะตวัดไม้กายสิทธิ์สองครั้ง เสกเก้าอี้นวมน่าสบายสองตัวออกมาตั้งตรงหน้าโต๊ะทำงาน

 

เซเวอรัสกับลิลี่นั่งลงอย่างว่าง่าย ก่อนที่เซเวอรัสจะเอ่ยขึ้นว่า “ผมมีเรื่องต้องเล่าให้อาจารย์ฟังครับ”

 

“เห็นได้ชัดอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่พยายามทายรหัสผ่านห้องทำงานของฉันอยู่นานหรอก ใช่ไหม”

 

ดัมเบิลดอร์ขยิบตาให้เด็กชาย เซเวอรัสสบตาสีฟ้าที่เปี่ยมเมตตาของอาจารย์ใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชายชราฟัง รวมไปถึงเรื่องที่เขาปกปิดลิลี่ไว้ทั้งหมด เรื่องที่เขาเป็นผู้เสพความตาย ที่เขาขายเธอให้จอมมาร เด็กชายไม่กล้าหันไปมองหน้าลิลี่ กลัวจะต้องเห็นสีหน้าผิดหวังของเธอ เขาจึงได้แต่เล่าต่อไปเรื่อย ๆ ดัมเบิลดอร์ฟังเรื่องราวของเขาอย่างสงบ จนกระทั่งเซเวอรัสเล่าจบ อาจารย์ใหญ่จึงเอ่ยปาก

 

“แล้วเธออยากทำอย่างไรต่อไป เซเวอรัส”

 

“ผมอยากให้ลิลี่กับครอบครัวของเธอปลอดภัย”

 

เซเวอรัสตอบทันที เขายังไม่กล้าหันไปมองหน้าลิลี่ จึงสบตาอาจารย์ใหญ่อยู่อย่างนั้น “อาจารย์…ช่วยได้ไหมครับ”

 

ดัมเบิลดอร์ไม่ตอบคำถามเขา แต่หันไปมองเด็กหญิง แล้วเอ่ยถามเธอว่า

 

“ลิลี่ เธออยากให้เซเวอรัสกับฉันช่วยไหม”

 

ดวงตาสีเขียวของลิลี่มีแววประหลาดใจกับคำถามที่คาดไม่ถึง เด็กหญิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอหันไปมองเซเวอรัส ซึ่งยังคงหลบตาเธอ ก่อนจะหันมาสบตาสีฟ้าของดัมเบิลดอร์ แล้วตอบว่า

 

“ไม่ค่ะ”

 

คำตอบของเด็กหญิง ทำให้เซเวอรัสหันมามองเธออย่างตกตะลึง ลิลี่สบตาสีดำที่เบิกกว้างของเด็กชาย ก่อนจะพูดต่อ

 

“ถ้าฉันไม่ตายเพื่อลูก ก็จะไม่มีคนปราบจอมมารได้ เพราะงั้น…” เด็กหญิงเม้มปากก่อนจะบอกอย่างตัดสินใจแล้ว “เธอไม่ต้องช่วยฉันหรอก เซฟ ช่วยดูแลลูกชายฉันหลังจากที่ฉันตายไปแล้วก็พอ”

 

“แต่…”

 

เซเวอรัสอยากคัดค้าน แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่มองหน้าลิลี่ด้วยสายตาอ้อนวอน หวังว่าเด็กหญิงจะเปลี่ยนใจ แต่ลิลี่คลี่ยิ้มบางให้เขา เป็นเชิงว่าเธอไม่เป็นไร เธอตัดสินใจแล้ว
ดัมเบิลดอร์จึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

 

“ลิลี่ เธอแน่ใจนะ”

 

“ค่ะ” เด็กหญิงตอบรับขณะสบตาของดัมเบิลดอร์อย่างแน่วแน่ ก่อนจะหันไปหาเซเวอรัสอีกครั้ง

 

“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะขอร้องเธอ เซฟ”

 

“ได้ ฉันรับปากจะช่วยเธอทุกอย่าง” เด็กชายรีบบอกอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอจะเปลี่ยนใจ แต่คำขอของลิลี่ต้องทำให้เขาผิดหวังอีกครั้ง

 

“เธอช่วยเป็นผู้รักษาความลับแทนเพ็ตติกรูว์ได้ไหม ฉันไม่อยากให้เขากับแบล็กต้องลงเอยแบบนั้นอีก”

 

ดวงตาสีเขียวของเธอมีแววเว้าวอน ขณะสบกับดวงตาสีดำของเซเวอรัสที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เด็กชายไม่ตอบคำอยู่ครู่หนึ่ง ลิลี่ขอให้เขาปกป้องพวกน่าสมเพชนั่น แต่กลับไม่ยอมให้เขาปกป้องเธอ ทำไมเขาต้องช่วยพวกมันด้วย ทำไมเธอไม่ให้เขาช่วยเธอ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจเกือบจะทำให้เขาเอ่ยปฏิเสธ แต่แล้วเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงสบตาเธอ ก่อนจะเอ่ยรับปาก

 

“ตกลง”

 

~*~*~*~

 

นับจากวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก ลิลี่ทำตัวเหมือนปกติทุกอย่าง ยกเว้นชอบหลบสายตาเจมส์ตอนที่เด็กชายมองมาทางเธอ

 

อันที่จริง หากเซเวอรัสไม่ได้สังเกตเธอเป็นพิเศษ เขาก็คงจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกตินี้ เพราะแต่เดิมนั้นลิลี่ก็ไม่เสวนากับกลุ่มของพอตเตอร์อยู่แล้ว เด็กหญิงไม่สนใจว่าพวกนั้นจะทำอะไร ยกเว้นแต่ตอนที่พวกนั้นมาแกล้งเพื่อน ๆ ในกลุ่มเธอ เธอจะออกปากไล่และชนกับพอตเตอร์ตรง ๆ ทว่า ตอนนี้แม้แต่หน้า
เจ้านั่นเธอก็ไม่มอง เซเวอรัสไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร รังเกียจหรือเขินอาย เขาไม่กล้าถามเธอตามตรงเพราะกลัวคำตอบ จึงได้แต่สะสมความหงุดหงิดไว้ในใจ

 

เซเวอรัสรักลิลี่ แต่เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้ลิลี่รักเขาตอบ ลิลี่รักเขาในฐานะเพื่อน และเขารู้ดีว่าความรู้สึกของเธอจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ยิ่งลิลี่รู้แล้วว่าอนาคตจะต้องลงเอยกับพอตเตอร์ เธอยิ่งไม่มีทางมองมาที่เขา

 

จนแล้วจนรอด เซเวอรัสก็เลือกที่จะปิดบังความจริงที่ว่า เขารักลิลี่มาตลอด เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอกับดัมเบิลดอร์ฟังเหมือนว่า เขาแค่อยากปกป้องเธอในฐานะเพื่อน แม้เซเวอรัสจะคิดว่าดัมเบิลดอร์คงรู้ แต่สำหรับลิลี่ เด็กหญิงคงไม่รู้ เพราะเธอมองเขาเป็นเพื่อนสนิทมาตลอด และคงจะเป็นอย่างนั้นต่อไป หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง ให้เธอรับรู้ความรู้สึกของเขา

 

ใช่ว่าเซเวอรัสไม่เคยคิดจะบอกเธอว่า เขารู้สึกอย่างไร เขาจินตนาการว่าตัวเองสารภาพความในใจกับลิลี่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่กล้าพอจะบอกเธอจริง ๆ เขากลัวว่าเด็กหญิงอาจจะเปลี่ยนไป อาจจะตีตัวออกห่าง ไม่มองหน้า ไม่พูดคุยกับเขา เขาคิดว่าควรรอ รอให้เธอเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาบ้าง แล้วตอนนั้นเขาค่อยบอกเธอ

 

รอจนกระทั่งโอกาสของเขาหลุดลอยไปตลอดกาล

 

คราวนี้เขาก็ต้องปล่อยลิลี่ไปอีกอย่างนั้นเหรอ ปล่อยเธอไปให้พอตเตอร์ผู้จองหอง หลงตัวเอง น่ารังเกียจ ที่สำคัญคือเจ้านั่นดูแลเธอไม่ได้ ทำให้เธอต้องพบจุดจบแบบนั้น

 

เซเวอรัสรู้ดีว่าตัวเองไม่มีหวังที่ลิลี่จะหันมารักเขา และเขาก็ไม่ชอบลงแข่งทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะแพ้หมดรูป เขาเกลียดความพ่ายแพ้ เกลียดความจริงที่ว่าลิลี่ไม่ได้รักเขา ทว่า หากเขาไม่ลงมือทำอะไร เขาคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้

 

เขาจะไม่รออีกต่อไปแล้ว

 

~*~*~*~

 

ก่อนจะถึงงานเลี้ยงส่งท้ายปีการศึกษา เซเวอรัสขอให้ลิลี่ไปเดินเล่นริมทะเลสาบด้วยกัน ขณะที่เด็กหญิงกำลังยืนมองหมึกยักษ์ซึ่งขึ้นมาอาบแดดบนชายฝั่งและขยับหนวดยุกยิกอย่างมีความสุข เซเวอรัสก็โพล่งออกไปว่า

 

“ฉันรักเธอ”

 

ชั่วขณะหนึ่งที่ลิลี่ตัวแข็งทื่อ ก่อนที่เด็กหญิงจะ หันมาหาเขา เรือนผมสีแดงเข้มพลิ้วไหวน้อย ๆ ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างขณะเอ่ยถามเขาอย่างไม่แน่ใจว่า

 

“เธอว่าอะไรนะ”

 

เซเวอรัสนึกอยากหายตัวไปจากตรงนั้น ใบหน้าขาวซีดขึ้นสีแดงด้วยความอับอาย เขาเลือกจังหวะพูดไม่เหมาะเอาเสียเลย แต่ในเมื่อพูดออกไปแล้ว เขาก็ต้องทำให้ชัดเจน เด็กชายจึงบังคับตัวเองให้สบตาลิลี่ ก่อนจะพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเกือบเหมือนเสียงกระซิบ แต่ดังพอที่เธอจะได้ยิน

 

“ฉันรักเธอ ลิลี่”

 

ก่อนที่จะห้ามตัวเองได้ทัน เด็กชายก็พรั่งพรูสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

 

“ฉันรักเธอ รักมานาน… นานมาก ไม่ใช่รักแบบเพื่อนด้วย รักมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตฉัน…แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม”

 

เด็กชายหยุดครู่หนึ่ง เขาหวังว่าเด็กหญิงจะพูดอะไรบ้าง แต่เธอไม่พูดอะไรเลย ลิลี่ได้แต่มองหน้าเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง เซเวอรัสจึงพูดต่อ

 

“เธอยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ฉันแค่อยากบอกให้เธอรู้ไว้ อยากให้เธอมองฉันบ้าง…ให้โอกาสฉันบ้าง”

 

เซเวอรัสรู้สึกว่าตนไม่อาจยืนอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป เขาอยากไปให้พ้นจากตรงนี้ ให้พ้นจากลิลี่ที่ยืนนิ่งมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เธอได้ยิน เขาจึงบอก “แล้วเจอกันนะ” ก่อนจะเร่งเดินออกมาจากตรงนั้น กลับไปยังปราสาทและขังตัวเองอยู่บนเตียงในหอนอนที่ว่างเปล่า ไม่ไปร่วมงานเลี้ยงปิดเทอม เมื่อรีมัสที่กลับจากงานเลี้ยงก่อนเพื่อนเอ่ยถามเขาอย่างเป็นห่วงว่า ทำไมไม่ไปกินอาหารเย็น เซเวอรัสก็บอกแค่ว่าเขาอยากนอน ก่อนจะรูดม่านกั้นเด็กชายออกไปจากสายตา

 

เซเวอรัสหลับตาลง แต่ไม่อาจข่มตาหลับได้ เขานึกถึงสิ่งที่เพิ่งทำลงไป และสีหน้าตื่นตะลึงของลิลี่ เขาคงจะทำพลาดไปแล้ว เขาไม่น่าบอกเธอเลย จากนี้ไปเธออาจจะไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากคุยกับเขาอีกแล้วก็ได้ เป็นความผิดของเขาเองที่ตัดสินใจบอกออกไป

 

เด็กชายนึกโทษตัวเองในใจซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งผล็อยหลับไป

 

~*~*~*~

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ ฮือ ในที่สุดเซฟก็กล้าสารภาพแล้ว

 

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 8

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

บทที่ 7

 

 

VIII

 

 

วันรุ่งขึ้น แม้เซเวอรัสจะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ลิลี่ก็ยังสังเกตเห็นว่าเขามีเรื่องบางอย่างในใจ

 

“เซฟ เธอเป็นอะไรรึเปล่า”

 

เซเวอรัสเงยหน้าขึ้นจากเรียงความวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ซึ่งเขานั่งจ้องมันเฉย ๆ มาหลายนาที เด็กชายสบตาของลิลี่ที่มองกลับมาราวกับกำลังพยายามอ่านใจเขา ก่อนจะปั้นยิ้ม

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดีน่ะ”

 

ลิลี่จ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า

 

“เธอโกหกไม่เก่งเลยนะ รู้ไหม”

 

ประโยคนั้นทำเอาเซเวอรัสนิ่งงันไป ไม่เคยมีใครบอกเขาแบบนี้มาก่อนเลย เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักโกหกที่เก่งกาจ แม้แต่จอมมารซึ่งเชี่ยวชาญการพินิจใจ ก็ยังเชื่อสิ่งที่เขาพูด แต่ลิลี่กลับดูเขาออกโดยไม่ต้องพินิจใจเลยด้วยซ้ำ

 

“เซฟ เธอบอกฉันได้ทุกเรื่องนะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

 

เด็กชายหวนนึกถึงตอนที่เธอบอกว่าหมดความอดทนกับเขาแล้ว ตอนที่เธอบอกให้เขาไปตามทางของเขา ทางที่เขาเลือกเอง ซึ่งเป็นคนละเส้นทางกับเธอ ชั่วขณะหนึ่งเขาอยากจะถามเธอว่า ถ้าพวกเขาเป็นเพื่อนกันจริง ๆ  ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่ยอมให้อภัยเขา ทำไมเธอถึงไม่พยายามรั้งเขาไว้ แต่เมื่อเขาสบตาเธอในตอนนี้ เขาก็รู้ว่า เป็นเขาเองที่ไม่ฟังเธอ เป็นเขาเองที่ไม่ยอมเปิดใจให้เธอ เป็นเขาเองที่เลือกจะเข้าร่วมกับจอมมาร ไม่เลือกเธอ

 

“ลิลี่… ไม่ว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้เธอเชื่อใจฉันได้ไหม”

 

เด็กหญิงสบดวงตาสีดำของเซเวอรัส ขณะพูดอย่างหนักแน่นว่า

 

“แน่นอน ฉันเชื่อใจเธอ” ลิลี่นิ่งไปครู่ ก่อนจะพูดต่อ “แล้วเธอล่ะ เซฟ เธอเชื่อใจฉันมากพอที่จะเล่าให้ฉันฟังไหม”

 

คำถามของเด็กหญิงทำให้เซเวอรัสนิ่งคิด เขาขอให้เธอเชื่อใจเขา แต่กลับเป็นเขาเองที่ไม่เชื่อใจเธอ ไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขาตั้งใจจะทำเพื่อปกป้องเธอ… ที่จริงแล้ว ลิลี่อาจไม่ต้องการให้เขาปกป้องเธอเลย ลิลี่เป็นคนเข้มแข็ง เข้มแข็งกว่าเขาด้วยซ้ำ เธอเป็นแม่มดที่เก่งกาจที่สุดในรุ่นของเขา เผชิญหน้ากับจอมมารถึงสามครั้งและรอดมาได้ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่เธอสละชีพตัวเองเพื่อปกป้องแฮร์รี่ ทำไมเขาถึงไม่ไว้ใจเธอ ไม่เล่าทุกอย่างที่เขารู้ให้เธอฟัง เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงวางแผนจะขัดขวางจอมมารตามลำพัง

 

เซเวอรัสมองหน้าลิลี่วัยสิบสองอย่างพิจารณา เธอยังเด็ก แต่ว่า หากเขาตัดสินเธอจากแค่อายุ ก็คงไม่ต่างจากการดูหมิ่นเธอ

 

เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะเล่าให้เธอฟัง

 

~*~*~*~

 

“เธอกำลังบอกฉันว่า เธอเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งงั้นเหรอ”

 

หลังจากฟังเรื่องของเซเวอรัสจบโดยไม่ขัดจังหวะเขา ลิลี่ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ เซเวอรัสเข้าใจว่าเรื่องของเขาประหลาดเกินกว่าจะเชื่อได้อย่างสนิทใจ แต่เด็กหญิงก็ยังอดทนรับฟัง เขาจึงตั้งใจว่าจะตอบคำถามทุกอย่างของเธออย่างตรงไปตรงมา

 

“ใช่”

 

“แล้วเธอก็ฟื้นขึ้นมาตอนที่นั่งรถไฟมายังฮอกวอตส์ครั้งแรก” ลิลี่พยายามลำดับเหตุการณ์

 

“ใช่”

 

“แต่เธอไม่รู้ว่าเธอย้อนเวลามายังอดีต หรือนี่คือโลกอีกมิติหนึ่ง หรือเป็นแค่ความฝันของเธอ อย่างนั้นใช่ไหม”

 

เซเวอรัสพยักหน้า ก่อนจะเสริมว่า

 

“สิ่งเดียวที่แตกต่างไปจากเดิมคือ ฉันถูกคัดสรรมายังกริฟฟินดอร์ แทนที่จะเป็นสลิธีรินเหมือนเมื่อก่อน… ก่อนที่ฉันจะตาย”

 

ลิลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ “พอเธอมาอยู่กริฟฟินดอร์แล้ว เกือบสองปีที่ผ่านมานี้ สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากที่เธอจำได้ไหม”

 

“เปลี่ยนแค่รายละเอียดเล็กน้อย เช่น ฉันกลายเป็นเด็กอัจฉริยะไป เพราะความสามารถทางเวทมนตร์ยังคงอยู่เหมือนเดิม ส่วนเรื่องใหญ่ ๆ อย่างพวกผู้เสพความตายทรมานมักเกิ้ล หรือดัมเบิลดอร์ก่อตั้งภาคีนกฟีนิกซ์ยังคงเหมือนเดิม”

 

“ภาคีนกฟีนิกซ์เหรอ” ลิลี่ทวนคำ คิ้วของเธอเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

 

“มันคือสมาคมรวบรวมผู้ต่อต้านจอมมารน่ะ” เซเวอรัสบอก ก่อนจะเสริมเมื่อเห็นเด็กหญิงทำตาโตอย่างสนใจ “ในอนาคตเธอก็จะเข้าร่วมด้วยนะ”

 

“จริงเหรอ เยี่ยมเลย! ฉันอยากร่วมสู้ด้วย” ลิลี่บอกอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะถามเขาต่อ “แล้วเธอล่ะ เธอร่วมด้วยไหม เซฟ”

 

เด็กชายนิ่งไปขณะสบดวงตาสีเขียวที่มองเขาอย่างคาดหวัง ก่อนจะบอกว่า “ฉันเข้าร่วมหลังจากที่เธอ… เธอ…”

 

“หลังจากฉันตายไปแล้ว อย่างนั้นใช่ไหม” ลิลี่ต่อประโยคให้เขาอย่างสงบ ราวกับพูดถึงการตายของคนอื่น ไม่ใช่ชะตากรรมในอนาคตของเธอเอง

 

เซเวอรัสพยักหน้าตอบรับช้า ๆ จนแทบจะไม่เห็นการเคลื่อนไหว เด็กหญิงมองเขา ก่อนจะถามว่า

 

“เธอว่า ฉันตายเพื่อปกป้องลูกชาย และลูกชายของฉันจะเป็นคนปราบจอมมารในอนาคตใช่ไหม”

 

“ใช่”

 

ลิลี่ฟังคำตอบของเขาแล้วก็พูดต่ออย่างยินดี “งั้นก็ดีแล้วล่ะ การตายเพื่อคนที่รัก เป็นการตายแบบที่ฉันใฝ่ฝันเลย”

 

ว่าแล้วเด็กหญิงยิ้มให้เขา เซเวอรัสมองลิลี่ที่ยิ้มให้เขาอย่างเข้มแข็ง อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า เธอช่างพิเศษจริง ๆ โลกใบนี้จะมีสักกี่คนกันที่ยิ้มรับความตายของตัวเองได้ ชั่วชีวิตนี้เขาพบเพียงแค่สองคนเท่านั้น คือ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ และเด็กผู้หญิงตรงหน้าเขา ลิลี่ เอฟเวนส์

 

“ลิลี่” เซเวอรัสสบตาเธอ “ฟังนะ ฉันมีแผน คราวนี้เธอกับลูกจะต้องปลอดภัย”

 

“แต่ถ้าทำแบบนั้น แล้วจอมมารล่ะเซฟ ไม่มีใครปราบเขาได้ยกเว้นลูกชายของฉันไม่ใช่เหรอ”

 

“ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอก” เซเวอรัสว่า แต่เมื่อเห็นลิลี่ขมวดคิ้ว เขาก็รีบพูดต่อ “ฉันหมายถึง เดี๋ยวพวกภาคีช่วยกันปราบเขาได้เอง ดัมเบิลดอร์ต้องทำอะไรสักอย่างแน่นอน”

 

เมื่อเอ่ยชื่อดัมเบิลดอร์ขึ้นมา ลิลี่ก็มีสีหน้าสดใสขึ้น

 

“จริงสิ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ต้องปราบเขาได้อยู่แล้ว พวกเราก็ต้องช่วยด้วยนะ”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว” เซเวอรัสรีบตอบรับเมื่อเห็นลิลี่มองหน้าเขา เด็กหญิงคลี่ยิ้ม ก่อนจะบอกว่า

 

“ถ้าอย่างนั้น ไปหาดัมเบิลดอร์กันเถอะ ไปเล่าให้อาจารย์ฟังกัน”

 

คำชวนนั้นทำเอาเซเวอรัสเบิกตากว้าง

 

“เดี๋ยว! ลิลี่ เธอคิดว่าดัมเบิลดอร์จะเชื่อเรางั้นเหรอ”

 

“แน่นอน ดัมเบิลดอร์ต้องเชื่อสิ ก็เธอพูดความจริงนี่นา”

 

“แต่ว่า…”

 

เซเวอรัสลังเล เขายังไม่ได้เล่าให้ลิลี่ฟังว่า เป็นเขาเองที่คาบข่าวคำทำนายไปบอกจอมมาร จนทำให้ลูกของลิลี่ตกเป็นเป้าหมาย ทำให้เธอต้องตาย แต่หากเขาไปพบหน้าดัมเบิลดอร์ เขาคงเก็บความจริงนี้ไว้ไม่ได้ และลิลี่ก็ต้องรู้เรื่องด้วย เขายังไม่อยากให้สายตาที่เธอมองเขาเปลี่ยนไป

 

“แต่อะไรเหรอ”

 

เซเวอรัสตอบไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี หากลิลี่รู้ความจริงเข้า เธอจะยังอยากเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิมไหม เด็กชายไม่อยากเสียเธอไป แม้เขาจะคิดไว้แล้วว่าคงต้องบอกเธอสักวัน แต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้

 

แต่เขาคงจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว

 

“ตกลง” เด็กชายบอกในที่สุด “ไปหาดัมเบิลดอร์กัน”

 

เซเวอรัสไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจถูกหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคงต้องยอมรับผลที่ตามมา สิ่งที่เขาทำลงไปแล้วในอดีตไม่อาจแก้ไขได้ แต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาป้องกันได้ และดัมเบิลดอร์ช่วยเขาได้

 

~*~*~*~

 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ ^^

เรื่องนี้หลายตอนหน่อยนะคะ

SevLily

[SevLily] This Time I Will Never: บทที่ 7

This Time I Will Never

Severus Snape and Lily Evans

แนว: ดราม่า

เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคชั่นของหนังสือชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ค่ะ

อ่านตอนก่อนหน้าได้ที่

บทที่ 1

บทที่ 2

บทที่ 3

บทที่ 4

บทที่ 5

บทที่ 6

 

 

VII

 

เมื่อปีสองที่ฮอกวอตส์เริ่มขึ้นได้ไม่นาน เจมส์ ซิเรียส และปีเตอร์ก็เริ่มสงสัยเรื่องที่รีมัสต้องกลับบ้านทุกเดือน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กันไป รวมถึงวันนี้ด้วย หลังจากเรียนเสร็จ รีมัสก็บอกกับพวกเจมส์ที่โต๊ะอาหารว่า เขาต้องกลับบ้าน เพราะพ่อเขาบาดเจ็บจากคาถาตีกลับ แต่ไม่ยอมเล่ารายละเอียดให้ฟังเมื่อเจมส์ซักไซ้ และออกจากห้องโถงใหญ่ไปกับมักกอนนากัลทันทีที่กินมื้อเย็นเสร็จ

 

“รีมัสต้องปิดบังอะไรพวกเราอยู่แน่ ๆ”

 

เจมส์สรุปขณะที่พวกเขากำลังเดินขึ้นบันไดไปยังหอกริฟฟินดอร์ แต่ก่อนที่ซิเรียสจะได้ตอบอะไร พวกเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะหึดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็พบกับร่างผอมกะหร่องของ เซเวอรัส สเนป เด็กชายยกยิ้มมุมปาก ดวงตาสีดำมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาดูแคลน

 

“มีอะไรน่าขำงั้นเหรอ” เจมส์ถามอย่างไม่สบอารมณ์ แต่แล้วเขาก็ยิ้มเยาะ ก่อนจะพูดต่อ “หรือนายเพิ่งนึกออกว่าสารรูปของนายมันน่าขันขนาดไหน สนิฟเวลลัส”

 

ซิเรียสยิ้ม ขณะที่ปีเตอร์หัวเราะเสียงดัง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเซเวอรัสไม่ได้จางลง ขณะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของผู้เหนือกว่า

 

“ฉันหัวเราะพวกไม่มีสมอง ที่ดูไม่ออกว่าเพื่อนรักของตัวเองปิดบังอะไรไว้”

 

คำพูดนั้นลบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากทั้งสามคนทันที ซิเรียสจ้องตาเซเวอรัส

 

“หมายความว่าไง”

 

เซเวอรัสเลิกคิ้วขึ้น แสร้งทำทีเป็นแปลกใจ

 

“นายไม่รู้เหรอ”

 

“รู้อะไร”

 

เจมส์ถามขึ้นอย่างร้อนใจ แต่คนถูกถามยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ยอมตอบคำถาม ทิ้งความสงสัยและความไม่สบายใจไว้ให้เด็กชายทั้งสาม

 

~*~*~*~

 

“นายอย่าได้ปริปากบอกใครเรื่องรีมัสเชียวนะ”

 

หลังจากนั้นสามเดือน เซเวอรัสถูกเจมส์กับซิเรียสลากให้เข้าไปยังทางลับร้างผู้คนระหว่างที่เด็กชายกำลังจะไปห้องสมุด ร่างผอมของเขาถูกตรึงไว้ชิดผนังทางเดินแคบ ๆ โดยมีอีกสองคนขนาบข้าง ปิดทางหนีของเขาไว้ เด็กชายพยายามจะล้วงมือไปในเสื้อคลุมตามสัญชาตญาณ แต่เจมส์กับซิเรียสไวกว่า เจมส์ชักไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมา ขณะที่ซิเรียสจับข้อมือผอมแห้งของเซเวอรัสไว้ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันแตะไม้กายสิทธิ์

 

“สัญญามาว่านายจะไม่บอกใครเรื่อง…ปัญหาของรีมัส”

 

เจมส์ขู่ขณะจ่อปลายไม้กายสิทธิ์ไปที่ใบหน้าของเด็กชาย ซึ่งกำลังก้มมองมันอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของไม้ เซเวอรัสเห็นแววคาดคั้น แต่ลึกลงไปนั้นเป็นความกังวลใจ เด็กชายรู้ว่าเจมส์กำลังกลัว กลัวว่าเขาจะพูดเรื่องรีมัสออกมา และรีมัสจะเดือดร้อน

 

เซเวอรัสหัวเราะหึ

 

“รู้แล้วสินะ ใช้เวลานานกว่าที่คิดนะ”

 

“สัญญามาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะ…” เจมส์เริ่มขึ้นเสียง แต่คนถูกขู่ขัดจังหวะเขาด้วยเสียงราบเรียบ

 

“จะทำอะไร สาปฉันเหรอ ก็ดี พวกนายจะได้ถูกไล่ออก”

 

“ไม่หรอก ถ้าไม่มีหลักฐานว่าใครทำ”

 

ซิเรียสบีบข้อมือเขาแน่นขึ้น จนเด็กชายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่น้ำเสียงที่เอ่ยต่อยังคงสงบนิ่ง

 

“ถ้าพวกนายสาปฉัน ฉันจะพูดเรื่องเจ้าหมาป่านั่นให้ทุกคนรู้”

 

“นาย!”

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันบอกใคร ก็เลิกยุ่งกับฉันซะ”

 

เซเวอรัสมองเจมส์ ก่อนจะหันไปจ้องซิเรียสที่ยังคงจับข้อมือเขาแน่น ก่อนจะพูดเน้นคำช้า ๆ

 

“เลิกยุ่งกับฉัน แล้วฉันจะเงียบปากเรื่องเพื่อนรักของพวกนาย”

 

“สัญญามาก่อนสิ”

 

เจมส์คาดคั้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลจ้องเขาเขม็ง คนถูกจ้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตอบ

 

“ได้ ฉันสัญญา”

 

เจมส์กับซิเรียสสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ซิเรียสจะขู่ว่า

 

“ถ้านายผิดสัญญา เราไม่ปล่อยนายไว้แน่”

 

“ฉันรักษาสัญญาที่ให้ไว้เสมอ”

 

ซิเรียสจ้องเซเวอรัสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือออกแต่โดยดีและหลีกทางให้ เซเวอรัสมองหน้าเด็กชายทั้งสอง ก่อนจะเดินจากไปเขาก็พูดขึ้นมาว่า

 

“พวกนายนี่ซื่อกว่าที่ฉันคิดไว้นะ ถ้าฉันจะบอกคนอื่น ฉันก็คงบอกไปนานแล้วล่ะ ไม่เก็บเงียบมาเป็นปีหรอก”

 

แล้วเด็กชายก็เดินจากไป เจมส์กับซิเรียสมองตามแผ่นหลังผอมแห้งของเซเวอรัส ก่อนจะหันมองหน้ากันอย่างสับสน ถ้าสิ่งที่เซเวอรัสพูดเป็นความจริง พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเซเวอรัสที่ดูจะจงเกลียดจงชังพวกเขาเหลือเกิน ถึงได้เก็บความลับให้เพื่อนพวกเขามาเป็นปี

 

“นายคิดว่าไง” เจมส์ถาม

 

ซิเรียสยักไหล่ ก่อนจะบอกว่า

 

“เอาเป็นว่า ถ้าเจ้านั่นผิดสัญญาก็จัดการซะก็สิ้นเรื่อง”

 

เจมส์พยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะกลับไปยังห้องนั่งเล่นรวมเพื่อบอกข่าวนี้กับรีมัสและปีเตอร์

 

~*~*~*~

 

เซเวอรัสพยายามตีสนิทกับลูเซียสผ่านการพูดคุยในงานเลี้ยงอาหารค่ำของซลักฮอร์น เขารู้ว่าลูเซียสชอบให้คนชื่นชม แต่ต้องไม่มากเกินไป เด็กชายจึงเลือกชมแต่เฉพาะสิ่งที่เขาเห็นว่าลูเซียสเก่งจริง เช่น ไปขอคำแนะนำเรื่องการปรุงยาบ่อย ๆ ตั้งใจฟังเคล็ดลับที่เด็กหนุ่มบอกเขา ออกปากชมว่าเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ถึงมาก่อนเลย และมาบอกผลลัพธ์การลองทำตามคำแนะนำนั้นว่า ออกมายอดเยี่ยมแค่ไหน เด็กชายทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนลูเซียสเริ่มวางใจ และเริ่มคุยกับเขาเรื่องอื่น ๆ นอกจากเรื่องปรุงยา

 

ลิลี่ไม่ค่อยชอบลูเซียสเท่าไร เธอคิดว่าลูเซียสเย่อหยิ่ง อวดดี และชอบใช้อำนาจพรีเฟ็คอย่างไม่ยุติธรรม แต่ลูเซียสเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยวางอำนาจต่อหน้าอาจารย์ อาจารย์หลายคนจึงคิดว่าเขาเป็นเด็กฉลาด เรียนดี และวางตัวดีคนหนึ่ง เธอไม่ชอบที่เซเวอรัสสนิทกับคนแบบนั้น

 

“ฉันถามจริง ๆ นะ เธอเห็นอะไรในตัวเขาเหรอ”

 

ลิลี่เคยถามขึ้นมาอย่างเหลืออด หลังจากเด็กชายคุยกับลูเซียสอย่างออกรสในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง

 

“ฉันแค่ขอคำแนะนำเรื่องปรุงยาเท่านั้นเอง เธอก็รู้ว่าเขาเก่งเรื่องนี้”

 

เซเวอรัสพูดโดยไม่ยอมสบตาเด็กหญิง เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาไม่ใช่เรื่องปรุงยา

 

“เซฟ เธอเก่งเรื่องปรุงยาอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำจากเขาก็ได้”

 

ลิลี่ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้บีบคั้นให้เด็กชายบอกเหตุผลที่แท้จริง เธอคิดว่าเซเวอรัสมีสิทธิ์เลือกว่าจะเป็นมิตรกับใคร แม้คนคนนั้นจะเป็นคนที่เธอไม่ชอบก็ตาม เธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะสงสัยว่า เพื่อนของเธออาจจะปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ แต่ในเมื่อเซเวอรัสไม่พูด เธอก็จะไม่ซักไซ้เขาเรื่องนี้อีก

 

ทั้งสองเดินกลับหอกริฟฟินดอร์ด้วยกันอย่างเงียบเชียบ ลิลี่บอกราตรีสวัสดิ์ ก่อนจะเดินแยกไปยังหอหญิง เซเวอรัสมองตามเธอไปจนลับสายตา ทั้งโล่งอกที่เธอไม่ได้คาดคั้นเขา ทั้งรู้สึกผิดที่ต้องปกปิดเรื่องนี้กับเธอ แม้เขาจะทำทั้งหมดนี้เพื่อเธอก็ตาม

 

“อยากย้ายไปอยู่หอหญิงเหรอ สนิฟเวลลัส”

 

เสียงเย้ยหยันที่คุ้นเคยขึ้นด้านหลังเขา เมื่อเซเวอรัสหันไปมองก็เจอเจมส์ยืนพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ข้างเตาผิง โดยมีซิเรียสนั่งเท้าคางอ่านหนังสือเรื่องการแปลงร่างอยู่ใกล้ ๆ ส่วนรีมัสกับ
ปีเตอร์กำลังฝึกเปลี่ยนแมลงปีกแข็งให้เป็นกระดุมอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง

 

เซเวอรัสมองเจมส์ซึ่งจ้องเขาเขม็ง ก่อนจะเข้าใจว่าเจมส์มาหาเรื่องเขาทำไม เด็กชายเหยียดยิ้มเยาะ ก่อนจะถามจี้ใจดำว่า

 

“นายอิจฉาเหรอ”

 

เจมส์นิ่งอึ้งไปราวกับถูกเซเวอรัสตบหน้า แต่เด็กชายตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว

 

“ฉันจะอิจฉานายเรื่องอะไร ฉันไม่อยากย้ายไปอยู่หอหญิงหรอกนะ ไม่ล่ะ ขอบใจ”

 

ปีเตอร์หัวเราะออกมา แต่เซเวอรัสไม่สนใจ

 

“นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

 

เซเวอรัสไม่ยอมให้เด็กชายเฉไฉ เขายังคงยิ้มเยาะ ขณะมองเจมส์ขมวดคิ้ว

 

“นายอิจฉาที่ลิลี่สนิทกับฉัน แต่ไม่คุยกับนายใช่ไหม”

 

เจมส์อ้าปากค้าง ใบหน้าของเด็กชายขึ้นสีด้วยความอับอายขณะรีบปฏิเสธ

 

“ไม่ใช่! ฉันแค่…”

 

“แค่อะไร”

 

“ฉัน… ฉันสมเพชนายที่ไม่มีใครคบเลยนอกจากลิลี่” เจมส์ตอกกลับอย่างเจ็บแสบ ก่อนจะพูดต่อ “นายถึงได้ต้องคอยตามหลังเธอต้อย ๆ ทุกฝีก้าว กลัวเธอจะทิ้งนายใช่ไหมล่ะ”

 

เซเวอรัสหุบยิ้มลง มองเจมส์ซึ่งฉีกยิ้มอย่างผู้ชนะ เด็กชายอ้าปาก แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ที่จริงแล้ว เซเวอรัสอยากจะพูดว่า ลิลี่ไม่มีวันทิ้งเขาหรอก แต่เขาก็นึกถึงตอนนั้นขึ้นมา ตอนที่เขาทำให้เธอหมดความอดทน และถึงจะเป็นความผิดของเขาเอง เซเวอรัสก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ดีที่เธอไม่ให้อภัยเขา

 

เด็กชายจึงเดินขึ้นหอพักไปโดยไม่ตอบโต้อะไร แม้จะได้ยินเสียงเจมส์พูดไล่หลังมา เขาก็ไขหูทำเป็นไม่ได้ยิน

 

~*~*~*~

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ ^^